วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สวัสดีชาวโลก?...ถอดปริศนารหัสมอร์สจากดาวอังคาร

แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ทุกท่าน เห็นภาพนี้แล้ว คิดเห็นกันอย่างไร ครับ?

สัญลักษณ์มนุษย์ต่างดาว...รอยพญานาค...รังมด...แค่รอยทรายธรรมดา...หรือมันอะไรก็ไม่รู้ ไม่มีความหมายมั้ง มาถามทำไม เนี่ย?...

ใจเย็นๆ ครับ ก่อนคิดกระโดดชกหน้า นายฮกหลง แห่งทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

หากฟังนายฮกหลง เล่าสักนิด อารมณ์หงุดหงิด อาจเปลี่ยนไปกลายเป็น ฉงนปนแปลกใจก็ได้ เพราะรูปประหลาดนี้ มันหาใช่รูปที่ถ่ายบนผืนพิภพสีน้ำเงิน ที่ผ่านการโฟโต้ช็อป หากแต่มันเป็นรูปถ่ายจากดาวอังคาร ด้วยกล้องประสิทธิภาพสูง ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา แถมมีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า มันอาจเป็น รหัสมอร์ส ที่ต้องการสื่อความอะไรบางอย่าง จากใครบางคนที่อยู่นอกพิภพเราอีกด้วย...

จริงหรือมั่ว! วันนี้ นายฮกหลง ได้พาบุคคลที่แฟนๆ ไทยรัฐ คิดถึง มาให้คำตอบแล้วครับ ท่านนั้นก็คือ รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล ยอดนักวิทยาศาสตร์ไทย ที่หายหน้าไปจากแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ มานานจนใครหลายคนคิดถึงคนึงหา...

เอาล่ะ เราไปฟัง อาจารย์ชัยวัฒน์ ถอดรหัสปริศนา นี้กันเถอะ...

จอมนักวิทยาศาสตร์ไทย ขยับแว่นเล็กน้อย ด้วยสายตามุ่งมั่น ก่อนเริ่มต้นเลกเชอร์ให้นายฮกหลง ฟังว่า รูปปริศนาที่ว่านี้ ถ่ายจากกล้องประสิทธิภาพสูง ของ ยาน Mars Reconnaissance orbiter ที่ถูกส่งไปโคจรรอบดาวอังคาร ตั้งแต่ปี ค.ศ.2006 เพื่อปฏิบัติภารกิจ ถ่ายรูปสำรวจ สำหรับการเตรียมความพร้อมส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร ในอนาคตอันใกล้นี้ ของนาซา

โดยมีภาพถ่ายได้ ตั้งแต่เมื่อเดือน ก.พ. 2016 ที่ผ่านมา แต่ นาซา เพิ่งนำออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2016 โดยมีการตั้งชื่อภาพนี้ว่า "Martian morse code" หรือ รหัสมอร์ส บนดาวอังคาร!

อ้าว...ฟังมาถึงบรรทัดนี้ นายฮกหลง ถึงมีตะลึง!

นาซา การันตีเองว่า มันคือ รหัสมอร์ส จากดาวสีแดง เลยหรือนี่?...

รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยวัฒน์ ยิ้มอย่างใจเย็น ก่อนอธิบายกับ นายฮกหลง ด้วยน้ำเสียงเนิบนาบตามสไตล์ ว่า ไม่ใช่แบบนั้น...การตั้งชื่อภาพแบบสุดพิสดารนี้ นาซา คงเพียงหวังเรียกกระแสความสนใจจากทั้งสื่อมวลชนและสาธารณชน ในวันแถลงข่าวเท่านั้น ซึ่งมันก็ได้ผลจริงๆ

เพราะ...ทำให้มีผู้สนใจเกี่ยวกับความลึกลับบนดาวอังคารและนักทฤษฎีมนุษย์ต่างดาวน้อยใหญ่ ต่างพากันแห่ไปดูภาพ เพื่อหวังไปตีความรหัสลับดังกล่าวกันจ้าละหวั่น หัวกระไดไม่แห้ง...

โดยแทบไม่ได้ตะแคงหูฟังเลยว่า คำอธิบายที่แท้จริงเกี่ยวกับภาพปริศนานี้ ซึ่ง นาซา แถลงออกมา พร้อมกับการเผยแพร่ภาพ มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เอาไว้ว่าอย่างไร? รวมถึงบางส่วน ยังไถลเถลือกไปด้วยซ้ำว่า คำอธิบายของนาซานั้น เป็นเรื่อง "โกหก" ไปเสียอีกด้วย!

