วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทดสอบเอกภาพอาเซียน

มีรายงานข่าวว่าที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่นครเวียงจันทน์ ไม่สามารถตกลงในการออกแถลงการณ์ร่วม เรื่องการแก้ไขกรณีพิพาททะเลจีนใต้ หลังจากที่ศาลอนุญาโตตุลาการถาวรของสหประชาชาติ ตัดสินให้จีนแพ้คดีกับฟิลิปปินส์ แต่กลุ่มอาเซียนเกิดแตกคอกัน บางประเทศสนับสนุนจีน ซึ่งไม่ยอมรับคำพิพากษาศาล ไม่สนับสนุนฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นสมาชิกอาเซียน

แต่ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องทุกฝ่ายให้ปฏิบัติตามสนธิสัญญามิตรภาพ โดยหาทางแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติวิธี นับเป็นครั้งที่สองที่อาเซียนล้มเหลว ครั้งที่หนึ่งที่ประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงพนมเปญ ก็ไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมกรณีทะเลจีนใต้ ที่จีนมีข้อพิพาทกับอาเซียนหลายประเทศ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อาเซียน

ศาลอนุญาโตตุลาการถาวรของสหประชาชาติ ซึ่งอาจเรียกได้ว่า “ศาลโลก” ตัดสินว่าจีนไม่มีสิทธิทางประวัติศาสตร์ ที่อ้างว่ามีอธิปไตยเหนือทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด ตามแผนที่ที่เขียนขึ้นเอง โดยลากเส้นตั้งแต่ตอนใต้เกาะไหหลำ ผ่านฟิลิปปินส์ เวียดนาม และลากยาวมาเกือบถึงมาเลเซีย ระบุด้วยว่าจีนละเมิดอธิปไตยในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์

หลังจากที่ศาลตัดสินเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม มีเสียงเรียกร้องจากหลายฝ่าย ให้กลุ่มอาเซียน 10 ประเทศร่วมกันหาทางยุติความขัดแย้ง เนื่องจากสมาชิกอาเซียนมีข้อพิพาทดินแดนทะเลจีนใต้กับจีนอยู่หลายประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย และบรูไน แม้แต่อินโดนีเซียก็เกือบถูกดึงเข้าร่วมด้วย โดยกล่าวหาว่าถูกจีนละเมิดน่านน้ำของตน

แต่อาเซียนขาดความเป็นเอกภาพ โดยเฉพาะในเรื่องที่ขัดแย้งกับจีน เนื่องจากสมาชิกอาเซียนบางประเทศ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับปักกิ่งได้รับความช่วยเหลือจากจีนอย่างไม่อั้น และอาเซียนยึดถือกติกาที่สำคัญ 2 ประการ คือ ไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน และในเรื่องที่สำคัญๆ จะต้องใช้มติเอกฉันท์ห้ามมีเสียงคัดค้าน

การหามติเอกฉันท์จึงเป็นเรื่องยาก แม้จะมีเสียงเดียวคัดค้าน มตินั้นก็จะตกไป จีนในปัจจุบันไม่ได้เป็นประเทศที่อ่อนแอหรือเป็นมังกรหลับเหมือนกับเมื่อหลายทศวรรษก่อน แต่กลายเป็นมหาอำนาจผู้ยิ่งใหญ่ในเอเชีย ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการทหาร จีนยืนยันว่าจะไม่ยอมเจรจาแบบพหุ-ภาคี ที่มีหลายชาติเกี่ยวข้อง แต่จะต้องพูดกันสองต่อสอง

จีนยืนยันท่าทีจะไม่ยอมเจรจากับกลุ่มอาเซียนเกี่ยวกับปัญหาทะเลจีนใต้ แต่พร้อมที่จะพูดจากับเวียดนาม หรือฟิลิปปินส์แบบตัวต่อตัว ซึ่งทำให้คู่กรณีเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะเป็นเพียงประเทศเล็กๆ เมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของจีน โดยเฉพาะภายใต้คณะผู้นำปัจจุบัน ซึ่งวางแผนฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ในอดีต ดังกรณีที่อ้างสิทธิทางประวัติศาสตร์เหนือทะเลจีนใต้.