วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แยกศาสนาออกจากการเมือง

แยกศาสนาออกจากการเมือง

  • Share:

นายฮำสะ สายสะหลำ นายกสมาคมครูสอนศาสนาอิสลามภาคฟัรฎูอีน (ภาคบังคับ) จังหวัดสงขลา เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “ครูฟัรฎูอีนที่โลกมุสลิมต้องการ” รับใช้ครูสอนศาสนาอิสลามภาคฟัรฎูอีน (ภาคบังคับ) ประจำมัสยิด 500 คน ที่ดิอามาน โฮเตลแอนด์ รีสอร์ท อ.เทพา จ.สงขลา 10.00-12.00 น. ของวันเสาร์มะรืนนี้

ตุรกีมีพลเมือง 75 ล้านคน ร้อยละ 99 นับถือศาสนาอิสลาม คนของประเทศตุรกีเราเรียกว่าชาวเติร์ก ยุคก่อนตอนสมัยโบราณ พวกเติร์กพำนักพักอาศัยอยู่ในเอเชียกลาง กระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ 8 มีกองคาราวานสินค้าของพวกอาหรับมาค้าขายแถวเอเชียกลาง พวกเติร์กจึงค่อยๆทะยอยเริ่มเข้ารับอิสลาม

ชาวเติร์กอพยพเข้ามาอยู่ในอนาโตเลียซึ่งเป็นดินแดนของตุรกีในปัจจุบันในคริสต์ศตวรรษที่ 11 ภายหลังสร้างอาณาจักรออตโตมันอันยิ่งใหญ่ได้ เมืองสำคัญในศาสนาอิสลาม ไม่ว่าจะเป็นเมกกะ เมดินา และเยรูซาเลม พวกนี้อยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิออตโตมันทั้งนั้นแหละครับ

สุลต่านเติร์กตีอียิปต์แตกเมื่อ พ.ศ.2060 ก็เอาตำแหน่งกาหลิบหรือผู้นำศาสนามาด้วย ทำให้สุลต่านของออตโตมันมีสถานะเป็นผู้นำทางศาสนาในเวลาเดียวกัน

การปกครองในอาณาจักรออตโตมันยุติธรรมพอสมควร มีการอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามประกอบกิจกรรมทางศาสนาได้เสรี ไม่กีดกัน ไม่กลั่นแกล้ง เพียงแต่ต้องเสียภาษีสูงกว่าพวกที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น

ผู้อ่านท่านคงเคยได้ยินคำว่ายังเติร์ก Young Turks หรือเติร์กหนุ่ม กันมาบ้างนะครับ คำนี้มาจากเหตุการณ์ พ.ศ.2419 เมื่อกลุ่มปัญญาชนที่เรียกตัวเองว่ายังเติร์กบีบให้สุลต่านอับดุลฮามิดที่ 2 พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรกและเปลี่ยนการปกครองของอาณาจักรออตโตมันมาเป็นระบบรัฐสภา แต่เป็นระบบรัฐสภาได้ไม่นานนัก พวกเติร์กหนุ่มก็ปฏิวัติปลดสุลต่านพระองค์เดิมออกจากพระราชอำนาจ และตั้งสุลต่านหุ่นเชิดขึ้นมา

ผู้นำเติร์กหนุ่มที่รวบอำนาจปกครองไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนำออตโตมันเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ.2457 โดยเลือกอยู่ฝ่ายเยอรมนี เมื่อเยอรมนีแพ้ ออตโตมันก็แพ้ไปด้วย ต้องลงนามในสนธิสัญญายกดินแดนในบอลข่าน ในตะวันออกกลางให้ผู้ชนะ

พวกตะวันตกที่ชนะสงครามเข้ามายึดอนาโตเลียที่ชาวเติร์กถือว่าเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง กองทัพรัฐบาลอ่อนแอเกินกว่าที่จะสู้ พวกเติร์กรักชาติที่นำโดยมุสตาฟา เคมาล จึงจับอาวุธขับไล่กองกำลังต่างชาติ ตุรกีจึงมีสงครามปลดปล่อยระหว่าง พ.ศ.2462-2466 ช่วงนี้นี่เองครับ ตุรกีมีรัฐบาล 2 ชุดในเวลาเดียวกัน คือ 1.รัฐบาลของสุลต่านออตโตมัน ตั้งที่เมืองอิสตันบูล และ 2.รัฐบาลแห่งสมัชชาใหญ่ตุรกี ตั้งอยู่ที่เมืองอังการา

สถานการณ์สับสนวุ่นวายและยุ่งเหยิง สุลต่านทนแรงกดดันไม่ไหว จึงเสด็จหนีลี้ภัย วันที่เสด็จหนีออกนอกประเทศนั้น ถือว่าเป็นการสิ้นสุดอย่างสมบูรณ์ของอาณาจักรออตโตมันที่ยาวนาน 623 ปี มีสุลต่านจากราชวงศ์เดียวปกครองทั้งสิ้น 36 พระองค์

เมื่อมีรัฐบาลเดียวแล้ว รัฐบาลแห่งสมัชชาใหญ่ตุรกีจึงตั้งประเทศขึ้นใหม่เมื่อ 29 ตุลาคม 2466 ชื่อว่า “สาธารณรัฐตุรกี”

ความผิดหวังจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่ยกกษัตริย์ให้เป็นทั้งสุลต่านและกาหลิบ หมายถึงเป็นทั้งผู้ปกครองและผู้นำศาสนา ทำให้รัฐบาลใหม่ของสาธารณรัฐตุรกีแยกศาสนาจากการเมืองอย่างเด็ดขาด ปิดโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม ผู้ชายห้ามพันศีรษะ ผู้หญิงก็ห้ามคลุมฮิญาบ พวกเชื้อพระวงศ์ทั้งหมดที่เคยรุ่งเรืองทั้งในอาณาจักรและศาสนจักรก็ถูกเชิญให้เสด็จไปประทับในต่างประเทศเมื่อ 3 มีนาคม 2467

มุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก ปกครองตุรกีได้อย่างสงบเรียบร้อยมาได้นาน 15 ปีก็เสียชีวิตด้วยโรคตับแข็งเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2481 ขณะอายุได้ 57 ปี

ท่านผู้นี้ได้รับการยกย่องทั้งเป็นรัฐบุรุษ ทั้งผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี ทุกคนรักท่าน เพราะตระหนักว่าถ้าไม่มีมุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก ก็ไม่มีสาธารณรัฐตุรกีอย่างทุกวันนี้

เป็นเวลานานหลายปี ที่นายเออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกีคนปัจจุบันพยายามดึงศาสนากลับมายุ่งกับการเมือง ทุกครั้งที่พยายามทำ ก็จะโดนทหารและศาลรัฐธรรมนูญเล่นงาน โดยโดนเล่นงานทั้งยุบพรรค ทั้งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

เพิ่งมาชนะของจริงเมื่อ 15-16 กรกฎาคม 2559

นายเออร์โดกันกำลังย้อนเวลาให้ตุรกีกลับไปเป็นก่อนยุคมุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก หลายคนอยากรู้ว่า ชีวิตของนายเออร์โดกันจะอวสานอย่างไร?

"คุณนิติ นวรัตน์"
songlok@outlook.co.th  
www.nitipoom.media  
www.facebook.com/nitipoom.thailand 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้