วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลด 'รอง ผบ.ตร.' เหลือแค่5ตำแหน่ง รองรับปฏิรูปตำรวจ ไม่มีวาระตั้งผบช.น.

“พงศพัศ พงษ์เจริญ” เผยเตรียมปฏิรูปตำรวจให้รองรับงานอาชญากรรม มีสายการบังคับบัญชาที่สั้นและคล่องตัวมากขึ้นตามนโยบายที่ “บิ๊กป้อม” ให้ไว้ เผยต้องปรับลดตำแหน่งนายพล หั่นรอง ผบ.ตร. ที่ปรึกษา (สบ 10) ผู้ช่วย ผบ.ตร. ผบช.และรอง ผบช. ร่วม 20 ตำแหน่ง พร้อมตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษอีก 10 ศูนย์ มีตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ชี้แค่ข่าวปล่อยการแต่งตั้ง ผบช.น.ตัวจริง คาดยกยอดไปรวมกับโผนายพลประจำปี 59

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 26 ก.ค. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจ กล่าวว่า การประชุม ก.ตร.ในวันที่ 27 ก.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะนำเสนอเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการปฏิรูปองค์กรตำรวจให้ ก.ตร.พิจารณา 2 เรื่อง คือการวิเคราะห์กำหนดตำแหน่งให้สอดรับกับระบบงานของ ตร. และการวิเคราะห์กำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจ เพื่อทำหน้าที่ในศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษและงานนโยบายสำคัญของ ตร. ให้เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธาน ก.ตร. ที่ต้องการปรับระบบการทำงานหลักและงานสนับสนุนให้เกิดความชัดเจน มีสายการบังคับบัญชาที่สั้นลงและมีความคล่องตัวในการสั่งการมากขึ้น รวมทั้งปรับระบบการทำงานของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษให้มีประสิทธิภาพ รองรับงานด้านความมั่นคง งานอาชญากรรมที่มีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน การวิเคราะห์กำหนดตำแหน่งครั้งนี้ผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุ ก.ตร.บริหารทรัพยากรบุคคลแล้ว

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวต่ออีกว่า ในส่วนแรกที่เป็นการปรับระบบงานให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปองค์กรตำรวจจะกำหนดตำแหน่งและหน้าที่ความรับผิดชอบของรอง ผบ.ตร.และ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ให้สอดรับกับความผิดชอบงานตามที่คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) กำหนดไว้ 5 สายงาน ประกอบด้วยงานบริหาร งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม งานสืบสวน งานกฎหมายและสอบสวน และงานความมั่นคงและกิจการพิเศษ ในการดำเนินการจะมีการปรับลดตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. จาก 7 ตำแหน่ง เหลือ 5 ตำแหน่ง ปรับลดตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. จาก 14 ตำแหน่ง เหลือ 10 ตำแหน่ง ยุบเลิกตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. ทั้งหมด 6 ตำแหน่ง ปรับลดตำแหน่งจเรตำรวจ (สบ 8) เทียบเท่า ผบช. ในสังกัดสำนักงาน ผบ.ตร. จาก 9 ตำแหน่งเหลือ 5 ตำแหน่ง ปรับลดตำแหน่ง ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. จาก 6 ตำแหน่ง เหลือ 3 ตำแหน่ง ยุบเลิกตำแหน่งรอง ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ทั้งหมด 3 ตำแหน่ง ผลจากการปรับตำแหน่งดังกล่าว ทำให้มีการยุบเลิกตำแหน่งรอง ผบ.ตร. และที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. ยศ พล.ต.อ. 8 ตำแหน่ง ยุบเลิกตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ผบช. และเทียบเท่า ผบช. ยศ พล.ต.ท. 11 ตำแหน่ง และยุบเลิกตำแหน่ง รอง ผบช. ยศ พล.ต.ต. 3 ตำแหน่ง

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวด้วยว่า สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษและนโยบายสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เสนอปฏิรูประบบการทำงานของศูนย์ต่างๆทั้ง 10 ศูนย์ ให้สนองตอบต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและสามารถรองรับการขยายตัวของอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ สำหรับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษทั้ง 10 ศูนย์ ประกอบด้วย 1.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 2.ศูนย์ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 3.ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ 4.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด 5.ศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6.ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง 7. ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง 8.ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ 9.ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมสินค้าทางน้ำ และ 10. ศูนย์ปฏิบัติการงานความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“เตรียมนำเสนอ ก.ตร. เพื่อขออนุมัติหลักการปฏิรูประบบการปฏิบัติงาน พร้อมกำหนดตำแหน่งผู้รับผิดชอบดูแล ซึ่งจะเสนอให้มีตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ เทียบเท่า ผบช. ทำหน้าที่รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ และตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. เทียบเท่า ผบก. ทำหน้าที่หัวหน้าส่วนอำนวยการสนับสนุนและปฏิบัติการ ทั้งหมดเป็นตำแหน่งบริหาร แต่จะไม่มีตำแหน่งนายเวรและผู้ช่วยนายเวรให้เหมือนกับตำแหน่งบริหารทั่วไป” พล.ต.อ.พงศพัศกล่าว

มีรายงานว่า ก.ตร.เตรียมประชุมพิจารณาปรับลดตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.และผู้ช่วย ผบ.ตร. ตามโครงสร้างใหม่และขออนุมัติเลื่อนการแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพลประจำปี 59 ออกไป ส่วนกระแสข่าวการแต่งตั้งโยกย้ายนอกวาระประจำปี ที่คาดว่าจะมีการแต่งตั้ง พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) เป็นจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) แทน พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ที่โยกไปเลขาธิการ ปปง. และแต่งตั้ง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. รรท.ผบช.น.เป็น ผบช.น. เป็นข่าวปล่อยออกมายังไม่ได้มีการหารือกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. คาดน่าจะมีการยกยอดคำสั่งทั้งหมดไปรวมในการแต่งตั้งระดับรอง ผบ.ตร.จนถึง ผบช.ในวาระประจำปี 59