วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประยุทธ์ย้ำ ทูลเกล้าฯสังฆราช ต้องเคลียร์ ทุกข้อกล่าวหา

เจ้าคุณประสารวอนอย่าทำลาย

“บิ๊กตู่” ย้ำจะนำชื่อผู้ ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชขึ้นทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชได้ก็ต่อเมื่อเคลียร์ข้อกล่าวหาทั้งหมดให้ได้ก่อน ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ด้าน “เจ้าคุณประสาร” พระเมธีธรรมาจารย์ ระบุองค์กรพุทธและภาคีเครือข่ายอยู่ระหว่างจับตาดูความเคลื่อนไหว วอนผู้เกี่ยวข้องอย่าเอาความสะใจหรืออาศัยกรอบกฎหมายมาทำลายกัน ขณะที่ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธฯชี้ ข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นการจงใจสร้างมลทิน เชื่อมีการยื้อเวลาจนกว่าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์จะปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้

กรณี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมผู้เกี่ยวข้องแถลงผลการตรวจสอบการครอบครองรถเบนซ์โบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ กทม. และรถจากัวร์ แพนเธอร์ โบราณของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ว่ามีความผิดในประเด็นการเข้าครอบครอง ทำให้พระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เรียกร้องให้พระสงฆ์และพระธรรมทูตทั่วโลกออกมาชุมนุมเพื่อปกป้องสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และพระพุทธศาสนา อ้างเหตุสถานการณ์ไม่ปกติ

ความคืบหน้า ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนการดำเนินการของรัฐบาล หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้ว่าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ครอบครองรถเบนซ์โบราณเข้าข่ายความผิดใน 2 ข้อหาว่า ขั้นตอนการพิจารณาเป็นไปตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ยังไม่มีการตัดสินต้องให้โอกาสทั้งสองฝ่ายได้ชี้แจงข้อเท็จจริง จากนั้นกระบวนการยุติธรรมจะเป็นผู้ตัดสิน ถ้าไม่เป็นแบบนี้มันไปต่อไม่ได้ วันนี้บ้านเมืองยุ่งมากพอแล้ว อะไรที่ยังไม่ใช่ความเร่งด่วนก็ควรที่จะเบาๆกันบ้าง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ขั้นตอนการตัดสินใจที่จะนำชื่อผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ขึ้นทูลเกล้าฯสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชได้เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ขั้นตอนของผมก็คือต้องเคลียร์ข้อกล่าวหาให้ได้ก่อน ข้อกล่าวหาต่างๆที่มีอยู่ในขณะนี้ ยังไม่ได้บอกเลยว่าผิดหรือถูก ถ้าคิดว่าถูกก็มาสู้คดี นำหลักฐานมาชี้แจงให้ได้ก็จบ ผมเคารพพระสงฆ์ทุกองค์ ไม่ได้เลือกข้างใครอยู่แล้ว แต่ต้องเห็นใจผมด้วย เพราะทำหน้าที่ให้ประเทศชาติสงบ ปัญหาทุกวันนี้ก็ล้วนเป็นปัญหาเดิมทั้งสิ้น ถ้าอยากจะตกอยู่ในวังวนเหล่านี้ก็ไม่เป็นไรก็ทำกันต่อไป สู้กันไปก็แล้วกัน แต่ผมไม่สู้ด้วยไม่ว่าจะกับใครทั้งนั้น ทุกอย่างต้องใช้กฎหมายเป็นบรรทัดฐาน

ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงษ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เผยว่า ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้ ส่วนการประชุมของคณะพนักงานสอบสวนร่วมกับอัยการในวันที่ 27 ก.ค. ยังไม่ทราบรายละเอียด เพราะไม่ได้เข้าร่วมประชุม ต้องปล่อยให้คณะพนักงานสอบสวนหารือกัน เท่านั้น ส่วนกรณีทนายวัดปากน้ำภาษีเจริญและวัดไผ่ล้อม ยืนยันว่ารถโบราณทั้ง 2 คัน มีลูกศิษย์มาถวายและยินดีให้ตรวจสอบอีกครั้ง ยังไม่ได้ทำหนังสือชี้แจงมาอย่างเป็นทางการ

