วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาค 5 ขอหมายจับ 5การเมือง ตัวป่วนประชามติ

รองอบจ.-เด็กเพื่อไทย รีบวิ่งแจ้นเข้าพบตำรวจ ยังมีฉีกเผารายชื่อไล่ยุง


รัฐบาลสแกนเข้มพวกป่วนประชามติโค้งสุดท้าย “ไก่อู” แฉจ้องละเลงให้ประชาชนรู้สึกเบื่อหน่ายไม่ออกไปใช้สิทธิ ฉุนกล่าวหารัฐจัดฉาก คสช.จับตาเข้มขบวนการจัดตั้งปั่นคะแนนประชามติ เหตุการณ์ทำลายบัญชีรายชื่อลงคะแนนยังเกิดต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นเด็กคึกคะนองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผบช.ภ.5 เผยเตรียมออกหมายจับ 5 นักการเมืองเบื้องหลังป่วนหนักภาคเหนือ กรธ.ลุยประชาสัมพันธ์เต็มเหนี่ยวโค้งสุดท้าย ให้คะแนนตัวเองเกือบเต็มร้อย “อมร” ของขึ้นด่าแหลก “วรเจตน์” ไม่รู้จริง สับ “มาร์ค” อคติ “วิษณุ” ร่วมด้วยช่วยกันจวก “วรเจตน์” เสี่ยงผิดชี้นำ กกต.ตรวจโรงพิมพ์ดูความพร้อม เตรียมทำแอพพลิเคชั่นประจำหน่วยรายงานคะแนนรู้ผลฉับไว พร้อมจัดเวทีดีเบตทั่วประเทศตามรัฐบัญชา เพื่อไทยร่อนแถลงการณ์ทิ้งหมัดซัดล็อกเป้าเล่นงานคนเห็นต่าง จี้หยุดปิดกั้น ซ่อนเร้น “มาร์ค” ประกาศแถลงจุดยืน 27 ก.ค. แต่เหน็บอีกแล้วร่าง รธน.ฉบับมโนปราบโกง

โค้งสุดท้ายก่อนวันลงประชามติตัดสิน 7 ส.ค. 2559 การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)เพิ่มดีกรีความเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ เช่นเดียวกับฝ่ายต่อต้านไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมาเปิดหน้าโชว์ตัวกันหนาแน่นมากขึ้น ถี่มากขึ้น เช่นเดียวกัน

รัฐซัดพวกป่วนเดินเกมหนักข้อ

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝากชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และพลเรือนทั่ว ประเทศ ที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองก่อนถึงวันลงประชามติ 7 ส.ค. อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ที่มีผู้ไม่หวังดีคอยสร้างสถานการณ์ขัดขวางการเดินหน้าประเทศตามโรดแม็ปอย่างต่อเนื่อง และจากการข่าว รวมถึงหลักฐานต่างๆ พบว่ายิ่งใกล้วันลงประชามติ ยิ่งมีความพยายามสร้างความปั่นป่วนในสังคมทำให้ประชาชนรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่ออกไปลงประชามติ และเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบหรือจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ มักจะมีบุคคลบางกลุ่มรีบออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง ทั้งๆ ที่มีหลายพฤติการณ์สะท้อนว่ามีความสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของคนเหล่านั้น หรือบางครั้งก็กล่าวหาว่ารัฐบาลจัดฉาก จึงอยากให้พี่น้องประชาชนตรึกตรองดูว่าเราจะเชื่อถือหรือไว้ใจคนที่ก่อความวุ่นวายได้หรือไม่ และจะฝากอนาคตของประเทศชาติไว้กับคนเหล่านี้ได้มากน้อยเพียงใด

จับตาเข้มไม่ให้มีขบวนการจัดตั้ง

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.วลิต โรจนภักดี รอง ผบ.ทบ.ในฐานะรองเลขาธิการคสช.เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช. กล่าวให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกส่วน ในการดูแลสถานการณ์บ้านเมืองให้มีความเรียบร้อย เพื่อรองรับกระบวนการลงประชามติ รวมทั้งให้การสนับสนุนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามที่ได้รับ มอบหมายในลักษณะเป็นเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ ทั้งนี้ได้กำชับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ให้ร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อยในทุกเรื่อง ตรวจสอบอย่าให้มีการจัดตั้งหรือนำบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาใช้เป็นเครื่องมือกระทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงประชามติ โดย คสช. มุ่งหวังให้ประชาชนได้ออกไปใช้สิทธิอย่างเต็มที่ อิสระ และจะดูแลสถานการณ์โดยรวมให้มีความสงบเรียบร้อย ไม่ให้มีการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือทำให้สังคมเกิดความวุ่นวาย

กำชับ ตร.สแกนกลุ่มป่วนทุกพื้นที่

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการให้มีการประชุมทางไกลไปยัง บช.ต่างๆเพื่อตรวจสอบความพร้อม ความเข้าใจในการปฏิบัติโดยเน้นเรื่องการสืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวในพื้นที่ของกลุ่มการเมืองใดๆมาเชื่อมโยงกับการลงประชามติหรือคัดค้านการลงประชามติหรือไม่ รวมถึงการทำลายป้ายแผ่นลงประชามติให้ดำเนินคดีทุกข้อหา อีกทั้งสั่งการให้ ผบช.ภ.ในแต่ละ ภาคประสานงานกับฝ่ายปกครอง และ กกต.ในพื้นที่โดยขณะนี้ในทุกพื้นที่มีความพร้อมในการปฏิบัติในวันที่ 7 ส.ค.ซึ่งจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศแสนกว่านายดูแลความสงบเรียบร้อย

เด็กวัย 13 ซนฉีกรายชื่อที่นครฯ

ส่วนกรณีทำลายบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญยังเกิดขึ้นต่อเนื่องทั่วประเทศ เช้าวันเดียวกัน นายวินัย ทิพย์สุวรรณ ประธาน กกต.นครศรีธรรมราช ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.สมโชค จันทรมณี ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ว่า ช่วงเย็นวันที่ 24 ก.ค. มีเหตุฉีกทำลายประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและตัวอย่างบัตรลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่ปิดประกาศของโรงเรียนบ้านบ่อปลา หมู่ 8 ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ พบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญถูกฉีกออก 1 แผ่นและอีก 1 แผ่นถูกทิ้งลงอยู่ใต้ป้ายประกาศ นอกจากนี้ยังพบตัวอย่างบัตรลงประชามติถูกฉีกทำลายเป็นชิ้นเล็กๆ ทิ้งบริเวณลำโพงใกล้ป้ายประกาศ จากการสอบสวนพบว่า

