วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หลวงพี่น้ำฝน มั่นใจบริสุทธิ์ พร้อมให้ตรวจครอบครองรถหรู มีเอกสารครบ

หลวงพี่น้ำฝน แห่งวัดไผ่ล้อม พร้อมด้วยทีมทนายความ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวโอดไม่ได้รับความเป็นธรรม ยืนยันบริสุทธิ์ใจ ไม่จำเป็นต้องเลี่ยงภาษีรถหรู บอกรอให้มาสอบที่วัด แต่ถึงตอนนี้ยังไม่เห็นมีใครมา ด้าน อธิบดีดีเอสไอ เผย ยังไม่ได้รับหนังสือชี้แจงจากหลวงพี่น้ำฝน

เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 26 ก.ค.59 พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พร้อมด้วย นายบุญชรัสมิ์ สิถิระบุตร ฝ่ายกฎหมายวัดไผ่ล้อม นายธนธัช แจ่มจรัส ฝ่ายกฎหมายวัดไผ่ล้อม นายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร ทนายความไวยาวัจกร วัดไผ่ล้อม อาจารย์สวัสดิ์ ศรีสว่าง ไวยาวัจกรวัดไผ่ล้อม ได้เปิดแถลงข่าว กรณีการครอบครองรถโบราณ “จากัวร์ แพนเธอร์” ที่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนพิเศษ DSI ได้ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 ก.ค.59 ว่ารถโบราณจากัวร์แพนเธอร์ ซึ่งมีชื่อของหลวงพี่น้ำฝน เป็นผู้ครอบครอง ผิดกฎหมายมาตั้งแต่ต้นเป็นการตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษีอากร โดยเจตนา และได้มีการปลอมลายมือชื่อของนายชรินทร ปถคามินทร์ เป็นผู้นำเข้าเครื่องยนต์ ในทางคดีเห็นว่ามีความผิดฐานหลีกเลี่ยงอากรตาม พ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 27 ประกอบ พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร ซึ่งหลวงพี่น้ำฝนเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า อาตมาจะไม่ขอพูดเรื่องรถยนต์เพราะเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และได้มอบหมายให้ทนายเป็นผู้ทำเรื่องนี้ แต่อาตมามีข้อเตือนใจที่อยากจะพูดที่อาตมามาเปิดแถลงข่าวที่หน้าศาลชีวะศิริ ศาลาสวดศพด้านหลังเป็นเมรุ นั้นเพื่อต้องการให้รู้ว่า ทุกคนต้องเกิดแก่เจ็บตาย อาตมา สร้างศาลานี้หมดไปกว่า 50 ล้านบาท เป็นศาลาสวดศพ ให้ประชาชนใช้ฟรีทุกขั้นตอน หากใครไม่มีเงินที่จะมาบำเพ็ญกุศลศพ วัดไผ่ล้อมออกให้ฟรีหมดทุกอย่างโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ถามว่าทำไมอาตมาจะต้องไปหลีกเลี่ยงภาษี โกงภาษีรัฐบาล แล้วจะมาสร้างวัดสร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาลทำไม มูลค่า ไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท ลองไปสืบดูบ้าง ตำรวจไม่มีงบในการซ่อมรถยนต์อาตมาก็เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด อาตมาปลงทุกคนต้องเกิดแก่เจ็บตาย อาตมาจะไปพูดโกหกได้อย่างไร ยังกล่าวหาว่าอาตมานำเงินไปซื้อรถ อย่างอาตมา ไม่ต้องซื้อหรอกจะเอาอะไรมีแต่คนมาถวายด้วยความศรัทธา