แล้วความจริงที่ทำให้เกิดสัญลักษณ์ประหลาดนี้ มันคืออะไร ฝีมือมนุษย์ต่างดาว...โฟโต้ช็อป...หรือว่าอะไรกัน?

เราไปฟัง อ.ชัยวัฒน์ ขยายความให้ฟังกันดีกว่า

"คำอธิบายอย่างเป็นทางการของ นาซา ต่อเจ้าภาพที่ถูกเรียกว่า "Martian morse code" หรือ รหัสมอร์ส บนดาวอังคาร มันไม่ได้มีอะไรลึกลับพิสดารซุกซ่อนอยู่ หากแต่มันเป็นเพียง...

"ปรากฏการณ์ธรรมชาติ"

ที่เกิดจากสภาพพื้นผิวของดาวอังคาร ที่ปกคลุมไปด้วยทราย โดนลมพัด จนกระทั่งทำให้เกิดเป็น "เส้น" ทั้งสั้นและยาวคล้ายรหัสมอร์ส ที่ประกอบด้วย "จุดและขีด"

...หากแต่ว่า...

โดย นาซา อธิบายว่า ส่วนเป็นขีดเส้นยาว น่าจะเกิดจาก ลมสองกระแสที่พัดตั้งฉากเข้าหาส่วนเป็นสันทราย ในทิศทางตั้งฉากกัน แต่ส่วนเป็นจุด อธิบายได้ยากกว่า โดยอาจจะเกิดจาก กระแสลมที่เป็นต้นเหตุ ทำให้เกิดเป็นสันทรายเส้นยาว มีการเปลี่ยนทิศ หรือถูกรบกวนด้วยลมอื่น ทำให้สันทรายเส้นยาวขาด หรือถูกยืดออก กลายเป็นจุดๆ ไป ซึ่งเป็นคำอธิบายที่จะต้องมีการศึกษาต่อไป

ส่วนที่ผ่านมา เคยมีการถ่ายภาพลักษณะคล้ายกันนี้ จากพื้นผิวดาวอังคารหรือไม่?

คำตอบก็คือ เคยถ่ายได้ เพียงแต่ไม่เคยเห็นได้ชัดเจนมากถึงขนาดนี้ และมันไม่ได้เรียงตัวกันมากถึงขนาดนี้ เท่านั้นเอง...

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เกิดจากลม เป็นปัจจัยสำคัญ...

ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ แบบ งูๆ ปลาๆ ของ นายฮกหลง จึงต้องถามออกไปด้วยความอยากรู้โดยพลันว่า

อาจารย์ครับ...บนดาวอังคาร มีลม ด้วยกระนั้นหรือครับ ?

มีสิครับ! รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยวัฒน์ ตอบอย่างหนักแน่น

แม้ดาวอังคาร จะมีบรรยากาศหนาแน่นน้อยกว่าโลก แต่กลับมีลมแรง และที่สำคัญ เมื่อเกิดพายุ เป็นพายุฝุ่น มันจะเกิดรุนแรงและอยู่ยาวนานมากกว่าบนโลกเสียด้วยซ้ำไป...

และที่มีคุณค่าต่อวงการวิทยาศาสตร์โลกมาก ก็เพราะทำให้ได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพของดาวอังคาร ที่วิทยาศาสตร์ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น สภาพทรายในบริเวณนั้น ค่าแรงลมบนดาวอังคาร เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ ที่กำลังเตรียมการจะไปอาศัยอยู่บนดาวอังคารต่อไป

สัญลักษณ์ประหลาด รหัสมอร์ส เป็นไปได้หรือ? 

จอมนักวิทยาศาสตร์ กอดอกนิ่งไปสักครู่ ก่อนให้ความเห็นว่า...ส่วนตัวคิดว่า มันแค่คล้ายแต่ไม่ใช่อย่างแน่นอน เพราะ...รหัสมอร์ส เป็นสิ่งที่มนุษย์โลกสร้างขึ้นมาเอง ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นบนดาวอังคารก็น่าทึ่งมาก ดูเผินๆ ก็คล้ายเป็นรหัสมอร์สมากทีเดียว

หากมันคล้าย มีใครเคยทดลองถอดรหัสไหม? แล้วได้ความว่าอย่างไรบ้าง?