ขณะที่พระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ช่วงนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับองค์กรพุทธและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศมากมาย ถึงแนวทางในการเคลื่อนไหว ขอแจ้งให้ทราบว่าขณะนี้กลุ่มผู้ร่วมอุดมการณ์ ประกอบด้วย กลุ่มพระสงฆ์ในประเทศ กลุ่มพระสงฆ์ซึ่งเป็นพระธรรมทูตในต่างประเทศ กลุ่มองค์กรพุทธในประเทศ กลุ่มพระนิสิต นักศึกษาในทั่วประเทศ กลุ่มศิษยานุศิษย์ในคณะสงฆ์ ส่วนแนวทางการทำงานต่อจากนี้ กำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวเพื่อนำไปปฏิบัติในพื้นที่ต่างๆตามกรอบเวลาที่กำหนดแล้วนำมาสรุปก่อนมีมติในเรื่องสำคัญ ส่วนวันที่ 27 ก.ค.กรมสอบสวนคดีพิเศษจะประชุมหาข้อสรุปเกี่ยวกับคดีการครอบครองรถโบราณในพิพิธภัณฑ์วัดปากน้ำฯนั้น องค์กรพุทธและภาคีเครือข่ายอยู่ระหว่างจับตาดูความเคลื่อนไหว ขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคำนึงถึงความถูกต้อง ชอบธรรม ความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นหลัก อย่าเอาความมัน ความสะใจ เอาสี เอาข้าง หรือเอาธงจากใคร มาตัดสินโดยอาศัยกรอบของกฎหมายทำลายกัน

พระมหาศิริศักดิ์ สิริวุฑฺฒิปญฺญาเมธี ประธานสมัชชาพระนิสิตพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า สมัชชาพระนิสิตฯเตรียมออกมาสวดมนต์ครั้งใหญ่กับพระสงฆ์ทั่วประเทศ เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาและพระมหาเถระที่ถูกย่ำยี ยืนยันไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เตรียมออกแถลงการณ์เพื่อกราบเรียนคณะสงฆ์ พระสังฆาธิการทั่วประเทศ ร่วมแสดงพลังความเป็นเอกภาพปกป้องพระพุทธศาสนา

พระครูกาญจนกิจจารักษ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรพระสงฆ์รุ่นใหม่ กล่าวว่า เครือข่ายองค์กรสงฆ์รุ่นใหม่ พร้อมที่จะเคลื่อนไหวร่วมกับพระเมธีธรรมาจารย์โดยไม่ให้ขัดต่อกฎหมายบ้านเมือง ทั้งนี้การออกมาสวดมนต์ไม่น่าผิดพระธรรมวินัยและไม่ได้ก่อปัญหาอะไรกับสังคม เพราะไม่ได้ไปปิดสถานที่ราชการแต่อย่างใด ทั้งยังเป็นการแสดงเจตนารมณ์สิ่งที่อยู่ในใจพระสงฆ์ทั่วประเทศที่ต้องการรวมใจแสดงให้ทุกฝ่ายเห็น

นายบรรจบ บรรณรุจิ ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเสนอรายชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อทูลเกล้าฯสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ไม่ยอมลดธงลงและยังคงพยายามหาทางต้านต่อไป การเสนอรายชื่อเพื่อทูลเกล้าฯ คงไม่เกิดขึ้นแน่นอน ขณะเดียวกันก็คงจะไม่กล้าเสนอสมเด็จพระราชาคณะรูปอื่นขึ้นมาแทนด้วย เพราะหากการเสนอรายชื่อสมเด็จพระสังฆราชในครั้งนี้ ไม่ใช่ชื่อของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ที่เป็นขั้นตอนดำเนินการที่ผิดธรรมเนียมประเพณี พระสงฆ์ฝ่ายมหานิกายคงดำเนินการอะไรบางอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องข้อกล่าวหาต่างๆนั้นเป็นการจงใจสร้างเรื่องให้เกิดมลทินกับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และสร้างความชอบธรรมให้กับพระสงฆ์ของพวกเขา เรื่องนี้ไม่เฉพาะตนที่มองแต่สังคมรวมทั้งพระสงฆ์ฝ่ายมหานิกายทั้งหมดก็มอง คาดว่าคงยื้อไปจนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์จะปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ส่วนการเคลื่อนไหวขององค์กรพุทธต่างๆทางสมาพันธ์ฯจะพิจารณาว่าควรเข้าร่วมหรือไม่

