วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปล่อยตามธรรมชาติ

แก่ขึ้นอีกปี และก็เป็นอีกปีที่ต้องฉลองวันเกิดเงียบๆอยู่ต่างประเทศ

26 กรกฎาคม วันคล้ายวันเกิดของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ครบรอบ 67 ปี

แต่รอบนี้ไม่มีอะไรหวือหวา แบบที่ “น้องปู” อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เซอร์ไพรส์พี่ชายด้วยการร้องเพลงอวยพรและเปิดช่องทางให้แฟนคลับในเฟซบุ๊กร่วมกันเบิร์ธเดย์อดีตนายกฯทักษิณ

ขณะที่ “ลูกโอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร ก็โพสต์เฟซบุ๊กกระตุกอารมณ์ดราม่าเป็นนัย เป็นอีกปีที่พ่อต้องฉลองวันเกิดไกลบ้าน ครอบครัวทำได้แค่ส่ง “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร น้องสาวคนเล็กไปอยู่เป็นกำลังใจข้างกายพ่อในวันเกิดที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ก็แค่รักษาเรตติ้ง ประคองกระแสกันตามเหลี่ยมของโคตรเซียนการตลาด

เรื่องของเรื่อง ไฮไลต์มันก็อยู่ที่คิวของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ฝากสารถึงอดีตนายกฯทักษิณ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด

“อยากให้ท่านอยู่เฉยๆ ต้องปล่อยให้ คสช.ทำงานก่อน ทุกอย่าง คสช.เขาก็ทำให้มันเดินไป ถ้าไปไม่ได้ค่อยมาว่ากัน วันนี้ก็ยังทำอยู่ในโรดแม็ปอยู่แล้วก็ว่ากันไป”

จับใจความในสารน่าจะเป็นอะไรที่ตรงกันทั้งฉากหน้าและฉากหลัง

เพราะอย่างน้อยมันก็ล้อไปกับปรากฏการณ์ที่ “นายใหญ่” งดจัดงานใหญ่ฉลองวันเกิดที่ฮ่องกง ไม่เคลื่อนไหวยั่วอารมณ์หมั่นไส้ คสช.

ขณะเดียวกัน ก็วางหมากข้ามช็อตในการฉลองเบิร์ธเดย์ที่ปักกิ่ง ประเทศจีน ตามข่าวที่อดีตนายกฯทักษิณ มอบธงให้ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าเมืองกรุง ดูแลยุทธศาสตร์ด้านการเมืองของพรรคเพื่อไทย และ “เสี่ยแดง” นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ

ระหว่าง “ทักษิณ” กับฝ่ายคุมเกมอำนาจ คสช.น่าจะรู้ทางกัน

สถานการณ์อยู่ในจังหวะ “คุมเชิง” รอเปิดเจรจาดีลอำนาจใหม่

มองไปถึงการเลือกตั้งรอบหน้าแล้ว

นั่นก็ทำให้แนวโน้มการประจันหน้าแบบรุนแรงลดโทนลงไปตามเงื่อนไข ส่วนเกมประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่กำลังชุลมุนวุ่นวาย

เอาเข้าจริงต่างฝ่ายต่างก็ปล่อยให้ว่ากันไปตามธรรมชาติ

เพราะผ่านหรือไม่ผ่านก็ไม่มีผลต่อความเป็นอยู่ของรัฐบาลทหาร คสช.

ในอารมณ์ที่นักการเมืองทั้งค่ายเพื่อไทยและยี่ห้อประชาธิปัตย์ก็ขอแค่โหนกระแส แสดงจุดยืนเพื่อประคองเรตติ้งเผื่อไว้ในการเลือกตั้งรอบต่อไป

ตามวิสัยนักเลือกตั้งอาชีพไม่เสี่ยงท้าเป็นท้าตายแน่

จะมีก็แค่พวก “บ้องตื้น” ที่อยาก “ลองของ” อย่างที่ตำรวจไล่ตามจับเครือข่ายนักการเมืองในภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน โทษฐานเผยแพร่เอกสารร่างรัฐธรรมนูญปลอม

แต่เอาเข้าจริงก็มีการแก้ต่างว่า เป็นการแสดงความเห็นโดยสุจริตตามสิทธิ์

ยืนกรานไม่ใช่รัฐธรรมนูญปลอม ไม่ผิดกฎหมาย

ซึ่งสุดท้ายเลยก็คงสู้คดีกันไปตามกระบวนการอีกนาน จนประชามติผ่านไปแล้ว

และถึงตรงนี้ ในมุมของทหารเองก็คงไม่กล้าปฏิเสธ

จุดที่เป็นชนวนอันตราย เป้าโฟกัสของ คสช.มันอยู่ที่การเคลื่อนไหวของชนชั้นปัญญาชน นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ ที่แสดงพลังในนาม 43 องค์กร

ประกาศ “โหวตโน” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย”

ก็ถึงขั้นที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ในฐานะฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล คสช.ต้องส่งสัญญาณเตือนนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหัวขบวน 43 องค์กร มีพฤติการณ์สุ่มเสี่ยงทำผิดกฎหมาย

กับการแนะนำให้กาช่องขวามือในบัตรลงคะแนน

เข้าข่ายขัดมาตรา 61 พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติฯ

ขู่ “ล็อกคอ” ด้วยกฎหมาย หยุดปฏิบัติการตีปี๊บกันทันทีทันควัน

เพราะมันคือการจุดชนวนแรงเสียดทานประชามติของจริง.

ทีมข่าวการเมือง

27 ก.ค. 2559 00:06 ไทยรัฐ