วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุทธศาสตร์เพิ่ม "เสือโคร่ง" ทุกมิติ

29 ก.ค. "วันอนุรักษ์เสือโลก" 13 ประเทศผนึกพลังร่วมลงสัตยาบันต้านล่า-ฆ่า

วันที่ 29 ก.ค.ของทุกปี คือ “วันอนุรักษ์เสือโลก” 

สัตว์ที่มีความสง่างามที่สุดในโลก แต่ขณะเดียวกันก็เป็นสัตว์ป่าที่ถูกคุกคามทำลายมากที่สุดเช่นกัน

ประเทศไทยเป็น 1 ใน 13 ประเทศ ที่เป็นถิ่นกำเนิดและเป็นแหล่งพันธุกรรมของเสือโคร่ง ซึ่งได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน กัมพูชา จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า เนปาล รัสเซีย เวียดนาม และ ไทย

ปัจจุบันเสือโคร่งในประเทศไทยกำลังเผชิญกับภัยคุกคามเช่นเดียวกับเสือโคร่งในประเทศอื่นๆ สาเหตุมาจากการลดลงของพื้นที่ป่าซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย การถูกล่าและจำนวนเหยื่อของเสือโคร่ง ที่ลดลงจากการถูกลักลอบล่าเช่นกัน

นั่นหมายถึงภารกิจการเพิ่มประชากรเสือโคร่งจึงมีความสำคัญ เพราะการอนุรักษ์เสือโคร่ง ไม่ใช่แค่เรื่องสัตว์ป่า แต่เกี่ยวพันกับระบบนิเวศ แหล่งน้ำ และป่าไม้ทั้งระบบ ทั้งนี้ภารกิจการเพิ่มประชากรเสือโคร่ง ถือเป็นส่วนสำคัญของ แผนปฏิบัติการอนุรักษ์เสือโคร่งแห่งชาติ (Tiger Action Plan) ที่ประเทศไทยให้คำมั่นสัญญา ไว้ในการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยการอนุรักษ์เสือโคร่ง (Tiger Summit) ที่ประเทศรัสเซีย เมื่อปี 2553

ซึ่งในที่ประชุมดังกล่าว เห็นพ้องต้องกันที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อหยุดยั้งการลดลงของจำนวนเสือโคร่ง พร้อมกับการฟื้นฟูประชากรและแหล่งอาศัยของเสือโคร่ง จึงร่วมกันให้สัตยาบันว่าภายในปี 2565 จะเพิ่มประชากรเสือโคร่งในป่าธรรมชาติให้ได้เป็นสองเท่าจากเดิมที่แต่ละประเทศมีอยู่ โดยจากการสำรวจและติดตามประชากรเสือโคร่งในขณะนั้นพบว่าประชากรเสือโคร่งในป่าธรรมชาติของประเทศไทย มีประมาณ 200-250 ตัว นั่นคือประเทศไทยจะต้องเพิ่มประชากรเสือโคร่งในป่าธรรมชาติให้ได้ 300-375 ตัว ภายในปี 2565

หันมาดูข้อมูลจากการศึกษาติดตามและการประเมินสถานภาพประชากรเสือโคร่งประเทศไทย ทำให้สามารถจำแนกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่เป็นถิ่นอาศัยสำคัญของเสือโคร่งได้ 3 ระดับ พิจารณาจากความหนาแน่นของประชากรเสือโคร่งที่ปรากฏ ได้แก่ ระดับที่ 1 พื้นที่ที่มีประชากรค่อนข้างมาก ประกอบไปด้วย กลุ่มป่าตะวันตก ระดับที่ 2 พื้นที่ที่มีประชากรปานกลาง ประกอบไปด้วย กลุ่มป่าเขาใหญ่–ดงพญาเย็น กลุ่มป่าภูเขียว–น้ำหนาว กลุ่มป่าแก่งกระจาน และระดับที่ 3 พื้นที่ที่มีประชากรค่อนข้างน้อย ประกอบไปด้วย กลุ่มป่าอมก๋อย กลุ่มป่าฮาลา–บาลา กลุ่มป่าศรีลานนา โดยพบว่า ประชากรเสือโคร่ง มีความหนาแน่นมากที่สุดตามแนวเทือกเขาตะนาวศรีบริเวณผืนป่าตะวันตกของประเทศไทย โดยแหล่งอาศัยของประชากรเสือโคร่ง
ที่สำคัญอยู่ในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติทุ่งใหญ่–ห้วยขาแข้ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นแหล่งอาศัยที่สำคัญของเสือโคร่งทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ปัจจุบันเสือโคร่งในพื้นที่แห่งนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นของประชากร

และหากมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและป้องกันพื้นที่ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพของการลาดตระเวนและการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงการสร้างความร่วมมือในการอนุรักษ์ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะทำให้ประชากรเสือโคร่งในทุกพื้นที่มีโอกาสเพิ่มจำนวนมากขึ้นได้อีก โดยเห็นได้อย่างชัดเจนว่าประชากรเสือโคร่งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้เพิ่มประชากรมากขึ้นและกำลังขยายพื้นที่อาศัยไปอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ข้างเคียง เช่น อุทยานฯแม่วงก์ อุทยานฯ คลองลาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์เสือโคร่งที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้

“การเพิ่มประชากรเสือโคร่งที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีการดำเนินงานโดยการนำระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพมาใช้ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 20 แห่ง ในพื้นที่ 4 กลุ่มป่าหลัก คือ กลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่าแก่งกระจาน กลุ่มป่าเขาใหญ่–ดงพญาเย็น และกลุ่มป่าภูเขียว โดยฝึกอบรมเจ้าหน้าที่กว่า 3 พันคน ด้านการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ รวมถึง การใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อสนับสนุนการลาด ตระเวนในพื้นที่ ทั้งยังทำการฟื้นฟูประชากรเหยื่อเสือโคร่ง โดยการปล่อยสัตว์กีบ เช่น กวาง เนื้อทราย ในพื้นที่อาศัยของเสือโคร่งกว่า 20 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีโครงการฟื้นฟูถิ่นอาศัยของเสือโคร่ง 47 แห่ง โดย สร้างแหล่งน้ำ แหล่งโป่ง และการทำแนวกันไฟ และสร้างความเข้มแข็งในการบังคับใช้กฎหมาย” นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบด้านสัตว์ป่า ระบุ

ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าเป็นอย่างมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เสือโคร่ง โดย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรฯ ได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนปฏิรูปด้านทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า ให้กรมอุทยานฯ จัดทำแผนปฏิบัติ การระยะสั้นและระยะยาว 20 ปี ภายใต้ยุทธศาสตร์ฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งในทุกมิติ

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม เห็นด้วยกับแผนปฏิบัติการอนุรักษ์เสือโคร่งแห่งชาติ ตามที่ประเทศไทยได้ประกาศเจตนารมณ์แล้วว่า ภายในปี 2565 ประชากรเสือโคร่งจะได้รับการฟื้นฟูและเพิ่มจำนวนในผืนป่าสำคัญของประเทศ ด้วยการจัดการและระบบตรวจวัดประชากรที่มีมาตรฐานสูงและเป็นเรื่องน่ายินดีที่ดูเหมือนยุทธศาสตร์ในการเพิ่มประชากรเสือโคร่งดูจะไม่ใช่ความฝันที่ไกลเกินเอื้อม แต่สิ่งที่เราอดห่วงไม่ได้คือความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจของคนไทยทุกคนที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องและความจริงจังในการที่จะเดินไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ให้จงได้

อย่าให้เสือโคร่งเป็นแค่เพียงภาพสัตว์โลกอีกชนิดที่เก็บไว้เล่าให้เด็กรุ่นหลังต้องจินตนาการเลย...

"ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม"

วันที่ 29 ก.ค.ของทุกปี คือ “วันอนุรักษ์เสือโลก” สัตว์ที่มีความสง่างามที่สุดในโลก แต่ขณะเดียวกันก็เป็นสัตว์ป่าที่ถูกคุกคามทำลายมากที่สุดเช่นกัน