วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

กับการพัฒนาทรัพยากรณ์มนุษย์ของประเทศให้มีคุณภาพ

เนื่องด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงตระหนักถึงพระหน้าที่สำคัญยิ่งในการแบ่งเบาพระราชภารกิจอันหนักอึ้งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงอุทิศพระองค์อย่างเต็มพระกำลัง เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศให้มีคุณภาพ โดยเฉพาะเยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นอนาคตของชาติ

ตลอดเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมุ่งมั่นเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเด็กไทยที่มีฐานะยากจนและด้อยโอกาส แต่มีความประพฤติดี และใฝ่รู้ในทางการศึกษา เพื่อให้สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว ท้องถิ่น และสังคมไทยในอนาคต

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชดำริให้นำทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ และทรัพย์จากผู้บริจาคโดยเสด็จพระราชกุศล มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนที่ยากจน ได้มีโอกาสศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยพระองค์ได้พระราชทานแนวคิดให้ดำเนินโครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นเมื่อปี 2552 โดยพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ฯ เป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชนทั้งชายและหญิง ที่เรียนดี ประพฤติปฏิบัติดี แต่มีฐานะยากลำบาก ได้มีโอกาสศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งสายสามัญและอาชีพ ไปจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ในสาขาวิชาที่สอดคล้องกับความรู้ ความสามารถ และความต้องการของผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยไม่มีภาระผูกพันต้องใช้ทุนคืน และเปิดโอกาสให้สมัครเข้าทำงานเป็นข้าราชบริพารได้ตามสมัครใจ

ในการดำเนินงานโครงการทุนฯ “สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ได้พระราชทานหลักการสำคัญให้กระจายทุนครบในทุกจังหวัด และดำเนินการด้วยการแสวงหา คัดเลือก คัดสรร และกลั่นกรอง จนได้ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับพระราชทานทุน พระองค์ทรงเน้นย้ำว่า “เมื่อทำโครงการมาแล้ว จำเป็นต้องศึกษา ติดตาม และพัฒนาแผนในการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง การทำงานที่ได้ผล ต้องศึกษาข้อมูล มีการปรับแผนให้ทันสมัย และมีความใส่ใจที่จะทำงานต่อเนื่อง”
สำหรับการดำเนินงานโครงการทุนการศึกษาฯ ทรงมีพระราชบัณฑูร แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการทุนพระราชทานขึ้น เพื่อนำแนวคิดหลักดังกล่าว มาดำเนินการจัดทำรายละเอียดหลักเกณฑ์ วิธีการดำเนินงานและกลั่นกรอง คัดเลือก คัดสรรนักเรียนทุนพระราชทาน และประสานกับกลไกระดับจังหวัดที่ทุกจังหวัดจัดตั้งขึ้น เพื่อดำเนินกระบวนการคัดเลือก คัดสรร นักเรียนผู้สมควรได้รับทุนพระราชทาน ส่งผลให้สามารถคัดเลือกได้นักเรียนเข้ารับพระราชทานทุนการศึกษาจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ จังหวัดละ 2 ราย รวม 152 ราย เป็นชายและหญิงเท่าๆกัน โดยเป็นนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ 128 ราย และสายอาชีพ 24 ราย สายสามัญได้รับทุนฯ รายละ 18,000 บาทต่อปี และสายอาชีพได้รับทุนฯ รายละ 22,000 บาทต่อปี

ด้วยพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และพระราชปณิธานที่มุ่งจะสืบสานการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทยให้มั่นคงและยั่งยืน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ขึ้นเมื่อปี 2553 โดยพระองค์ทรงเป็นองค์ประธานกรรมการ และทรงมีพระราชบัณฑูรให้นำโครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร มาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิฯด้วย

ภายใต้การดำเนินงานของโครงการทุนการศึกษาฯ ยังได้จัดให้มีกิจกรรมเสริมสร้างทักษะและการเรียนรู้ ด้วยการจัดกิจกรรมค่ายนักเรียนทุนฯ ในทุกๆปีของการปิดภาคเรียน เพื่อสร้างความรอบรู้ ทักษะชีวิต แรงบันดาลใจ และความมุ่งมั่นให้กับนักเรียนทุนฯ ซึ่งนับเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะจะก่อให้เกิดความตระหนัก รู้รักสามัคคี และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงพระเมตตาให้นักเรียนทุนเหล่านั้นได้รับโอกาสในการเรียนต่อ ทำให้รอดพ้นจากอุปสรรคที่ขัดสนยากจน ส่งผลให้มีสภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความมุ่งหวังในอนาคต ซึ่งนักเรียนทุนพระราชทานฯเหล่านี้ พร้อมจะประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี รับผิดชอบต่อหน้าที่ มุ่งมั่นขยันเรียน เพื่อนำความรู้ความสามารถมาร่วมกันช่วยเหลือและทำประโยชน์ต่อชุมชน ท้องถิ่น และประเทศชาติได้ต่อไป