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเรื่องแรงกดดันของวงการสงฆ์ขณะนี้หลวงพี่มองในจุดนี้อย่างไร หลวงพี่น้ำฝนตอบว่า อาตมามองแล้วเห็นว่า พระพุทธศาสนาจะเสื่อมเสียก็เพราะมนุษย์เป็นคนทำให้เสื่อมเสียสิ่งที่ดีๆ ของพระภิกษุสงฆ์มีมากมายไม่ต่ำกว่า 90% ไม่เคยได้ถูกนำเสนอออกมา สิ่งที่ทำคุณงามความดีมาไม่เคยได้นำเสนอ มีแต่ข่าวออกมาว่าคณะสงฆ์เสื่อมเสีย ไม่รู้จริงหรือไม่จริงก็มาโมเมกลายเป็นว่าปลาเน่าตัวเดียวเสียไปทางสระ อาตมามองแล้วได้แต่ปลง ยืนยันบริสุทธิ์ใจ ไม่จำเป็นต้องเลี่ยงภาษี หลังจากดีเอสไอตรวจสอบกระบวนการลักษณะเลี่ยงภาษี แต่ยังไม่เห็นมีการแจ้งข้อหาอะไรมาให้ทราบเลย

ทางด้านนายศุภภัทรพจน์ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรถยนต์โบราณจากัวร์เพนเธอร์ โดยมีการลำดับขั้นตอนของการตรวจสอบตั้งแต่เริ่ม เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 56 ที่ผ่านมากรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ ได้มีหนังสือมายังหลวงพี่น้ำฝนขอให้นำรถยนต์เข้าทำการตรวจสอบครั้งที่ 1 หลวงพี่น้ำฝนได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้ทำการตรวจสอบ โดยมีหน่วยงานราชการต่างๆ ร่วมทำการตรวจสอบคือสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สถาบันมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมการขนส่งทางบก กรมศุลกากร กรมสรรพสามิตและกรมสรรพากร

ทั้งนี้ ในวันที่ 25 ต.ค.56 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ออกหนังสือแบบตรวจสอบรถยนต์ให้กับหลวงพี่น้ำฝน เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่า เจ้าพนักงานจากหน่วยงานจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สถาบันมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมการขนส่งทางบก กรมศุลกากรกรมสรรพสามิต กรมสรรพากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิครถยนต์ ได้ตรวจสอบแล้วเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นรถยนต์ที่ประกอบขึ้นในประเทศจากชิ้นส่วนรถยนต์เก่าต่อมาวันที่ 24 ก.พ. 59 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีหนังสือมายังหลวงพี่น้ำฝนอีก ขอเชิญให้นำรถยนต์โบราณเข้าทำการตรวจสอบครั้งที่ 2 และเมื่อวันที่ 2 มี.ค. 59 เจ้าพนักงานจากหน่วยงานสถาบันนิติวิทยาศาสตร์สถาบันมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกรมการขนส่งทางบกกรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร กรมสอบสวนคดีพิเศษและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิครถยนต์จากบริษัทจากัวร์ ประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิครถยนต์จากบริษัทแพนเทอร์ร่วมตรวจสอบ

จากนั้นเมื่อวันที่ 22 ก.ค.59 ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า รถโบราณจากัวร์แพนเตอร์ซึ่งมีชื่อของหลวงพี่น้ำฝนเป็นผู้ครอบครองผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นเป็นการตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษีอากรโดยเจตนา โดยสำแดงนำเข้าโครงรถยนต์เป็นเพนเธอร์ สำแดงเครื่องยนต์เป็นจากัวร์ แต่แท้จริงแล้วรถดังกล่าวเป็นยี่ห้อเพนเธอร์ ไม่ใช่จากัวร์ รวมทั้งมีการปลอมลายมือชื่อของนายชรินทร ปถคามินทร์ เป็นผู้นำเข้าเครื่องยนต์จากหลักฐานเชื่อว่ารถคันดังกล่าวมีการแยกชิ้นส่วนมาจดประกอบจริง ในทางคดีเห็นว่าผู้นำเข้าเครื่องยนต์และตัวถัง มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้อง ถือเป็นบุคคลเดียวกัน และถือเป็นผู้มีความผิดฐานหลีกเลี่ยงอากรตาม พ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 27 ประกอบ พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากรดังที่ปรากฏในสื่อมวลชนแล้วนั้น

