วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สาวลาวแฉสิ้น นางไก่มั่วบ่อน ปัดลัก2.9ล.-สงกานต์ถูกแจ้งจับ

เหยื่อหญิงไก่ “สาวชาวลาว” ข้ามฝั่งแม่น้ำโขงเข้ามอบตัว ตม. เชียงแสน ในคดีลักทรัพย์นายจ้าง “ศานิตย์” รุดสอบปากคำผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ สั่งให้ใช้เงินกองทุนยุติธรรมประกันตัวไป ยันไทยให้ความเป็นธรรมกับชาวต่างชาติ ขณะเดียวกัน งานเข้า “ทนายสงกานต์” กับพวก ถูกเจ้าของธุรกิจค้าน้ำมันระหว่างประเทศ แจ้งความจับที่กองปราบฯ หลังพาดพิงคดีหญิงไก่ ถูกกล่าวหาเป็นคนขับรถเบนซ์นำขบวนหญิงไก่เดินทางไปวัดที่อยุธยา ให้การไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงิน 2.8 ล้านบาท พบเป็นการโยกย้ายเงินเพื่อเดินบัญชี

กรณีการติดตามตัวนางกาบแก้ว อายุ 24 ปี หญิงสาวชาวเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว อดีตคนรับใช้ของนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ “นางไก่” ซึ่งถูกนางมณตาแจ้งความดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์มูลค่ากว่า 2.9 ล้านบาท แต่นางกาบแก้วหลบหนีกลับ สปป.ลาวไปก่อน และเมื่อวันที่ 22 ก.ค. พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น.ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์ นำคณะเดินทางไปติดต่อกับนางกาบแก้วเพื่อให้เดินทางมาให้ปากคำที่ สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยจะนำเงินกองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ไปช่วยประกันตัวในคดี แต่ปรากฏว่านางกาบแก้วยังไม่ได้เดินทางมานั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ก.ค. นางกาบแก้วสาวชาวลาวพร้อมสามี ได้นั่งเรือโดยสารข้ามแม่น้ำโขง เดินทางมาซื้อสินค้าเพื่อนำกลับไปขายฝั่งลาว โดยมาขึ้นฝั่งที่ท่าเรือด่านถาวรสามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จากนั้นเข้าพบ ร.ต.อ. พิชญ์พัชระ พิชญนันทร์ รอง สว.ตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน ที่ด่านถาวรสามเหลี่ยมทองคำ แจ้งความประสงค์จะขอมอบตัวตำรวจตามหมายจับคดีดังกล่าว ร.ต.อ.พิชญ์พัชระจึงพาเข้าพบกับ พ.ต.อ.ณัชธฤต ปิ่นปัก ผกก.ด่าน ตม.เชียงแสน สอบสวนเบื้องต้นและให้พักอยู่ภายในห้องประชุมเพื่อรอพนักงานสอบสวนนครบาล เดินทางไปสอบปากคำ

นางกาบแก้วให้การว่าไปทำงานอยู่กับนางไก่ที่กรุงเทพฯเมื่อปี 2553 ทำงานได้ 1 ปี ตลอดเวลาที่อยู่กับนางไก่ นางไก่ได้พาไปที่บ่อนกาสิโนที่ฝั่งประเทศลาวและประเทศเมียนมา ที่อยู่ตรงข้ามกับบ้านสบรวก อ.เชียงแสน อยู่หลายครั้ง จากนั้นตนได้เดินทางกลับบ้านที่บ้านหลวงน้ำทา แขวงหลวง-น้ำทา สปป.ลาว ก่อนจะกลับไปทำงานกับนางไก่อีกครั้งหนึ่ง อยู่ได้ประมาณ 2 อาทิตย์ ก็หนีออกจากบ้านนางไก่ ยืนยันไม่ได้ขโมยเอาทรัพย์สินใดๆของนางไก่ ตามที่มีการแจ้งความกล่าวหา

ต่อมาเวลา 15.45 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทน ผบช.น.พร้อมคณะเดินทางไปที่ ตม.เชียงแสน จ.เชียงราย โดย พ.ต.อ.ณัชธฤต ปิ่นปัก ผกก.ด่าน ตม.เชียงแสน ร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงราย นำตัวนางกาบแก้วเข้าพบ พล.ต.ท.ศานิตย์ โดย พล.ต.ท.ศานิตย์ ได้สอบถามนางกาบแก้ว ว่าได้ลักทรัพย์ของนางไก่ไปจริงหรือไม่ นางกาบแก้วตอบว่า ไม่ได้ลักทรัพย์อะไรไป พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า ถ้าไม่ได้ทำผิดก็ไม่ต้องกลัว รัฐบาลไทยจะให้ความเป็นธรรมและให้การช่วยเหลือดูแลอย่างเต็มที่ เพื่อให้นางกาบแก้ว หรือคนลาวเกิดความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยให้ความยุติธรรมกับต่างชาติทุกคน จากนั้นตำรวจได้นำตัวนางกาบแก้วพร้อมสามีเข้าห้องประชุมเพื่อสอบสวน