ในทุกๆปีของวันคล้ายวันพระราชสมภพ ซึ่งตรงกับวันที่ 28 กรกฎาคม “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร” จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำคณะนักเรียนทุนฯเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานทุนการศึกษา พร้อมทรงมีพระราชดำรัสเป็นหลักยึดแก่เยาวชนไทยได้น้อมนำไปปฏิบัติ เปรียบประดุจแสงเทียนส่องนำทางชีวิต ดังใจความตอนหนึ่งว่า
“นักเรียนทุนทุกคนทุกรุ่น ก็ขอให้เข้าใจว่า การที่ได้รับทุนนั้น ก็เพราะแต่ละคนประพฤติปฏิบัติตัวดี เรียนดี เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว จึงควรอย่างยิ่งที่จะรักษาคุณสมบัติเหล่านี้ไว้ให้เหนียว แน่น และพยายามศึกษาอบรมให้เพิ่มพูนกล้าแข็งยิ่งขึ้น เพราะทั้งสองอย่างนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะเกื้อกูลให้บุคคลเป็นคนดีมีความรู้ เป็นผู้สามารถสร้างสรรค์ประโยชน์ คือความเจริญ มั่นคงให้แก่ตน แก่ส่วนรวม และแก่ประเทศ ชาติได้อย่างแท้จริง.....นักเรียนทุนทุกคน เมื่อได้รับโอกาสในการศึกษาสมดังที่ตั้งใจแล้ว ก็ขอให้ใช้โอกาสอันดีนี้พัฒนาตนเองในทุกๆ ด้าน ให้เป็นผู้ที่สมบูรณ์ พร้อมด้วยวิชาความรู้ ความฉลาดสามารถและคุณธรรมความประพฤติ จะได้นำคุณสมบัติทั้งหมดนั้น ไปใช้เป็นเครื่องมือ สร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าแก่ตนแก่บ้านเมือง ได้ในอนาคต”

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ต่อเยาวชนไทยและวงการศึกษาไทย ตามแนวพระราช– ดำริที่ได้พระราชทานไว้ว่า “เรียนดี ความรู้ดี การงานดี ชีวิตสดใส ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ”

นอกจากจะทรงให้ความสนพระทัยในเรื่องของการศึกษาแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ยังทรงริเริ่มโครงการ “ปั่นเพื่อพ่อ” และ “ปั่นเพื่อแม่” ด้วย ความจงรักภักดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ และทรงนำเทรนด์ การออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานมาสู่คนไทย อีกทั้งยังทรงปรารถนาให้คนไทยได้ออกกำลังกายอย่างถูกต้องและ ปลอดภัย ดังจะเห็นได้จากภาพฝีพระหัตถ์พระราชทาน และข้อห่วงใย 7 ข้อของสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร ในงาน “ปั่นเพื่อพ่อ” ความว่า

1.ทำจิตใจให้ผ่องใสด้วยความศรัทธาและทัศนคติที่ดีต่อพ่อ ตลอดจนเพื่อนร่วมชาติ 2.ตรวจเช็กร่างกายและเตรียมร่างกายให้พร้อม 3.พักผ่อนให้เพียงพอ 4.ศึกษาและสร้างทักษะในการขี่จักรยานให้รู้จริง 5. ตรวจเช็กจักรยานและอุปกรณ์สำหรับภารกิจในการขี่ให้ดี 6.ศึกษากฎเกณฑ์และกฎจราจร ตลอดจนเส้นทางการขี่ 7.ขี่ด้วยความปลอดภัยและยิ้มแย้ม สุขกายสุขใจ

เนื่องในมหามงคลโอกาสวันคล้ายวันพระ ราชสมภพ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร” ที่เวียนมาบรรจบครบ 64 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ทีมข่าวหน้าสตรี

เนื่องด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงตระหนักถึงพระหน้าที่สำคัญยิ่งในการแบ่งเบาพระราชภารกิจอันหนักอึ้งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 27 ก.ค. 2559 13:35 27 ก.ค. 2559 13:35 ไทยรัฐ