ผู้ก่อเหตุเป็น ด.ช.วัย 13 ปีกับเพื่อนรวม 3 คน เป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนที่เกิดเหตุ มาวิ่งเล่นในโรงเรียน บริเวณใกล้ป้ายประกาศแล้วเปิดอ่านและฉีกทำลายทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตามไปควบคุมตัว ด.ช.วัย 13 ปี มาสอบสวนที่โรงพักและให้การว่าเข้าใจว่าป้ายประกาศดังกล่าวเป็นป้ายประกาศทั่วไปของโรงเรียนและไม่ทราบว่าเมื่อฉีกทำลายแล้วจะมีความผิด เบื้องต้นเชื่อว่าการฉีกทำลายของ ด.ช.วรวุฒิ ทำไปด้วยความซุกซน ไม่เกี่ยวข้องการเมือง จึงให้ประกันตัวกลับบ้านในคืนเดียวกัน

โจ๋ขอนแก่นฉีกจุดไฟเผาไล่ยุง

ที่ จ.ขอนแก่น พ.ต.ท.เทวฤทธิ์ บูรณรักษ์ รอง ผกก.(สส.) สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พ.ต.ต.ธรรม– วิทย์ พลแก้ว สว.สส.และพวกจับกุมนายโอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ผู้ลักลอบเผาบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญหน่วยที่ 36 เมื่อคืนวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมาภายในศาลาอเนกประสงค์ หมู่ 10 บ้านใหม่สามัคคี ต.ไชยสอ สอบสวนนายโอให้การว่า ขณะจอดรถ จยย.หลบฝนในศาลาได้ฉีกบัญชีรายชื่อมาจุดไฟเผาเพื่อไล่ยุง ไม่มีเจตนาที่จะก่อความวุ่นวายทางการเมืองแต่อย่างใด ต่อมา พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ. 4 พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ. 4 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวณิชย์ รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวณิชย์ ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.ชุมแพ ร่วมกันแถลงถึงคดีนี้ว่าเป็นการกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของทางราชการ (กกต.) ทำลายทรัพย์สินของทางราชการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

แม่พาลูก 9 ขวบโผล่รับฉีกบัญชี

ที่ จ.ร้อยเอ็ด พ.ต.ท.บุญมี ไทยอ่อน สารวัตร (สอบสวน) สภ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด พ.ต.ท.หญิงสุกัลยา คณาศรี นวท.(สบ2) พฐ.จ.ร้อยเอ็ดและคณะ ได้เก็บหลักฐานร่องรอยลายมือแฝงจากวัตถุพยานคดีฉีกทำลายบัญชีรายชื่อที่หน่วยเลือกตั้งที่ 7 ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ 9 ต.โพนทราย อ.โพนทราย ระหว่างนั้นได้มีนางน้อย (นามสมมติ) ได้นำ ด.ช.นุ้ย (นามสมมติ) ลูกชายวัย 9 ขวบ มาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ด.ช.นุ้ย ยอมรับว่าเป็นคนฉีกบัญชีรายชื่อ เมื่อเย็นวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะวิ่งเล่นกับน้องชายวัย 4 ขวบในศาลาโดยไม่มีใครบังคับให้ทำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปสอบถามอย่างละเอียดอีกครั้ง

อดีต ส.ส.เพื่อไทยพบ ผบช.ภ.5

ส่วนกรณีตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับฝ่ายทหารและฝ่ายปกครองตรวจค้นบ้านพักหลายแห่งรวมทั้งบริษัทที่ทำงานของคนในตระกูลบูรณุปกรณ์ หลังตำรวจได้จับกุมคนสนิทของคนในตระกูล พร้อมใบปลิวแสดงความคิดเห็นต่อต้านการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมมีกระแสข่าวจะมีการออกหมายจับนักการเมืองหลายคนที่เกี่ยวพันในเรื่องนี้ ล่าสุด น.ส.ทัศนีย์ หรือ ส.ส.กุ้ง บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 พรรคเพื่อไทย ปัจจุบันเป็นรองนายก อบจ.เชียงใหม่ พร้อมทนายเดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า จากประเด็นข่าวที่ออกไปเชื่อมโยงมาถึงจึงต้องมาแสดงตัวเพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ และที่พาดพิงไปถึงนายบุญเลิศ บูรณุปรกรณ์ ขอบอกว่าท่านไม่ได้รู้เห็นใดๆในเรื่องนี้ ท่านลาไปต่างประเทศนานแล้ว

เตรียมออกหมายจับ 5 นักการเมือง

จากนั้น น.ส.ทัศนีย์ได้เข้าพบ พล.ต.ท. ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 โดย พล.ต.ท.ธนิต-ศักดิ์สอบถามถึงวัตถุประสงค์ที่เดินทางมาพบทั้งๆที่ยังไม่มีการพาดพิงไปถึง ซึ่ง น.ส.ทัศนีย์ได้ร้องขอว่าหากมีการดำเนินคดี ขออย่ามีการออกหมายจับ ยินดีให้ความร่วมมือและการเข้าพบครั้งนี้ไม่คิดหลบหนีไปไหน ขณะที่ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์เปิดเผยหลังการเข้าพบว่า ถือว่าเป็นการแสดงความสุจริตใจ ส่วนเรื่องคดียังอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและเชื่อว่าต้องมีคนสั่งคนบงการ ขณะนี้เตรียมขอศาลออกหมายจับนักการเมืองจำนวน 5 ราย ตนทำงานด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม เกี่ยวข้องไปถึงใครต้องนำตัวมาดำเนินคดี

ด้านนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่เปิดเผยถึงกรณีกำลังตำรวจและทหารเข้าตรวจค้นห้องทำงานและบริษัทของนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ถึง 2 ครั้งและพบหลักฐานการทำจดหมายร่างรัฐธรรมนูญบิดเบือนว่า ตอนนี้จังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว ส่วนเรื่องคดีอาญาเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลหาตัวผู้เกี่ยวข้องและผู้อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดี

บุกค้นสำนักงานปลัดช้างเผือก

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ธีรพล อินทรลิป รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พร้อมสารวัตรทหารจาก มทบ.33 ค่ายกาวิละ เข้าตรวจค้นสำนักงานปลัดเทศบาลตำบลช้างเผือก ถนนเจ็ดยอด ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ โดยการเข้าตรวจค้นครั้งเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่เข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมาโดยการตรวจค้นครั้งนี้ได้นำตำรวจ บก.ปอท.เข้าร่วมตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อหาหลักฐาน การพิมพ์ร่างจดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญด้วย แต่ในเบื้องต้นยังไม่พบข้อมูลใดพร้อมเชิญนักศึกษาฝึกงาน 3 คนไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.แม่ปิง อ.เมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นศูนย์ประสานงานในคดีเกี่ยวกับความมั่นคงในจังหวัดเชียงใหม่ เพราะมีพยานระบุว่านักศึกษาฝึกงานได้รับคำสั่งให้พิมพ์จดหมายบิดเบือนร่าง รธน.ด้วย

ส่งบัญชีสำรองแทนที่ลิงทำลาย

สำหรับกรณีฝูงลิงนำโดย “ไอ้จุก” ที่อาศัยอยู่บริเวณต้นไม้ใหญ่บริเวณวัดหาดมูลกระบือ หมู่ 1 ต.ย่านยาว อ.เมืองพิจิตร ยกพวกไปทำลายฉีกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติเสียหายที่หน่วยออกเสียงประชามติที่ศาลาการเปรียญวัดหาดมูล-กระบือนั้น นายประยูร จักรพัชรกุล ผอ.กกต.ประจำ จ.พิจิตร นายสุรชัย มณีประกร นอภ.เมืองพิจิตร ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการออกเสียงประชามติ อ.เมืองพิจิตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปที่วัดหาดมูลกระบือเพื่อนำเอกสารบัญชีรายชื่อสำรองผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติมอบให้พระมหาเมธี จันทวังโส เจ้าอาวาสวัดหาดมูลกระบือและคณะกรรมการนำไปติดไว้ที่บอร์ดกระจกซึ่งฝูงลิงไม่สามารถทำลายได้ อยู่ห่างจากที่ติดประกาศรายชื่อเดิมประมาณ 100 เมตร จากนั้นนายสุรชัย มณีประกร นอภ.เมืองพิจิตรและคณะนำอาหารไปเลี้ยงฝูงลิง มีทั้งกล้วยน้ำว้า แตงโม สับปะรด ฯลฯ โดยมีฝูงลิงแห่มากินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

หนุ่มปราจีนฯเขียนข้อความต้าน

ที่ จ.ปราจีนบุรี ชุดสืบสวน สภ.วังขอนแดง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ร่วมกับทหารจับกุมนายคำหล้าหรือวีระ ทาสี อายุ 44 ปี เลขที่ 99 หมู่ 3 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี ตามคำสั่ง คสช.ที่ 3/58 และที่ 13/59 พร้อมของกลางแผ่นป้ายผ้าสีเขียวเขียนข้อความว่า “เผด็จการ จงพินาศ ต้นไม้คณะราษจงจอดำเจริญ (ประชาชน 3.0)” 1 ผืน แผ่นโฟมสีขาวเขียนข้อความเดียวกัน 1 แผ่น และปากกาเมจิกสีแดง 1 ด้าม สอบสวนทราบว่า นายคำหล้าเขียนข้อความดังกล่าวผูกติดไว้ที่ศาลากลางหมู่บ้านหมู่ 3 ต.บุพราหมณ์ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังขอนแดง ดำเนินคดีข้อหากระทำการก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

“บิ๊กตู่” ยันสั่งคนไปออกเสียงไม่ได้

ที่จังหวัดนราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงความคาดหวังการลงประชามติของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ระหว่างลงพื้นที่ จ.นราธิวาสว่า จะไปรู้ได้อย่างไร แต่เท่าที่ฟังและการพบปะกับประชาชนก็ยินดีสนับสนุนรัฐบาล รวมทั้งได้ดูจากโพลสำรวจความคิดเห็นต่างๆ เรื่องนี้เป็นสิทธิส่วนบุคคล ตนและรัฐบาลไม่สามารถไปสั่งการอะไรได้ รัฐบาลไหนก็สั่งไม่ได้ ดังนั้นรัฐบาลไหนที่ชอบสั่งก็ให้ระวังไว้ให้ดี สิทธิต่างๆไม่ได้อยู่ที่ตน ขึ้นอยู่แต่ละบุคคลที่จะตัดสินใจ รัฐบาลไปสั่งไม่ได้ ทั้งนี้หากประชาชนไม่ออกไปใช้สิทธิ์อาจมาจาก 3 สาเหตุคือ 1.ไม่รู้เรื่อง 2.ไม่เห็นชอบ และ 3.ไปเลือกแล้วไม่รู้ว่าจะเกิดประโยชน์อะไร

“บิ๊กป้อม” ปัดขอ “เสธ.อ้าย” งดแถลง

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ระหว่างร่วมคณะนายกฯลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ถึงกรณีที่ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือเสธ.อ้าย ประธานนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 1 (ตท.1) งดแถลงจุดยืนการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญของกลุ่มนายทหาร ตท.1 โดยระบุ พล.อ.ประวิตรได้โทรศัพท์ขอให้ยุติการแถลงดังกล่าวว่า “ผมไม่ได้โทร. เสธ.อ้ายคงคิดไปเอง” เมื่อถามถึงกรณีฝูงลิงฉีกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ จ.พิจิตร พล.อ.ประวิตรตอบติดตลกว่า “เดี๋ยวจะไปจับลิง ตัวไหนมันฉีก ไม่มีอะไรหรอก”

กรธ.โหมประชาสัมพันธ์เต็มแรง

นายชาติชาย ณ เชียง ใหม่ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า ในวันที่ 26 ก.ค. คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ได้นัดประชุมกับคณะทำงานของกระทรวงมหาดไทยเพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญในพื้นที่ เพื่อวางแผนต่อการประชาสัมพันธ์เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญไปยังพื้นที่ระดับหมู่บ้านทั่วประเทศในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพราะการแจกร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติยังไปไม่ถึงประชาชนตามครัวเรือน ดังนั้นจะขอแรงและความร่วมมือจากวิทยากรระดับหมู่บ้าน (ครู ค.) ให้เร่งการลงพื้นที่ตามครัวเรือนเพื่อชี้แจงและนำเอกสารสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญให้ถึงมือประชาชนมากที่สุด เมื่อถามว่า การทำงานเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญโดย กรธ. จะให้คะแนนการทำงานเท่าใด นายชาติชายตอบว่า ขอให้คะแนนเกือบเต็มร้อย เพราะ กรธ.ได้ทำงานเต็มที่ ออกเวทีให้ความรู้เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญโดยไม่ได้หยุด