มีครับ...แถมเป็นนักวิทยาศาสตร์ ของ นาซา เสียด้วย เธอมีชื่อว่า Veronica Bray 

ซึ่งเมื่อลองถอดความดู ได้ข้อความดังต่อไปนี้

"NEE NED ZB 6TNN DEIBEDH SIEFI EBEEE SSIEI ESEE SEEE"

ถอดความได้ แต่...มันไม่มีความหมายอะไรเลย จบข่าว!

หากแต่ยังมีผู้ไม่เชื่อการถอดความดังกล่าว และปัจจุบัน ยังมีหลายคน พยายามตีความจากรูปปริศนานี้อยู่ แต่ยังหาใครที่สามารถถอดรหัส จนมีความหมายที่สามารถเข้าใจได้แต่อย่างใด

เอาล่ะ เกือบจบ แต่ยังไม่จบ! 

ครานี้ อ.ชัยวัฒน์ อยากขอชวนคุยกับแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ บ้างว่า... 

รู้ไหม...ทำไมเราจึงจำเป็นต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับดาวที่อยู่ห่างไกลจากโลกมาก? แถมเทคโนโลยีล่าสุดของมวลมนุษยชาติ เร็วที่สุด กว่าจะไปถึง ยังต้องใช้เวลาถึง 6 เดือน หรือครึ่งปี!

คำตอบง่ายมากเลยครับ!

แฟนไทยรัฐออนไลน์ เห็นด้วยไหม ลองฟังดูครับ...

อ.ชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า "นั่นก็เพราะ...ดาวอังคาร คือ เป้าหมายหลักของมนุษย์ ที่เป็นดาวนะ ย้ำว่าเป็น ดาวเคราะห์ ที่มนุษย์กำลังเตรียมการจะไปปักหลักตั้งถิ่นฐานกันในอนาคต เป็นดาวเคราะห์บ้านใหม่ดวงที่สองของมนุษย์! เพราะเป้าหมายเดิมของมนุษยชาติ คือ ดาวศุกร์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับโลกของเรานั้น หลังจากได้ไปสำรวจด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างจริงจังมากขึ้น จึงพบว่าสภาพจริงๆ ของ ดาวศุกร์นั้น ไม่ได้ต่างอะไร ไปจาก "นรก" เอาเสียเลย

ปัจจุบันการมุ่งหน้าไปดาวอังคาร เพื่อเปิดพรมแดนใหม่ในอวกาศของมนุษยชาติ กลายเป็นเรื่องจริงจังมากในหลายๆ ประเทศ ที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น อินเดีย รัสเซีย หรือ สหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพราะดาวอังคาร มีลักษณะหลายอย่างที่โลกมี เช่น ชั้นบรรยากาศ แรงดึงดูด และสภาพพื้นผิวที่คล้ายกับโลกมาก เพียงแต่ไม่มีสิ่งมีชีวิตระดับใหญ่

นอกจากนี้ ส่วนตัวมองว่า การเข้าไปบุกเบิกตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร ดูแล้วน่าจะง่ายกว่า ตอนที่ชาวยุโรปอพยพไปตั้งถิ่นฐานที่ทวีปอเมริกาเสียอีก เพราะดาวอังคารไม่มีเจ้าถิ่น เหมือนตอนที่ชาวยุโรปไปทวีปอเมริกา แล้วต้องไปเผชิญหน้ากับชาวอินเดียนแดง

หากแต่...โจทย์ที่ท้าทายและยากยิ่ง คือ สภาพภูมิศาสตร์ สภาพบรรยากาศ แรงดึงดูด และแรงโน้มถ่วง มันไม่เหมือนบนพื้นพิภพดาวสีน้ำเงิน ที่เราอยู่น่ะสิ! ไปอยู่น่ะไปอยู่ได้ แต่…จะไปอยู่กันแบบไหน? และที่สำคัญมากๆ คือ เมื่อไปอยู่แล้ว ควรจะไปอยู่แบบเป็นผู้อาศัยที่ดี ซึ่งในความหมายของผม คือ ไม่ไปเปลี่ยนแปลงเขา เหมือนเช่นในช่วงไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานี้ ซึ่งมนุษย์ได้กระทำย่ำยีกับโลกสีน้ำเงิน จนเปลี่ยนไปมากที่สุดอย่างชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน จนปรากฏเค้าลางของ สัญญาณอันตรายมากมายในเวลานี้

รอยเท้าแรกของมนุษย์ บนดาวอังคาร จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่?