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวอีกว่า หลังสอบสวนเสร็จตำรวจจะให้นางกาบแก้วประกันตัว มีเจ้าหน้าที่ยุติธรรม จ.เชียงราย และเจ้าหน้าที่ พม.ดำเนินการเรื่องเงินประกัน โดยจะใช้เงินกองทุนยุติธรรมประกันตัว จากนั้นอนุญาตให้นางกาบแก้วเดินทางกลับไปประเทศลาวพร้อมสามีได้ทันที

ส่วนความเคลื่อนไหว ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน นายโยธิน ยุพงษ์ฉาย กรรมการบริหารบริษัทในเครือแก้วพิทักษ์ออยล์ พร้อมทนายความ ได้เข้าพบ ร.ต.อ.พัฒนพงษ์ ศิริเจริญนำ รองสารวัตร (สอบสวน) กก.1 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดี นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ พระสมุห์ชวลิต กิตติเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าซุงทักษิณาราม อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา และ น.ส.สายใย เอี่ยมภูมิ อายุ 87 ปี ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมทั้งแจ้งความดำเนินคดี น.ส.สายใยเพิ่มเติมข้อหาแอบอ้างเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน

นายโยธินกล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค. นายสงกานต์ พร้อมด้วยพระสมุห์ชวลิต และ น.ส.สายใย ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน บก.ป.ในคดีที่เกี่ยวข้องกับนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือนางไก่ รวมทั้งได้ออกรายการโทรทัศน์พาดพิงว่าตนมีส่วนรู้เห็นและร่วมขบวนการกับนางไก่ อ้างว่าตนเป็นผู้ขับรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ สีเหลือง ทะเบียน ศณ 6869 กรุงเทพมหานคร ติดสัญญาณไฟวับวาบเป็นรถนำขบวนให้กับนางไก่เดินทางไปวัดยี่ป่า อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งนำภาพถ่ายรถยนต์ให้ประกอบสำนวน แต่จริงแล้วรถคันดังกล่าวเป็นรถส่วนตัว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2552 วันเกิดเหตุตนขับรถไปทำบุญทอดผ้าป่าที่วัดยี่ป่าได้พบกับ น.ส.สายใย ที่หน้าวัด ก่อนที่ น.ส.สายใยจะขอติดรถเข้าวัด พอมาถึงวัด น.ส.สายใยขอถ่ายรูปตนและรถของตนไว้ก่อนจะแยกย้ายกันไป

นายโยธินกล่าวอีกว่า ช่วงที่รู้จัก น.ส.สายใย ได้พูดคุยเรื่องการดำเนินคดีกับพระครูปลัดสุรสิทธิ์ สีลคุโน เจ้าอาวาสวัดยี่ป่า เรื่องฉ้อโกง ที่ สภ.บางไทร น.ส.สายใยอ้างว่า ถูกพระครูปลัดสุรสิทธิ์หลอกเอาเงินไป 2.8 ล้านบาท อีกทั้ง น.ส.สายใยยังบอกว่ามีความสนิทชิดเชื้อกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงได้นำภาพถ่ายคู่กับบุคคลสำคัญ มาใช้แอบอ้างเพื่อข่มขู่พระครูปลัดสุรสิทธิ์ อย่างไรก็ตามตนได้ตรวจสอบเรื่องเงิน 2.8 ล้านบาท พบว่าเป็นเรื่องการเบิกเงินออกมา แล้วนำไปฝากเข้าบัญชีธนาคารเดิมของ น.ส.สายใยเป็นไปในลักษณะให้มีการเดินบัญชี ไม่ได้มีการโอนเงินเข้าบัญชีพระครูปลัดฯ ตามที่กล่าวอ้าง ก่อนจะขาดการติดต่อกันไปหลายปี กระทั่งมาทราบเรื่องว่าตนถูกพาดพิงว่าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีของนางไก่ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงทั้งยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงส่งขายต่างประเทศของตนอีกด้วย

ด้าน ร.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศิริเจริญนำ รองสารวัตร (สอบสวน) กก.1 บก.ป. กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้ร้องไว้ ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาข้อเท็จจริงอีกครั้ง

เหยื่อหญิงไก่ “สาวชาวลาว” ข้ามฝั่งแม่น้ำโขงเข้ามอบตัว ตม. เชียงแสน ในคดีลักทรัพย์นายจ้าง “ศานิตย์” รุดสอบปากคำผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ สั่งให้ใช้เงินกองทุนยุติธรรมประกันตัวไป... 26 ก.ค. 2559 04:51 ไทยรัฐ