อย่ามโน ม.178 ทำเสียดินแดน

นายปกรณ์ นิลประพันธุ์ เลขานุการ กรธ. กล่าวว่า กรธ.ได้กระจายข้อมูลไปยังวิทยากรระดับจังหวัดให้นำไปชี้แจงและทำความเข้าใจกับประชาชนในวงกว้างถึงมาตรา 178 ว่าด้วยการทำหนังสือสัญญาที่มีผลเปลี่ยนแปลงอาณาเขตหรือพื้นที่นอกอาณาเขตประเทศไทยกับต่างประเทศ ที่มีผู้วิจารณ์ว่าจะทำให้เกิดการเสียดินแดน ถือเป็นการใช้จินตนาการ เพราะตามรายละเอียดของบทบัญญัติดังกล่าว คือหลักการเดิมที่เคยระบุไว้ในมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 แต่เหตุผลที่ต้องเพิ่มถ้อยคำกรณีที่รัฐสภาพิจารณาหนังสือสัญญากับต่างประเทศไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาให้ถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบ เพื่อเติมกระบวนการการทำงานในรัฐสภาให้มีความสมบูรณ์และป้องกันกรณีที่รัฐสภาเล่นเกมการเมืองจนบ้านเมืองเสียหาย นำมาซึ่งการชุมนุมบนถนนเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่ใช่ไปใช้จินตนาการว่ารัฐสภาพิจารณาไม่เสร็จภายใน 60 วันแล้วจะทำให้ประเทศเสียดินแดน

“อมร” ฉุนอัด “วรเจตน์” ไม่รู้จริง

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. ให้สัมภาษณ์กรณีเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองและภาคีเครือข่ายภาคประชาชนรวม 43 องค์กร แถลงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงว่า ไม่รู้สึกหวั่นไหวใดๆ อาจารย์บางท่านที่ไปพูด มีประเด็นบิดเบือนหลายเรื่องมากล่าวหาเรา เราไม่อยากต่อล้อต่อเถียง เขาเองต้องรับผิดชอบในฐานะนักวิชาการ แต่ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน สิทธิต่างๆของประชาชนจะงอกเงยขึ้นมาทันทีอย่างนั้นหรือ ถ้าคว่ำรัฐธรรมนูญไป มั่นใจได้อย่างไรว่าร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ต่อจากนี้จะดีกว่าเดิม กรณีที่นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ บอกถ้ารัฐธรรมนูญประชามติผ่าน เท่ากับมัดตราสังสังคมไทย เพราะแก้ไขยาก เป็นระเบิดเวลานำไปสู่การสูญเสียในอนาคตนั้น เห็นว่านายวรเจตน์พูดเพื่อให้เกิดอรรถรส แต่พูดจากความไม่รู้จริง ยืนยันแก้ไขไม่ยาก แต่ต้องแก้ด้วยความปรองดองของทุกพรรคการเมืองร่วมกันแก้ไข ซึ่งคำพูดเป็นนายตัวเอง คนที่พูดต้องรับผิดชอบต่อคำพูดตนเองด้วย เป็นครูบาอาจารย์พูดอะไรต้องไตร่ตรองให้รอบด้าน

จวก “มาร์ค” ใช้อคติระวังเสียมวลชน

นายอมรยังกล่าวถึงกระแสข่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะแถลงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า กรธ.คงไม่หวั่นไหว แต่ตัวแทนปวงชน ทำอะไรควรระมัดระวัง การไปร่วมลงชื่ออะไรต่างๆ ท่านถามประชาชนก่อนแล้วหรือยังว่า สนับสนุนมากน้อยแค่ไหน กับการไปร่วมลงชื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มใดๆ หรือแม้แต่จะแถลงท่าทีใดๆต่อร่างรัฐธรรมนูญ ท่านถามประชาชนที่สนับสนุนหรือยัง เพราะท่านเป็นผู้แทนปวงชน อย่าใช้อคติส่วนตัวมาตัดสินอนาคตของประเทศ ให้เสียงประชาชนตัดสินใจดีกว่า

“วิษณุ” ชี้ “วรเจตน์” เสี่ยงผิดชี้นำ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองและภาคีเครือข่ายภาคประชาชนรวม 43 องค์กร แถลงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงว่า เข้าใจว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวโดยสุจริต จากที่ติดตามอ่านข่าวยังไม่ได้สะดุดเนื้อหาอะไร และตนแยกการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวออกจากการชักชวนคนอื่น ทั้งหมดต้องดูเนื้อหาที่พูด แต่อย่าไปจับผิดอะไรมาก อะไรที่ไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายตามมาก็ให้มันผ่านๆไป เมื่อถามว่า นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ พูดทำนองว่าจะกาในช่องขวามือของบัตรลงประชามติ ซึ่งเป็นช่องไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถือว่ามีความผิดหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ถ้าพูดแบบนั้นก็เสี่ยง การแนะนำ หรือบอกคนอื่นว่าตัวเองจะกาช่องไหน ถือเป็นคนละเรื่อง มันอาจจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61

วิชามารชุกชุมพื้นที่ภาคเหนือ

นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีการฉีกทำลายรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติในหลายพื้นที่นั้น ยังไม่เป็นเหตุที่จะทำให้การลงประชามติวันที่ 7 ส.ค. เกิดความวุ่นวาย จนต้องเลื่อนการลงประชามติ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าบรรยากาศการลงประชามติครั้งนี้กับเมื่อปี 2550 แตกต่างกัน ตอนนั้นบรรยากาศชวนให้ลงประชามติมากกว่าครั้งนี้ เพราะยังไม่เกิดความแตกแยก ยังไม่มีสีเสื้อถึงขนาดนี้ เราจึงเห็นวิชามารสารพัดที่ทุกฝ่ายจะงัดขึ้นมา ตนได้รับรายงานเข้ามามีทั้งวิธีการและเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ พบมากสุดในพื้นที่ภาคเหนือ แต่ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ และตอบไม่ถูกว่าจะมีผลต่อการตัดสินของประชาชนหรือไม่ แต่ก็ไม่กังวลอะไร เมื่อถามว่า รัฐบาลมีวิธีชนะวิชามารหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า “ไม่ทราบ แต่ผมรู้อย่างเดียวว่ามารไม่เคยชนะ”

ยันไม่ร่วมเวทีดีเบตของ กกต.

