Let My Camera Eat First

ข่าว

    Let My Camera Eat First

    น้าเน็ก

    3 ส.ค. 2559 05:01 น.

    ผมกำลังนั่งมองหญิงสาวสองคนอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง

    ไม่ใช่ครับ ไม่ได้ถูกชะตา ที่มองก็เพราะเห็นทั้งสองกำลังตั้งใจหามุมเหมาะเพื่อถ่ายแก้วชาเขียวนมสดตรงหน้าให้ออกมาดูสวยถูกใจที่สุด มันก็ตลกดีที่พวกเธอดูมุ่งมั่นจริงจังกันขนาดนั้น

    แก้วถูกจับเปลี่ยนมุมไปมาหลายหน ชูขึ้นส่องไฟบ้าง เดี๋ยวถ่ายมุมสูง เดี๋ยวถ่ายมุมข้าง มีการลุกออกมานั่งยองๆ ข้างโต๊ะเพื่อถ่ายมุมเสยด้วย จนเผลอเซไปชนโต๊ะของชายหญิงคู่ข้างๆ เข้า เธอผงกหัวขอโทษนิดนึง แล้วกลับไปกระหน่ำถ่ายต่อ

    เมื่อนั้นผมเลยเหลือบมองแก้วชานมเย็นของตัวเองอย่างหดหู่นิดๆ

    อืม… ร้านคงไม่ปลื้มมนุษย์ลูกค้าอย่างเราเท่าไหร่รึเปล่าวะ ทำไมกูไม่คิดจะถ่ายอะไรเลยล่ะครับเนี่ย ไม่ลองหามุมเก๋ๆ ชิคๆ ให้แก้วชานมนี่บ้าง มองไม่เห็นความพิเศษจากมันกับอีแจกันใส่กิ่งไม้แห้งผูกโบซักนิด ได้แต่ดูดแล้วปล่อยให้น้ำแข็งละลาย ไอน้ำเกาะข้างแก้วจนเจิ่งนองพื้นโต๊ะก็เท่านั้น

    นึกแล้วอยากเดินไปขอดูรูปในกล้องของน้องสองคนนั่นมาก อยากรู้ว่าแก้วชาเขียวที่เพียรถ่าย จะออกมาดูฮิปขนาดไหน

    คือมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอภาพแบบนี้ ออกจะปกติด้วยซ้ำ

    เวลาไปนั่งเล่นตามคาเฟ่ เราจะพบว่าเพื่อนร่วมร้านหลายคนชอบใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการหกคะเมนตีลังกาถ่ายรูปซะเยอะ หาซีนเจ๋งสุดเพื่อถ่ายแก้ว ถ่ายจานขนม จานอาหารของตนให้ออกมาดูคูลสุด รวมถึงการเก็บบรรยากาศในร้าน สักการะไปสักครึ่งร้อยชอตเห็นจะได้ กว่าจะครบทุกมุมทุกฉากที่ร้านเซ็ตไว้

    เพื่อที่สุดท้าย ภาพเหล่านี้อาจกลายเป็นบทความรีวิวสวยๆ ในพันทิป ในเฟซบุ๊ก ในบล็อกส่วนตัวที่ผ่านตาเราบ่อยๆ รูปรีวิวที่คอยกล่อมให้เราอยากให้สัมผัสสถานที่จริงเหล่านั้น เบื้องหลังก็คงมีกระบวนการประมาณนี้แหละ ตรงนี้ก็รู้สึกทึ่ง

    บางทีผมก็คิดว่ามนุษย์ “Let my camera eat first” นี่จริงๆ ก็ไม่ได้แย่อะไร

    แม้จะดูตลกบ้าง และน่ารำคาญนิดหน่อยถ้าเกิดต้องไปนั่งกินข้าวกับมัน คือแม่งไม่ยอมให้เรากินโดยปกติสุขซักที ถ่ายอยู่นั่น อีกทีก็ครบร้อยรูปแล้วไหม กินซักทีไหม เออ

    อาจชวนให้สงสัยเป็นครั้งคราวว่าถ้าจะยิงชัตเตอร์อย่างหิวโหยกันขนาดนี้ เคยมีปัญหากลับบ้านไปดูรูปแล้วงงบ้างไหม ว่ารูปนี้ถ่ายที่ไหนมาวะ กูเคยเดินผ่านสิ่งนี้ด้วยรึ อีร้านนี้ที่ไปกินเมื่อวานมีหน้าตาแบบนี้หรอกเหรอ จำไม่ได้ มัวแต่ถ่าย อะไรทำนองนั้น

    Henri Cartier Bresson เจ้าพ่อแห่งวงการถ่ายภาพแนวสตรีทเคยกล่าว

    “Your first 10,000 photographs are your worst” หมายถึง หนึ่งหมื่นภาพแรกที่แกถ่ายมาน่ะ เห่ยเสมอแหละ แปลเป็นภาษามนุษย์ได้ว่า ถ่ายไปเยอะๆ เถอะ ฝึกมากๆ ซักวันมันจะออกมาดีเอง

    ซึ่งถึงแม้คุณปู่จะสอนไว้เช่นนั้น แต่ผมว่ามันก็ไม่น่าจะใช้ได้กับทุกที่ทุกเวลาหรอกนะครับ โดยเฉพาะตอนอยู่ในร้าน แล้วที่พูดนี่ก็ไม่ได้กะจะหล่อจะอะไร เป็นวิกฤติที่กาลครั้งหนึ่ง เคยเจอกับตัวมาเหมือนกัน

