วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คิดเอาแต่ได้ก็ไร้อนาคต

เป็นการเมืองที่เรียกว่า “เอาแต่ได้” โดยไม่ได้คำนึงถึงประเทศชาติโดยรวมจะเป็นอย่างไรต่อไป ถ้าไม่ได้เป็นไปตามที่ต้องการก็จะต้องเอาชนะคะคานกันอย่างที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ไม่ต้องไปคิดหรือยอมรับความเห็นของประชาชนแม้แต่น้อย

นักการเมืองจะต้องเป็นผู้กำหนดความเป็นไปของบ้านเมือง ไม่ว่าจะพาไปขึ้นสวรรค์หรือตกนรกก็ตามที

ฉะนั้นประชามติผ่านหรือไม่ผ่านจึงไม่ใช่สาระเสียแล้ว

เพราะหากผ่านไปได้ก็จะมีการเลือกตั้งนักการเมืองก็พึงพอใจไปอีกแบบหนึ่ง เนื่องจากมีการเลือกตั้งตามความต้องการลึกๆ

แต่ถ้าไม่ผ่านก็พอใจไปอีกแบบหนึ่ง อันจะทำให้ คสช.ต้องเสีย ดุลอำนาจลงไปและอ้างว่าไม่มีความชอบธรรมในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เนื่องจากดำเนินการมา 2 ครั้งแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

เป็นการกำหนดทิศทางเองทั้งหมด

แน่นอนว่าหากรัฐธรรมนูญผ่านไปได้ แม้จะต้องกล้ำกลืนฝืนทนกับเนื้อหาสาระอยู่บ้างก็ตาม แต่ก็ต้องใช้ความพยายามทุกอย่างเพื่อชนะการเลือกตั้ง โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยนั้นมุ่งหวังในจุดนี้มากกว่าพรรคประชาธิปัตย์

ที่สำคัญก็คือ จะต้องใช้ทุกกลวิธีเพื่อปิดกั้นไม่ให้ คสช.เข้ามี อำนาจอย่างที่ผ่านมาแม้ว่าจะมี ส.ว.ลากตั้ง 250 คน เป็นกลไกอยู่ก็ตาม

หรือหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะเกิดอะไรขึ้นก็ดูได้จากข้อเรียกร้อง 5 ข้อที่ออกมาจาก 117 พลเมืองห่วงใยที่เข้าชื่อกันและประกาศท่าทีปรากฏให้เห็นกันอยู่แล้ว

ในข้อที่ 3 ระบุว่า “หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ควรมีกระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากฉันทามติของประชาชน”

อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วว่ามีวัตถุประสงค์อะไร เพราะต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อสนองความ ต้องการของพวกเขาเอง

ไม่ว่าจะเป็นอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บัญญัติ บรรทัดฐาน องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ จาตุรนต์ ฉายแสง โภคิน พลกุล คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ภูมิธรรม เวชยชัย เป็นต้น

มากันเป็นพวง เป็นการ “ปรองดอง” โดยอัตโนมัติ

ยังมีนักการเมืองที่คุ้นหน้าคุ้นตาที่แสดงบทบาทยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมาทุกครั้ง ด้วยบทบาทของผู้หวังดี ปรารถนาดีต่อบ้านเมือง โดยไม่ได้มองถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย

อ้างแต่ประชาธิปไตย อ้างแต่สิทธิเสรีภาพ อ้างแต่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

แต่เวลานักการเมืองสร้างปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม ไม่รู้หายหัวไปอยู่ที่ไหน ทั้งๆที่บ้านเมืองร้อนเป็นไฟ ประชาชนจะฆ่าฟันกันเอง

ลองไปทบทวนบทบาทกันเองที่ผ่านมาดูซิว่าได้ทำอะไรให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติด้วยมิติความจริงกันแค่ไหน

พอเกิดปัญหาขึ้นมา พวกคุณมีปัญญาที่จะแก้ไขได้หรือไม่

พรรคเพื่อไทยนั้นคงไม่ต้องพูดถึง เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมีการวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอนมาตลอด เพื่อชิงอำนาจกลับคืนมา

แต่ประชาธิปัตย์นี่ซิ ไม่ว่าจะแสดงท่าทีอย่างไร รับหรือไม่รับ รัฐธรรมนูญ แต่ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า “เอาแต่เสีย” เท่านั้น

ทั้งที่รู้ดีว่าปัญหาของประเทศนั้นมันอยู่ตรงไหน และเคยประสบ อะไรมาบ้าง แต่ก็ยังไร้เดียงสา ตกกระไดพลอยโจนไปกับเขาด้วย

หมดงานนี้คงจะต่ำเตี้ยสูญเสียความเป็นพรรคที่พึ่งหวังไม่ได้แล้ว.

“สายล่อฟ้า”

26 ก.ค. 2559 09:33 26 ก.ค. 2559 09:33 ไทยรัฐ