วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สหกรณ์...หัวใจหลักชาวนายุ่น

โดย สะ-เล-เต

เมื่อวาน นายทซึโทมุ มิยาโกชิ ที่ปรึกษาเชี่ยวชาญพิเศษ (ข้าว) บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด บอกถึงปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวนาญี่ปุ่นมีรายได้ดี ประสบความสำเร็จ เป็นที่ยอมรับในสังคม จากการใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามาช่วยทุกขั้นตอน และมีมันสมองที่ไม่รู้จักหยุดคิด

ชาวนาญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะทำนาหยอด ปลูกข้าวคุณภาพในที่ดินของตัวเอง ได้ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 1,080 กก. มีต้นทุนการผลิตไร่ละ 105,000 เยน หรือราว 34,700 บาท แต่มีรายได้ จากการขายข้าวเฉลี่ยไร่ละ 300,000 เยน หรือประมาณ 99,000 บาท...เหลือกำไรไร่ละ 64,300 บาท

ช่วงหลังนาก็จะปลูกพืชชนิดอื่นเช่นเดียวกับชาวนาไทย

แต่สิ่งที่ทำให้ชาวนาญี่ปุ่นยืนหยัดในสังคมได้อย่างภาคภูมิคือ “ความมีวินัยและเข้มแข็งตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงชุมชน” ทุกพื้นที่จะมีการรวมตัวเป็นสหกรณ์ นำข้าว ผลผลิตการเกษตร ปัจจัยการผลิต ซื้อขายผ่านระบบสหกรณ์ทั้งหมด โดยสหกรณ์เป็นผู้กำหนดราคาทุกอย่างเอง รัฐไม่จำเป็นต้องเข้ามาแทรกแซงใดๆ

เมื่อเกิดการรวมตัวเป็นสหกรณ์ การรวมตัวกันคล้ายสมาพันธ์เกิดตามมา และร่วมกันเปิดเป็นบริษัท ซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรทันสมัย ราคาแพง เข้ามาใช้ร่วมกันในชุมชน

สิ่งที่รัฐบาลและคนไทยควรเอาอย่าง...รัฐบาลญี่ปุ่นจะสนับสนุนเรื่องต่างๆ เฉพาะกับเกษตรกรที่มีการรวมกลุ่มกันเท่านั้น หากทำเดี่ยวๆ รัฐอาจมีแค่เงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ ที่สำคัญคนญี่ปุ่นนิยมอุดหนุนสินค้าจากสหกรณ์ เพราะเขาถือว่าเป็นของที่ผลิตจากคนในประเทศ

อีกอย่างที่ชาวนาญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในอาชีพ ผลผลิตข้าวออกมาสม่ำเสมอ...ชาวนาจะมีปฏิทินปลูกข้าวใช้เป็นคู่มือการปลูก ปฏิทินจะมีค่ามาตรฐานของข้าวทุกสายพันธุ์ ในทุกระยะการปลูกเมื่อข้าวอายุเท่านี้ ต้องสูงเท่าไร ออกกี่รวง แต่ละรวงมีข้าวกี่เมล็ดจึงจะเหมาะสม เพื่อให้ได้ข้าวสมบูรณ์ที่สุด

และด้วยเป็นประเทศเกิดวาตภัยบ่อย แต่ละปีมีไต้ฝุ่นกระหน่ำมิใช่น้อย ชาวนาญี่ปุ่นมีเทคนิคปลูกข้าวเอาชนะภัยพิบัติ เมื่อมีคำเตือนพายุจะมาเยือน จะมีการปล่อยน้ำเข้านาให้สูง พยุงต้นข้าว เมื่อเจอลมพัดแรง ข้าวจะไม่เสียหาย เมื่อพายุผ่านพ้นจะสูบน้ำออกไปตุนเก็บไว้ใช้ต่อไป... แล้วเราล่ะรู้ทันภัยธรรมชาติแค่ไหน.

"สะ–เล–เต"

27 ก.ค. 2559 09:15 ไทยรัฐ