ถึงตรงนี้...อ.ชัยวัฒน์ ขอเปิดความในใจ ก่อนตอบคำถามนี้ว่า

"รู้ไหม 1 ใน 3 สิ่งที่ผมอยากเห็นก่อนตาย ก็คือ การเดินทางของมนุษยชาติสู่ดาวอังคาร"

....ต้องทำความเข้าใจพื้นฐานก่อนว่า การเดินทางไปดาวอังคาร นั้น ยากและอันตราย ยิ่งกว่าการเดินทางไปดวงจันทร์มาก ขีดเส้นอีกครั้ง ยาก และอันตราย กว่ามาก!

ฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า เหตุใด นาซา จึงได้ประกาศว่า ต้องอาศัยระยะเวลาอีกอย่างน้อย 10-20 ปี หากจะมีมนุษย์คนใดสามารถลงไปเดินเหยียบย่างบนพิภพดาวอังคารได้ เพราะการเดินทางในอวกาศมีความเสี่ยงสูง และที่เสี่ยงมากกว่านั้น คือ เมื่อลงไปถึงแล้ว จะกลับมาอย่างไร? จะไปอยู่บนดาวอังคารอย่างไร? นั้น คือความเสี่ยงยิ่งกว่า ซึ่งองค์กรที่เป็นผู้นำด้านอวกาศของโลก อย่าง นาซา ไม่สามารถที่จะเสี่ยงอะไรแบบนั้นได้ ฉะนั้น การเดินหน้าโครงการดังกล่าว จึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบที่สุด

หากแต่...จะมีชาติใดในโลก ที่สามารถแซงอเมริกา เพื่อส่งมนุษย์คนแรก ลงไปโชว์รอยเท้าบนดาวอังคารได้ก่อน ชาตินั้นก็อาจจะเป็นประเทศจีน เพราะปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านอวกาศของจีน ก้าวกระโดดไปไกลถึงขนาดไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใครอีกแล้ว และส่วนตัวผมเชื่อว่า จีน จะไปถึงดาวอังคารได้แน่นอน เพียงแต่จะไปถึงเมื่อไหร่?...

ปี 2018 จะมีมนุษย์ 2 คนแรก บุกดาวอังคาร

อย่างไรก็ดี ในสหรัฐอเมริกาขณะนี้ มีโครงการเอกชน ชื่อ Inspiration Mars มีเป้าหมายจะส่งมนุษย์สองคนแรก จากโลก สู่ดาวอังคาร แต่มนุษย์สองคนแรก จะไม่ลงสู่ดาวอังคาร โดยจะเป็นการเดินทางไปถึงดาวอังคาร แล้วก็เดินทางกลับมายังโลกทันที ใช้เวลาเดินทางรวม 501 วัน ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ก็จะมีมนุษย์สองคนแรก เริ่มเดินทางไปจากโลก สู่ดาวอังคารในปี ค.ศ.2018 

ผู้เชี่ยวชาญ ทัพเรือไทย ร่วมไขรหัสปริศนาลึกลับดาวอังคาร

พล.ร.ท.อมรโชติ สุจิรัตน์ อดีต รอง ผบ.กองทัพเรือภาคที่ 3 ผู้เคยมาไขปริศนารหัสมอร์ส กับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มาแล้ว ในตอน ชมของจริง กะพริบตาส่งรหัสมอร์ส ฟังกูรู วิเคราะห์ปมนักข่าวญี่ปุ่น

ให้ทัศนะกับ นายฮกหลง ทันทีที่เห็นภาพถ่ายปริศนา ว่า

"เมื่อดูจากภาพแล้ว คงไม่เกี่ยวข้องกับการส่ง รหัสมอร์ส ใดๆ เลยนะครับ"

เพราะดูแล้ว มันน่าจะเกิดจาก "ปรากฏการณ์ธรรมชาติ" มากกว่า ส่วนตัวคิดว่า มันไม่น่าต่างจาก การมีหินไปวางตั้งเรียงรายกันกลางทะเลทราย ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเพราะมีพายุ หรืออะไร ไปทำให้มันเกิดขึ้นมากกว่า...