เมื่อถามว่า กกต.จัดดีเบตฝั่งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ มีการเชิญให้รัฐบาลเข้าร่วมหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบว่ามีการ เชิญรัฐบาลหรือไม่ แต่ส่วนตัวยังไม่ถูกเชิญ หากมีการเชิญคงไม่ไป เพราะไม่ใช่คนร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ กกต.ระบุว่า เวทีดีเบตต่างจังหวัดอาจจะจัดได้แค่จังหวัดใหญ่นั้น หากเวลาน้อยแล้วทำไม่ทัน ก็ให้ทำเท่าที่จะทำได้ เราไม่ได้บังคับ โดยให้ กกต.ประสานกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไร และในช่วง 7 วันสุดท้ายที่เขาห้ามทำโพล แม้เวทีแสดงความคิดเห็นยังทำได้ แต่ควรระมัดระวังมากขึ้น

กกต.ตรวจโรงพิมพ์บัตรออกเสียง

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โรงพิมพ์จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นติ้ง จำกัด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง พร้อมผู้บริหารของ สำนักงาน กกต. นำสื่อมวลชนมาตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมการพิมพ์และการจัดส่งบัตรออกเสียงประชามติ โดยนายสมชัยเปิดเผยว่า การพิมพ์บัตรออกเสียงประชามติได้เริ่มพิมพ์ตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย.-28 ก.ค. รวมเป็นเวลา 34 วัน พิมพ์จำนวนทั้งสิ้น 54,600,000 ฉบับ ยืนยันว่าบัตรออกเสียงยากต่อการปลอมแปลง เพราะโรงพิมพ์มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด วางมาตรการป้องกันการปลอมแปลงไว้ 5 ขั้นตอน ส่วนการจัดส่งบัตรออกเสียงไปยังหน่วยจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำขบวนปิดหัวท้าย เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงเส้นทาง พร้อมดูแลความเรียบร้อยระหว่างนำส่ง ดังนั้น กกต.มีความพร้อมในการทำประชามติ 95 เปอร์เซ็นต์ กระบวนการที่วางแผนไว้เป็นไปตามกำหนดการ

ทำแอพฯรู้ผลคะแนนแบบทันใจ

นายสมชัยกล่าวถึงการรายงานผลคะแนนการออกเสียงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. ว่า การนับ คะแนนยืนยันว่ายังมีการนับคะแนนและเปิดเผยคะแนนที่หน้าหน่วยออกเสียงเหมือนเช่นการเลือกตั้ง สำหรับการรายงานผลคะแนนแบ่งเป็นสองส่วน อันดับแรกรายงานผลคะแนนอย่างเป็นทางการ ที่จะใช้เวลาประมาณ 3 วันหลังจากวันออกเสียง ส่วนการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ กกต.ได้ทำแอพ-พลิเคชั่นให้กรรมการประจำหน่วยแต่ละหน่วย เพื่อให้ส่งคะแนนจริงผ่านแอพฯมายังส่วนกลางแบบรายงานสด หรือเรียลไทม์ หน้าจอรายงานผลคะแนนที่สำนักงาน กกต.จะแสดงคะแนนการออกเสียงประชามติเป็นตัวเลขว่ามีผู้มาใช้สิทธิเท่าไหร่ ผลการออกเสียงเห็นชอบและไม่เห็นชอบจะระบุชัดแยกเป็นภาค เป็นจังหวัดว่ามีจำนวนเท่าไหร่ พร้อมกับรายงานความคืบหน้าการนับคะแนนที่จะแสดงผลเป็นเปอร์เซ็นต์ ดังนั้น สื่อมวลชนก็จะรู้ผลคะแนนพร้อมกับประชาชน

จัดเวทีดีเบตตามรัฐบาลบัญชา

นายสมชัยกล่าวอีกว่า ช่วงเช้าวันที่ 25 ก.ค. กกต.มีการประชุมวาระพิเศษ โดยพิจารณากรณีที่รัฐบาลได้ติดต่อขอให้ กกต.จัดเวทีชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญและการทำประชามติใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยให้ กกต.ดำเนินการร่วมกับผู้ว่า-ราชการแต่ละจังหวัด ซึ่ง กกต.เห็นว่าเป็นประโยชน์ในการจัดเวทีดังกล่าว จึงเห็นชอบด้วยหลักการและส่งหนังสือเวียนไปยัง ผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัดว่าให้ดำเนินการจัดเวทีชี้แจง โดย กกต.ได้จัดงบให้จังหวัดละ 1 แสน 5 หมื่นบาท ดำเนินการ แล้วเสร็จภายในวันที่ 3 ส.ค. สำหรับรูปแบบการจัดเวที จะเป็นการให้นำเสนอข้อมูลของทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝ่ายละ 2 คน ใช้เวลาจัดแต่ละครั้งประมาณ 3 ชั่วโมงที่จะมีการเปิดโอกาสให้ประชาชนซักถามอีกด้วย

พท.ซัดล็อกเป้าจัดการคนเห็นต่าง

วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยออกคำแถลงเรื่อง ขอให้ยุติการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนว่า จากกรณีตำรวจและทหารจับกุมควบคุมตัวประชาชนที่เห็นต่างและแสดงออกซึ่งการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในหลายพื้นที่ พรรคเพื่อไทยเห็นว่าดำเนินการมีลักษณะของการเลือกเป้าหมาย หรือจะเชื่อมโยงไปยังนิสิต นักศึกษา คณาจารย์ สื่อมวลชน กลุ่มประชา– สังคม และนักการเมืองต่างๆ เพื่อมุ่งทำลายความชอบธรรมของฝ่ายประชาชนที่เห็นต่าง การแสดงออกของประชาชนนั้นยังไม่ถึงขั้นที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติแต่อย่างใด ไม่ใช่เป็นการบิดเบือน หรือปลุกระดม แต่เป็นการกระทำลักษณะเดียวกับที่รัฐบาลและ คสช. สั่งให้ครู ก ข ค ไปชี้แจงข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญกับประชาชนทั่วประเทศ