    เมื่อก่อนเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ ผมก็เป็นมนุษย์กล้องที่ทุ่มเทกับการถ่ายรูปมาก

    ในหนึ่งวันของทริปต้องมีรูปงอกมาอย่างน้อยร้อยรูป เหมือนมาตามล่ารูปถ่ายมากกว่ามาเที่ยว

    อารามตื่นตาตื่นใจไง อะไรก็อู้หูย อื้อหื้อเสียทุกสิ่งอัน จะไปไหน ทำอะไร กินอะไร เดินผ่านตรงไหนก็ต้องถ่าย ต้องบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่าเราได้ย่างตีนมาแล้วจริงๆ คารวะที่ละไม่ต่ำกว่าห้ารูป เมมโมรี่กล้องสำรองต้องมี

    ทีนี้พอกลับมาถึงโรงแรมแล้วเปิดดูรูป เราต้องประสบปัญหาแปลกๆ

    คือบางรูปก็จำไม่ได้ซะเฉยๆ ว่าไปถ่ายตอนไหน ที่ไหนคือที่นี่ มีอยู่ในเมมกล้อง แต่ไม่มีอยู่ในเมมกู ทำไมล่ะ ทำไมสมองไม่ได้บันทึกซีนนี้ไว้

    เลยเกิดอาการเสียดายขึ้นมา วันรุ่งขึ้นต้องลำบากถอยกลับไปซ้ำสถานที่เดิมอีกรอบ

    ณ ร้านเดิมที่เห็นในภาพ เพื่อจะได้ร้องครางออกมายาวๆ ว่าอีซูชิร้านนี้อร่อยแสงพุ่งเหมือนมีสิบลุงจิโร่มายืนปั้นให้กิน ไก่ปิ้งเสียบไม้ก็เอกอุ ไหงเมื่อวานถึงจำไม่ได้วะ

    อ๋อ คือมึงมัวแต่ถ่ายไงครับ ลืมเอาตาเนื้อมองดู

    หลังเกิดเหตุการณ์ที่ว่า ผมเลยพยายามบอกตัวเองเสมอว่า ถ้าไปเที่ยว แกควรอยู่กับสถานที่นั้นเสียให้คุ้มกับที่มันอุตส่าห์เป็นช่วงเวลาพิเศษ เรื่องถ่ายรูปเนี่ย เก็บไว้เป็นภารกิจรอง งานอวดชาวบ้านยิ่งแล้วใหญ่ ไว้เป็นแค่ผลพลอยได้ก็พอ คือเข้าใจแหละว่าการไปเที่ยวแล้วไม่มีรูปอวด ก็คล้ายกับว่าการไปเที่ยวของเราครั้งนั้นไม่เคยเกิดขึ้นบนโลกเลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นต้องถ่ายบ้างตามสมควร เพื่อเก็บมาป่าวประกาศ ซึ่งก่อนเสยไปร้อยรูป จงแน่ใจก่อนว่าได้เสพมันเพียงพอแล้ว

    ถ้าไปกินร้านไหน ก็จงอยู่กับจานตรงหน้าให้มากสุด

    ตั้งใจละเลียดว่าเออ อร่อยสมคำร่ำลือนะ สมกับที่ดั้นด้นมาแม้ร้านจะลึกลับเหมือนกลัวคนจะหาเจอ หรือว่ารสชาติขนาดนี้ เก็บไว้ทำกินกันเองที่บ้านไหมครับ ไม่น่าเปิดร้านเลยนะ อะไรก็ว่าไป

    เพื่อให้เราไม่ต้องพลาดรายละเอียดของหลายๆ สิ่งรอบตัว เพียงเพราะมัวแต่ง่วนอยู่กับการถ่าย ถ่ายเสร็จแต่งรูป หลังใส่ฟิลเตอร์ห้าสิบชั้นก็ต้องอัพ อัพเสร็จรอดูความเห็น รอดูยอดไลค์ โอเค ไลค์ถึงแปดร้อยเป็นที่พอใจก็คิดตังค์ได้ ก่อนจากไปอย่างไร้เยื่อใย


    รูปถ่ายคือความทรงจำที่จับต้องได้

    แต่มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าเราไม่ได้ใช้ความรู้สึกตัวเองเพื่อเสพและเก็บช่วงเวลานั้นไว้เลยซักครั้ง

    ไม่นานมันก็คงกลายเป็นเพียงภาพแห้งๆ ที่ไร้ความทรงจำ

    เพราะจริงๆ รูปถ่ายก็เป็นแค่ตัวช่วย กรณีที่เราบันทึกไว้เองไม่หมด

    แต่อารมณ์ความซาบซึ้งในสถานที่ ผู้คน สิ่งแวดล้อมมันต้องเกิดจากเราทั้งสิ้น ซึมซับมันด้วยตา ด้วยประสาทสัมผัสบ้างแล้วค่อยถ่าย จำด้วยภาพ ยังไงก็ไม่มีความหมายเท่าจำด้วยความรู้สึก

    ด้วยรักและปรารถนาดี ไม่อยากให้ใครต้องมาเหวอแดกเวลาย้อนดูรูปเก่าเหมือนผมอีก

    น้าเน็ก & น้องเนิฟ

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    “เจ๊บิว” แจงดราม่าบิลค่าอาหารแพง 3 หมื่น ใช้ของดีตามราคา
    07:09

    “เจ๊บิว” แจงดราม่าบิลค่าอาหารแพง 3 หมื่น ใช้ของดีตามราคา

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอังคารที่ 25 มกราคม 2565 เวลา 00:14 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์