ท้าทาย ลองถอดรหัส ภาพปริศนา...

พล.ร.ท.อมรโชติ กล่าวว่า คิดว่ามันถอดไม่ได้ครับ เพราะสัญญาณรหัสมอร์ส เขาจะเขียนความหมายที่ต้องการก่อนแล้วจัดรหัสมอร์สไปให้ตรงกับอักษรนั้นๆ แล้วจึงเคาะส่งไป แต่ดูจากรูปแล้วคิดว่าไม่น่าจะบอกถึงรหัสอะไรได้เลย...

นอกจากนี้ เท่าที่ทราบ ยังไม่มีการยืนยันว่า มีสิ่งมีชีวิตใดๆ อยู่บนดาวอังคาร ฉะนั้นหากจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่จริง การส่งสัญลักษณ์ตามภาพคงไม่เรียก รหัสมอร์ส คงต้องใช้วิชา การตีความภาพถ่ายแทน น่าจะสามารถตอบคำถามนี้ได้ดีกว่า...

ก่อนจบการสนทนา พล.ร.ท.อมรโชติ ให้ความรู้แก่ นายฮกหลง ถึง รหัสมอร์ส ว่า มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2387 จนถึงปัจจุบันมีอายุมานาน 172 ปี แล้ว ถูกคิดค้นโดยชาวอเมริกัน ทดลองส่งครั้งแรกจาก กรุงวอชิงตัน ไป บัลติมอล โดยเป็นการส่งสัญญาณไฟฟ้า โดยกดแป้นเคาะ ไฟฟ้าสั้น-ยาว เป็นความหมาย แค่การเคาะเสียงสั้นกับเคาะเสียงยาว โดยเสียงสั้น-ยาวนี้ จะไปแปรเป็นตัวอักษรที่กำหนดไว้แล้ว ซึ่งมีตัวอักษรทั้งไทย-อังกฤษ เมื่อรับสัญญาณเสียงแล้วนำมาถอดรหัสแปรเป็นข้อความสั้นๆ ทำให้ทราบความหมาย 

รวมสารพัดรูปภาพประหลาดจากดาวอังคาร 

เอาล่ะ ท้ายที่สุด รูปประหลาดนี้ หาใช่รูปประหลาดแรกที่เกิดขึ้นบนดาวอังคาร ฉะนั้น เราไปลองชมภาพประหลาดอื่นๆ จากดาวอังคาร กันดูดีกว่า เพื่อเป็นการส่งท้าย...

face on mar ถ่ายโดยยานไวกิ้ง 1 ตั้งแต่ปี 1976 แต่แท้ที่จริงเป็นภาพเนินหิน

ภาพ ตัวอีกัวน่า ถ่ายได้โดย รถ Curiosity ในเดือนมกราคม ปี 2013 แท้ที่จริงก็คือ กองหิน

ภาพ ผู้หญิง บนดาวอังคาร ถ่ายโดย รถ Mars rover spirit ปี 2007 เป็นลักษณะการก่อตัวของหิน

ภาพจาก รถ Curiosity ปี 2013 ก็เป็นหิน 

ภาพ หมวกเหล็กทหาร จาก รถ Curiosity ปี 2013 สุดท้ายก็เป็นหิน เช่นกัน 

นายฮกหลง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ขอบคุณภาพประกอบจาก... 

http://www.nasa.gov/image-feature/martian-morse-code

http://science.nasa.gov/science-news/science-at-nasa/2001/ast24may_1/

http://www.space.com/11947-photos-mars-illusions-martian-face-images.html

http://www.mirror.co.uk/news/weird-news/life-mars-bizarre-photos-iguanas-6345232

รูปประหลาดนี้ หาใช่รูปที่ถ่ายบนผืนพิภพสีน้ำเงิน ที่ผ่านการโฟโต้ช็อป หากแต่เป็นรูปถ่ายจากดาวอังคารด้วยกล้องประสิทธิภาพสูงของนาซา หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็น รหัสมอร์ส ที่ต้องการสื่อความบางอย่าง จากบางคนที่อยู่นอกพิภพ 26 ก.ค. 2559 18:13 27 ก.ค. 2559 00:50 ไทยรัฐ