นายศุภภัทรพจน์ กล่าวว่า ในฐานะทนายความขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า เมื่อปี 2554 หลวงพี่น้ำฝนได้เดินทางไปที่เมืองลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้รับกิจนิมนต์เพื่อไปเผยแพร่พระพุทธศาสนา และเจริญพุทธมนต์ตามตำรับของหลวงพ่อพูล เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับญาติโยม ที่ประกอบอาชีพร้านอาหารไทย ปรากฏว่าได้พบกับ นายสมเชษฐ เขมทัต เจ้าของร้านอาหารไทยในอเมริกา ซึ่งเป็นผู้เลื่อมใสศรัทธาในหลวงพี่น้ำฝน โดยแจ้งว่ามีรถยนต์โบราณคันหนึ่ง ยี่ห้อจากัวร์แพนเธอร์ ซึ่งเคยใช้งานเมื่อหลายปีก่อน แต่ขณะนี้มีสภาพเก่าทรุดโทรม ไม่สามารถใช้งานได้ เพราะรถมีอายุกว่า 40 ปี เครื่องเสียหายได้ถอดเครื่องทิ้งไปแล้ว อะไหล่หลายชิ้นพัง ไม่สามารถใช้การได้ คงเหลือแต่โครงรถยนต์ได้ตกแต่งเป็นรถยนต์โบราณ จอดโชว์ไว้หน้าร้านอาหารนายสมเชษฐ เขมทัต แจ้งความประสงค์ถวายรถยนต์โบราณคันดังกล่าว เพื่อมาจอดโชว์ไว้ที่วัดไผ่ล้อมจังหวัดนครปฐม เป็นกุศโลบายให้คนเข้าวัดมากขึ้น

ทั้งนี้ หลวงพี่น้ำฝนเห็นว่าเป็นเจตนาที่ดี ภายหลังกลับมาจากสหรัฐอเมริกาแล้ว หลวงพี่น้ำฝนได้นำเรื่องมาปรึกษากับนายเติมศักดิ์ ปิติธนสารสมบัติ ลูกศิษย์คนใกล้ชิด ซึ่งนายเติมศักดิ์ เห็นด้วย และแจ้งว่าจะเป็นคนรับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายเสียภาษีต่างๆ ให้เอง จนมาวันที่ 9 ต.ค.54 นายสมเชษฐ เขมทัต ได้ส่งโครงรถยนต์เก่าจากัวร์ มายังประเทศไทยรวมทั้งอะไหล่ต่างๆ บางส่วนที่ยังใช้ได้ เช่นไฟหน้า ไฟท้ายรวมมาด้วย ส่งมาในนาม นายชรินทร ปถคามินทร์ โดยนายสมเชษฐ แจ้งว่านายชรินทร เป็นอู่รถยนต์จดประกอบ ส่วนเครื่องยนต์ยังไม่ส่งมาให้ แจ้งว่ายังไม่สามารถหาเครื่องยนต์ได้ และต่อมาเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 54 นายสมเชษฐ ได้ส่งเครื่องยนต์เบนซินเก่าใช้แล้วยี่ห้อจากัวร์ และอะไหล่รถยนต์เก่าใช้แล้ว มายังประเทศไทย โดยส่งมาในนามพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝนและท่านได้สอบถามไปยังนายสมเชษฐทราบว่า นายชรินทร มีปัญหาเรื่องคดีความและได้หลบหนีไปจากภูมิลำเนาจึงส่งมาในนามหลวงพี่น้ำฝน ในการเสียภาษีศุลกากรและค่าธรรมเนียมการนำเข้าต่างๆ นายเติมศักดิ์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

ภายหลังจากนั้นเมื่อนายชรินทรมีปัญหาเรื่องคดีความ และได้หลบหนีไปจากภูมิลำเนาแล้ว จึงไม่อาจประกอบรถยนต์คันดังกล่าวที่อู่ของนายชรินทรได้ ลูกศิษย์ของหลวงพี่น้ำฝน จึงได้นำโครงรถยนต์ เครื่องยนต์ และอะไหล่บางส่วน นำไปประกอบที่อู่ของนายธีรวุฒิ แดงท่าไม้ ซึ่งโรงงานตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร และนายธีรวุฒิได้ประกอบและซ่อมรถยนต์คันดังกล่าวโดยสั่งซื้ออะไหล่ต่างๆ จากประเทศไทย และนำไปจดประกอบรวมทั้งนำไปจดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยค่าใช้จ่ายต่างๆทั้งหมด นายเติมศักดิ์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนที่จะนำมาตั้งโชว์ไว้ที่วัดไผ่ล้อมตามเจตนาของผู้ถวาย