จี้หยุดละเมิดสิทธิปิดกั้นซ่อนเร้น

แถลงการณ์ระบุว่า กกต. ควรทำตัวเป็นกลางและทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้เกิดการรับรู้ และการได้รับข่าวสารทั้ง 2 ด้านอย่างเท่าเทียมกันแก่ประชาชน แต่กลับกระทำการตรงข้าม มุ่งให้ข้อมูลสนับสนุนฝ่ายเห็นชอบแต่เพียงด้านเดียว ซึ่งนับเป็นความไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ได้ยุติการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและเลิกปิดกั้นการแสดงออกและการเผยแพร่ความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ เพราะยิ่งปิดประชาชนก็ยิ่งสงสัยประเด็นซ่อนเร้นที่มีอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น ยิ่งใกล้วันออกเสียงประชามติก็ยิ่งควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงออกมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะได้มีข้อมูลในการตัดสินใจลงประชามติ การปิดกั้นเสรีภาพดังกล่าวของประชาชนจะเป็นการทำลายความชอบธรรมในการลงประชามติในครั้งนี้ลง และจะนำมาซึ่งปัญหาการยอมรับจากประชาชนและนานาชาติ ดังนั้น จึง ขอเรียกร้องให้ กกต. ได้เร่งวินิจฉัยการกระทำดังกล่าว และปล่อยตัวผู้เกี่ยวข้องโดยไม่มีการตั้งข้อหาใดๆ

จับเด็ก 8 ขวบมาถึงจุดๆนี้ได้อย่างไร

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า คสช.สำนึกหรือไม่ว่ากระบวนการประชามติที่มุ่งสนองตอบเป้าหมายทางการเมืองของผู้มีอำนาจเละเทะจนไม่เหลือสภาพแล้ว การใช้อำนาจที่ไร้ขอบเขตและไร้การตรวจสอบ นอกจากจะสร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ยังสร้างความกดดันให้เจ้าหน้าที่ เรามาถึงจุดที่มีการดำเนินคดีเด็ก 7 ขวบ 8 ขวบ ตามล่าคนดาวน์ซินโดรม ย้ายผู้กำกับโรงพักเพราะเด็กฉีกบัญชีรายชื่อได้อย่างไร แม้กระทั่งลิงก็ยังทำได้ ทั้งนี้ ใกล้วันลงคะแนนยิ่งมีกลุ่มต่างๆประกาศไม่รับร่างมากขึ้น ผู้มีอำนาจต้องตระหนักว่าประชาชนรู้ทันและเข้าใจความจริง อย่าทำลายน้ำหนักคนเห็นต่างว่าเป็นกลุ่มจัดตั้งหรือทำเพื่อพรรคไหน ฝ่ายใด ประชาชนที่ไม่รับร่างก็ไม่ได้ทำเพื่อฝ่ายการเมือง แต่ทำเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของอำนาจ

ท้า 3 พี่น้องตระกูล ป. ตั้งพรรค

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ถึงเรื่องไม่เอานายกฯคนนอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดประตูให้นายกฯคนนอก มีโอกาสได้คนนอกเป็นนายกฯถึง 99.99% ส่วนคนในเป็นไปได้ยาก หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา มีความประสงค์จะอยู่ในอำนาจ ต้องไปตั้งพรรค การเมือง ลงสมัครเลือกตั้ง ที่ไม่ใช่กลไกภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ถ้าร่างนี้ผ่าน ความหายนะก็รออยู่ข้างหน้า ถ้าไม่คิดสืบทอดอำนาจ จะต้องปิดเส้นทางสนิทในร่างรัฐธรรมนูญไม่ให้นายกฯคนนอกมาสอดแทรกได้ มิหนำซ้ำที่มา ส.ว.250 คน มาจากการเลือกของ คสช. ไม่ใช่ตั้งไว้เพื่อถ่วงดุล แต่ตั้งไว้เพื่อถ่วงความเจริญ ถ่วงความก้าวหน้าของประเทศ ขอให้ลองจินตภาพถึงกรณี ผบ.ทบ. และ ผบ.เหล่าทัพลุกขึ้นอภิปรายในวุฒิสภา แสดงความไม่พอใจนายกฯ บรรยากาศบ้านเมืองจะเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างเป็นกับดัก ใครเป็นนายกฯจากการเลือกตั้งเท่ากับฆ่าตัวตาย เพราะไม่มีวันรอดจากขั้นตอนของวุฒิสภา องค์กรอิสระ ไม่ว่าจะได้มากี่ล้านเสียงก็ไม่มีความหมาย

“อภิสิทธิ์” เตรียมแถลงจุดยืน 27 ก.ค.

เมื่อเวลา 12.50 น. ที่สถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย ถนนศรีอยุธยา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแถลงจุดยืนต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ว่า จะแถลงในช่วงบ่ายของวันพุธที่ 27 ก.ค. วันนี้งานที่ต้องผลักดันคือการมองไปข้างหน้า เลยประเด็นเรื่องของการทำประชามติไปแล้ว สิ่งที่ต้องคิดถึงคืออนาคตของประเทศ ที่ไม่ใช่มาถกเถียงกันเรื่องการเมือง อยากให้สังคมตื่นตัว ต้องมุ่งเน้นแก้ปัญหาความยากจน ส่วนการปฏิรูปการศึกษาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เห็นว่ามีทั้งก้าวหน้าและถอยหลัง มีการเขียนให้ความสำคัญในเด็กประถม วัยมากขึ้น แต่ไม่เข้าใจที่มีการถอยในเรื่องการศึกษาฟรี และการดูแลผู้ด้อยโอกาส ที่มีการเขียนจนเกิดเงื่อนไข ที่ทำให้นายกฯต้องใช้มาตรา 44 การปฏิรูปการศึกษาในรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ส่งเสริมการกระจายอำนาจที่แท้จริง เช่นเดียวกับเรื่องสิทธิเสรีภาพ ที่ไม่ได้นำไปโยงในหลายเรื่องทั้งที่เป็นหัวใจหลัก ถ้าหากจะให้มีการปฏิรูปเพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากจน ก็ต้องเริ่มจากสิทธิเสรีภาพของประชาชนเสียก่อน หากประชาชนมีส่วนร่วมน้อย หรือเข้าถึงข้อมูลต่างๆไม่ได้ เรื่องอื่นก็ตามมายาก