นายชยพล พงษ์สีดา รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า กรณีหากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีอาญาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น ยังไม่ขอตอบคำถาม จนกว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาที่ชัดเจนออกมา เท่าที่ศึกษาตัวบทกฎหมายต่างๆ ไม่มีกฎหมายฉบับใดบัญญัติว่า เมื่อผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีอาญาแล้วจะต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใดและให้ถือว่าผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์

วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีพระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเชิญชวนให้กลุ่มพระออกมาเคลื่อนไหว หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปผลการครอบครองรถเบนซ์โบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัด ปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชว่า ทุกอย่างต้องทำตามกฎหมายจะไปนอกลู่นอกทางไม่ได้ อย่าไปปลุกม็อบเลย เพราะจะเสียหายในภาพรวม

ที่วัดไผ่ล้อม อ.เมืองนครปฐม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พร้อมนายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร ทนายความไวยาวัจกร วัดไผ่ล้อม และทีมกฎหมายของวัด แถลงข่าวกรณีดีเอสไอระบุว่ารถจากัวร์ แพนเธอร์ โบราณ มีชื่อของหลวงพี่น้ำฝนเป็นผู้ครอบครอง ผิดกฎหมาย เป็นการตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษีอากร โดยเจตนา และมีการปลอมลายมือชื่อของนายชรินทร ปถคามินทร์ ผู้นำเข้าเครื่องยนต์ โดยหลวงพี่น้ำฝนกล่าวว่าจะไม่พูดเรื่องรถยนต์ที่เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะมอบหมายให้ทนายเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ อยากถามว่าทำไมต้องหลีกเลี่ยงภาษี แล้วอาตมาจะมาสร้างวัด สร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาลมูลค่าไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาททำไม

นายศุภภัทร์พจน์ ชี้แจงถึงที่มาของรถโบราณคันนี้ว่า เมื่อปี 54 หลวงพี่น้ำฝนไปเจริญพุทธมนต์ที่ร้านอาหารไทย ในนครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมานายสมเชษฐ เขมทัต เจ้าของร้านถวายรถโบราณคันดังกล่าวที่จอดโชว์หน้าร้าน ให้นำมาจอดโชว์วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ใช้เป็นกุศโลบายให้คนเข้าวัดมากขึ้น ไม่ทราบเรื่องการปลอมลายมือชื่อของนายชรินทร เนื่องจากไม่ได้เกี่ยวข้องกับการนำเข้ารถคันนี้ ที่ผ่านมาวัดรอให้ดีเอสไอเข้ามาสอบสวน เพื่อจะได้ให้ปากคำและเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องแต่ก็ไม่มา เคยสอบถามไปยังดีเอสไอได้คำตอบว่าหากเข้ามาสอบจะมีหนังสือแจ้งเข้ามาล่วงหน้า จนถึงบัดนี้ยังไม่มีใครเข้ามาสอบสวน

“บิ๊กตู่” ย้ำจะนำชื่อผู้ ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชขึ้นทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชได้ก็ต่อเมื่อเคลียร์ข้อกล่าวหาทั้งหมดให้ได้ก่อน ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ด้าน “เจ้าคุณประสาร” พระเมธีธรรมาจารย์ ระบุองค์กร... 27 ก.ค. 2559 03:55 27 ก.ค. 2559 03:56 ไทยรัฐ