ส่วนรถยนต์คันนี้จะเรียกยี่ห้อจากัวร์แพนเธอร์ หรือ แพนเธอร์ จากัวร์ เป็นเรื่องของกรมการขนส่งทางบก รวมทั้งไม่ทราบเรื่องการปลอมลายมือชื่อของนายชรินทร เนื่องจากไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในการนำเข้ารถยนต์คันดังกล่าว

นายศุภภัทรพจน์ กล่าวว่า จึงขอเรียนว่ารถยนต์คันดังกล่าว ผู้ถวายได้มีเจตนาเพื่อที่จะประกอบขึ้นเพื่อถวายและตั้งโชว์ไว้ที่วัดไผ่ล้อมให้พุทธศาสนิกชนคนรุ่นหลังได้ดูและศึกษาเป็นกุศโลบายนำคนเข้าวัดไม่ได้นำมาใช้เป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด รถคันนี้เป็นรถที่ผู้ศรัทธาถวายมาเพื่อให้คนได้ดู แต่ยังมีรถนำเข้าอีก 5- 6 พันคัน ส่วนใหญ่นำเข้ามาขาย ซึ่งเหล่านี้เป็นปัญหากับเศรษฐกิจของประเทศทำไมเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ จึงนิ่งเฉย ไม่ไปตรวจสอบบ้าง หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมาในปีสองปีนี้ดีเอสไอ ตั้งขึ้นมาเพื่อสอบสวนคดีพระและวัด โดยเฉพาะหรือ

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาทางวัดได้รอให้ดีเอสไอเข้ามาสอบสวน เพื่อทางวัดจะได้ให้ปากคำแสดงเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่มา ซึ่งทีมทนายได้เคยสอบถามไปยังดีเอสไอว่าเมื่อไหร่จะเดินทางเข้ามาสอบ แต่ได้คำตอบว่าหากเข้ามาสอบจะมีหนังสือแจ้งเข้ามาล่วงหน้าจนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่มีใครเข้ามาสอบ

อธิบดีดีเอสไอเผยยังไม่ได้รับหนังสือชี้แจงจากหลวงพี่น้ำฝน

ทางด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงษ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เผยว่า ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ส่วนการประชุมของคณะพนักงานสอบสวน ร่วมกับอัยการในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ตนยังไม่ทราบรายละเอียด เนื่องจากตนไม่ได้ดข้าร่วมประชุม ปล่อยให้คณะพนักงานสอบสวนพูดคุยปรึกษาหารือกัน เท่านั้น ส่วนกรณีทางทนายวัดปากน้ำภาษีเจริญ และวัดไฝ่ล้อม ยืนยันว่าไม่รถมีลูกศิษย์มาถวาย และยินดีให้ตรวจสอบอีก แต่ยังไม่ได้ทำหนังสือชี้แจงมายังดีเอสไออย่างเป็นการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 27 ก.ค. คณะพนักงานสอบสวนจะประชุมร่วมกับพนักงานอัยการ เพื่อหาขอสรุปว่าสมเด็จช่วง เข้าข่ายตกเป็นผู้ต้องหา ในข้อหา 1.ร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งสินค้า โดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน และ 2.ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานฯ.

หลวงพี่น้ำฝน แห่งวัดไผ่ล้อม พร้อมด้วยทีมทนายความ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวโอดไม่ได้รับความเป็นธรรม ยืนยันบริสุทธิ์ใจ ไม่จำเป็นต้องเลี่ยงภาษีรถหรู บอกรอให้มาสอบที่วัด แต่ยังไม่เห็นมีใครมา ด้าน อธิบดีดีเอสไอ เผย ยังไม่ได้รับหนังสือแจง 26 ก.ค. 2559 16:42 ไทยรัฐ