วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำนาสไตล์ญี่ปุ่น

โดย สะ-เล-เต

แม้ญี่ปุ่นเจ้าแห่งเทคโนโลยีการเกษตร มีชาวนาจริงๆแค่ 2.3 ล้านคน 2.2% ของพลเมืองทั้งหมด ความเป็นอยู่เทียบได้กับมนุษย์เงินเดือนระดับกลางของบริษัทยักษ์ใหญ่...ทำนาปีละครั้ง แต่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวปีละ 8 ล้านเยน เกือบ 3 ล้านบาท หากเลือกปลูกข้าวพันธุ์ดี

อะไรทำให้เป็นเช่นนั้น???...

จากการได้พูดคุยกับ นายทซึโทมุ มิยาโกชิ (Mr.Tsutomu Miyakoshi) ที่ปรึกษาเชี่ยวชาญพิเศษ (ข้าว) บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด อดีตผู้จัดการฝ่ายบริหารการเกษตรป่าไม้และประมง ประจำ จ.นีกะตะ ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างชาวนาไทยและญี่ปุ่น

หัวใจสำคัญ...การปลูกข้าวของญี่ปุ่นจะใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมดินยันเก็บเกี่ยว...ลดต้นทุนทุกด้าน ทั้งแรงงาน ปัจจัยการผลิต แถมผลผลิตเพิ่ม

ไม่เคยหยุดคิด ล่าสุดคิดค้นเทคโนโลยี ปลูกโดยใช้ผงเหล็กเคลือบเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อให้มีน้ำหนัก ไม่ถูกลมหรือน้ำพัดไปจากจุดหยอดเมล็ด นกหนูศัตรูพืชไม่มากิน และใส่ยาปุ๋ยพร้อมกันตอนหยอดเมล็ด พื้นที่ 1 เฮกเตอร์ (6 ไร่ 1 งาน) ใช้เวลาหยอดเมล็ดแค่ 1 ชม. ใช้เมล็ดพันธุ์แค่ 4.8 กก.ต่อไร่... ขณะที่บ้านเรา นาดำใช้เมล็ดพันธุ์ไร่ละ 8-10 กก. นาหว่าน 10-20 กก.

มีวิจัยเมล็ดพันธุ์ข้าวในระดับดีเอ็นเอ จนได้ข้าวโคชิฮิคาริ ที่ญี่ปุ่นอ้างว่า อร่อยและแพงที่สุดในโลก ราคา กก.ละ 2,000 เยน หรือเกือบ 700 บาท...ข้าวไรซ์เบอรี่ของไทยที่ว่าแน่ ราคาต่างกันลิบลับเป็นร้อยเท่า

ญี่ปุ่นมองข้ามเรื่องผลผลิตต่อไร่ เพราะผลผลิตนิ่ง แต่ละปีต่างกันไม่มาก บวกลบ 2% ให้ความสำคัญเรื่องรสชาติ การเพิ่มมูลค่าเป็นพิเศษ...ส่วนเรา ผลผลิตไม่คงที่ สนแค่ผลผลิตต่อไร่มากเอาไว้ก่อน

เขาแค่ต้องการให้คนในประเทศได้กินข้าวที่อร่อย ดี มีคุณภาพ ไม่เคยวาดภาพถึงการส่งออกทั้งที่มีศักยภาพ...ที่สำคัญ เขามองข้าวไทยเป็นแค่วัตถุดิบราคาถูก ยังไม่ถึงขั้นวางบนชั้นวางในซุปเปอร์มาร์เก็ตได้

การใช้เทคโนโลยีช่วยลดระยะเวลาเพาะปลูกไปได้ถึง 60%...ในพื้นที่ 1 แปลง (2 ไร่ในรายเล็ก) ใช้แรงงานทำสองคนแค่ตอนหยอดเมล็ดและเก็บเกี่ยวผลผลิตเท่านั้น ทำให้เขาสวมชุดปกติ หรือแม้กระทั่งใส่สูททำนาได้ เพราะไม่ต้องไปย่ำดินโคลน...พรุ่งนี้มาว่ากันต่อ.

"สะ–เล–เต"

26 ก.ค. 2559 09:20 ไทยรัฐ