หยันร่าง รธน.ปราบโกงได้ยาก

“แม้กระทั่งเรื่องการปราบโกง ที่บอกว่าจะมีการตัดหัวเจ็ดชั่วโคตร แต่ถ้าประชาชนไม่มีโอกาสแม้แต่การเข้าถึงข้อมูล จากต้นประเด็นว่าใครทุจริตอะไร เกี่ยวข้องกับใครที่ไหน อย่างไรก็ยาก และบทบัญญัติลงโทษก็มีแค่นั้น เพราะในอดีตที่ผ่านมาก็มีบทลงโทษ แต่ปัญหาการทุจริตอยู่ที่ว่าเราไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้เลย แม้แต่การเปิดโปงข้อมูลการทุจริตให้สังคมรับทราบเพื่อนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำคัญต้องเริ่มจากตรงนี้ การแถลงวันที่ 27 ก.ค. จะชัดเจน ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่คงพูดเป็นท่าทีของพรรคไม่ได้ เพราะยังเปิดประชุมพรรคไม่ได้ แต่ยืนยันว่าจะมีคำตอบให้สังคมแน่ และไม่หนักใจ เพราะมีการพูดคุยกันในพรรค ทั้งผู้ใหญ่และคนอื่นๆแล้ว” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ส่อเค้าเสียงแตกกระจายรับ–ไม่รับ

เมื่อถึงกรณีความเห็นของลูกพรรคที่เคยร่วมกับ กปปส. แสดงความเห็นต่างไปแล้วนั้น นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงความเห็น และเข้าใจในมุมมองความหลากหลาย แต่ขอให้ตั้งต้นพิจารณาว่าโจทย์ของประเทศคืออะไร หากมองโจทย์ตรงกันก็หาคำตอบร่วมกันได้ง่าย เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าปล่อยฟรีโหวต นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ในวันที่ 27 ก.ค.จะชี้แจงสังคมให้รับทราบจุดยืนในฐานะหัวหน้าพรรคว่าคิดอย่างไร ส่วนความเห็นต่างของลูกพรรคไม่มีปัญหาอะไร เรายอมรับเหตุผลซึ่งกันและกันได้ และคิดว่าท่าทีที่ออกมาจะทำให้ทุกคนเข้าใจ

“นิพิฏฐ์” จี้รัฐหาตัวคนบงการป่วน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่รัฐตามจับกุมผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติว่า เรื่องนี้ยังไม่หมดแน่ตราบใดที่สังคมไทยยังขัดแย้งอยู่ แต่อย่าไปตื่นเต้นหรือให้ความสำคัญเหตุป่วนประปรายมากเกินไป ทั้งการเผา การฉีกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง อย่าไปจับแต่รายย่อย เพราะประชาชนจะตกเป็นเหยื่อ เจ้าหน้าที่รัฐควรใช้วิธีละมุนละม่อม ไม่ใช่ไปจับติดคุก หากมีใครอยู่เบื้องหลังการกระทำเจ้าหน้าที่ต้องหาตัวการมาให้ได้ เนื่องจากคนที่ออกมาป่วนเป็นเพียงปลายแถว ดังนั้นควรกันตัวไว้เป็นพยานดีกว่าจับติดคุก เพราะคนธรรมดาไม่มีความคิดไปบิดเบือน เพียงแต่กลายเป็นเครื่องมือและถูกหลอกใช้มากกว่า

ร้อง กกต.สอบ กรธ.ชี้นำรับร่าง รธน.

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงาน กกต. นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับ กรธ.และบุคคลที่เกี่ยวข้อง กรณีทำสิ่งพิมพ์ชื่อ “คำอธิบายสาระสำคัญของร่าง รัฐธรรมนูญ” เล่ม 1 จำนวน 35 หน้า ที่มีอาจมีเนื้อหาที่ขัดต่อ พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 โดยนายนรินท์พงศ์กล่าวว่า เห็นว่าเอกสารดังกล่าวชี้นำประชาชน 7-8 ประเด็น โดยมีการยกตัวอย่างไปเปรียบเทียบกับรัฐบาลในอดีตว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีกว่าอย่างไร และหากนำมาใช้ก็จะไม่ทำให้เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา เป็นการชี้นำให้คนไปรับร่างรัฐธรรมนูญ อาทิ มีการบอกว่าที่มา ส.ว.จากการสรรหาดีกว่า ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง ยึดโยงพรรคการเมือง สั่งได้ ซึ่งเป็นการอธิบายให้เห็นถึงข้อดีเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้บอกถึงข้อดีข้อเสียให้ประชาชนได้รู้ จึงนำมาร้องต่อ กกต.เพื่อให้ดำเนินการกับ กรธ.

เครือข่ายประชาชนขอร่วมดีเบต

ต่อมาเวลา 11.30 น. เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ นำโดย พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี เข้ายื่นหนังสือ กกต. ผ่านนายอำนวย น้อยโสภา รอง ผอ.สำนักเลขานุการ กกต. ขอทราบความคืบหน้าเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญขัดต่อกติกาสากลและกฎหมายอาญา รวมถึงขอเข้าร่วมรายการเสวนาถกเถียงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของ กกต. โดย พท.พญ.กมลพรรณกล่าวว่า เราขอเข้าร่วมดีเบตเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 178 ว่าด้วยสัญญาที่เกี่ยวกับดินแดนอาจสุ่มเสี่ยงให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง รวมถึงมาตราอื่นๆที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน อาทิ มาตรา 54 มาตรา 136 มาตรา 146 และมาตรา 279 และทางกลุ่มยืนยันว่าจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะแค่มาตรา 178 มาตราเดียวก็สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้สมบัติชาติถูกโยกย้ายไปได้

โพลชี้คนกรุง 52.9% รับร่าง รธน.

วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 ครั้งที่ 3 จากประชาชนที่อาศัยอยู่ใน กทม.จำนวน 1,123 กลุ่มตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 22-24 ก.ค. พบว่าส่วนใหญ่จะไปออกเสียงประชามติ ร้อยละ 73.1 ไม่ไปออกเสียงร้อยละ 16.5 และคิดว่าจะศึกษาร่างรัฐธรรมนูญก่อนไปออกเสียงร้อยละ 62.1 และในการออกเสียงประชามติทราบว่ามีคำถามพ่วงร้อยละ 50.1 ไม่ทราบ ร้อยละ 33.7 และไม่แน่ใจร้อยละ 16.2 ซึ่งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.9 เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 26.4 และไม่เห็นชอบ ร้อยละ 20.7 ในส่วนของคำถามพ่วงเห็นชอบ ร้อยละ 47.2 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 27.9 และไม่เห็นชอบ ร้อยละ 24.9

“ทักษิณ” จัดวันเกิดเล็กๆที่ลอนดอน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า สำหรับการจัดงานวันเกิดครบรอบอายุ 67 ปี ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ก.ค. ที่เดิมกำหนดจะจัดที่ฮ่องกง แต่ได้ยกเลิกไปเนื่องจากเกรงว่าจะถูกโยงเป็นประเด็นการเมือง เพราะเป็นช่วงใกล้วันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ 7 ส.ค.นั้น ล่าสุดนายทักษิณจะจัดงานแบบเล็กๆ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่กรุงลอนดอน โดยจะมีคนในครอบครัว เพื่อนสนิทของนายทักษิณไปร่วมงาน ขณะที่นักการเมืองจากพรรคเพื่อไทยจะมีแค่บางส่วน นำโดยนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวและแกนนำพรรคเพื่อไทย ผู้ร่วมงานทั้งหมดมีประมาณ 30-40 คน

ชง ก.ม.ภาษีสรรพสามิตกลับ ครม.

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตว่า เข้าสู่ที่ประชุม ครม. มาปีกว่าแล้ว แต่ไปติดอยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา เนื่องจากมี 300 กว่ามาตรา คาดว่ากลางเดือน ส.ค.จะพิจารณาแล้วเสร็จ จากนั้นส่งกลับเข้าที่ประชุม ครม.ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ถือเป็นการยกเครื่องกำหนดฐานภาษีใหม่ แต่จะไม่กระทบภาคธุรกิจและผู้บริโภคอย่างแน่นอน เพราะได้พูดคุยทำความเข้าใจมาอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นคนที่หนีภาษีเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ถือเป็นการปฏิรูประบบจัดเก็บภาษีสรรพสามิตใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มฐานการจัดเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

ด้านนางมัลลิกา ภูมิวาร ผู้เชี่ยวชาญด้านศุลกากรและการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ กล่าวว่า การปฏิรูปโครงสร้างภาษีสรรพสามิตช่วยเพิ่มความสะดวก สร้างเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการ การคิดฐานภาษีบนราคาขายปลีกจะช่วยลดขั้นตอนความซับซ้อนของสูตรการคิดฐานภาษี ช่วยลดข้อพิพาทข้อถกเถียงระหว่างภาคเอกชนและรัฐบาล ในการสำแดงราคาต่ำ ที่ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ในการจัดเก็บ

กมธ.หั่นงบปี 60 แล้ว 3,300 ล้าน

ที่รัฐสภา พล.อ.ชาตอุดม ติตถะสิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงความคืบหน้าว่า กมธ.พิจารณารายการของบประมาณจากหน่วยงานต่างๆ ไปแล้ว 95 หน่วยงาน ใน 9 กระทรวง มีความคืบหน้า 52% ถือว่าเป็นไปตามกรอบการทำงานที่กำหนด เบื้องต้นสามารถปรับลดงบประมาณไปได้ 3,359 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณการดำเนินงานอาทิ การฝึกอบรม การสัมมนา ประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างที่ปรึกษา การเดินทางไปต่างประเทศ จำนวน 2,689 ล้านบาท และงบประมาณลงทุน 669 ล้านบาท โดยไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะปรับลดงบประมาณทั้งหมดเท่าใด

“วิลาศ” ยื่น ป.ป.ช.สอบ กทม.ซื้อรถกู้ภัย

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.ผ่านนายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักการข่าวและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบกรณีกรุงเทพมหานครจัดซื้อรถกู้ภัยขนาดเล็ก 20 คันวงเงิน 160 ล้านบาทในราคาสูงเกินจริง ส่อว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ โดยนายวิลาศกล่าวว่า น่าเชื่อว่าการจัดซื้อจัดจ้างขัดต่อ พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 โดยรถที่จัดซื้อเป็นรถ ATV ของบริษัท POLARIS ราคา 454,000 บาท แต่ กทม.จัดซื้อในราคาคันละ 2.5 ล้านบาท ทั้งที่ไม่เหมาะสมใช้เป็นรถกู้ภัยเป็นรถพวงมาลัยซ้ายไม่เหมาะเป็นรถดับเพลิง อีกทั้งร่างทีโออาร์ยังส่อว่ามีการเอื้อประโยชน์จึงขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตรวจสอบ และหาตัวผู้กระทำผิด

ยันเดินหน้าใช้ไม้สักทำรัฐสภาใหม่

ที่รัฐสภา มีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือถึงปัญหาการจัดหาไม้สักใช้ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ได้เชิญตัวแทน 4 ฝ่ายมาหารือจนได้ข้อยุติ โดยบริษัทผู้ออกแบบยืนยันว่ามีความจำเป็นต้องใช้ไม้สักเป็นองค์ประกอบการก่อสร้างอาคารรัฐสภาเพื่อเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงความโดดเด่นและเอกลักษณ์ความเป็นไทย เปรียบเสมือนดีเอ็นเอของชาติไทย ทั้งนี้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ยืนยันว่าสามารถจัดหาไม้สักจำนวน 5,018 ท่อนมาก่อสร้างได้จากป่าปลูกของ ออป.จะไม่ตัดจากป่าธรรมชาติเด็ดขาด ขณะที่บริษัทผู้รับจ้างพร้อมดำเนินการติดตั้งเสาไม้สักในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ หาก ออป.จัดหาเสาไม้สักตามที่กำหนดในสัญญาจ้างได้ ดังนั้นทุกอย่างจะเดินหน้าตามสัญญา

รัฐบาลสแกนเข้มพวกป่วนประชามติโค้งสุดท้าย “ไก่อู” แฉจ้องละเลงให้ประชาชนรู้สึกเบื่อหน่ายไม่ออกไปใช้สิทธิ ฉุนกล่าวหารัฐจัดฉาก คสช.จับตาเข้มขบวนการจัดตั้งปั่นคะแนนประชามติ เหตุการณ์ทำลายบัญชีรายชื่อลงคะแนนยังเกิดต่อเนื่อง 26 ก.ค. 2559 04:35 ไทยรัฐ