วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำไมเยอรมนีตกเป็นเป้าหมายก่อการร้ายของรัฐอิสลาม

ประเทศเยอรมนีต้องตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้ายกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส หลายเหตุการณ์ในช่วงเวลาไม่นานมานี้ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจาก การรับผู้ลี้ภัยจำนวนมากจากตะวันออกกลางและแอฟริกา

ประเทศเยอรมนีต้องตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้ายกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอสในช่วงเวลาไม่นานมานี้ เริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมชายวัยรุ่นผู้ขอลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานประกาศคำขู่ก่อนการก่อเหตุใช้อาวุธมีดและขวานไล่ฟันผู้คนบนรถไฟที่เมืองวูร์ซบวร์ก มีผู้เสียชีวิต 4 คน ผู้ก่อการร้ายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฯ เพียงหนึ่งสัปดาห์ต่อมาในวันที่ 25 กรกฎาคมก็เกิดเหตุระเบิดโจมตีของผู้ก่อการร้ายกลางลานเทศกาลดนตรีเมืองอันสบาค โดยชายชาวซีเรียวัย 27 ปีที่เสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 15 คน ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงของเยอรมนี ต้องเพิ่มมาตรการรับมือกับการก่อการร้ายอย่างเข้มงวด

ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เยอรมนีได้รอดพ้นจากการตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้ายมุสลิมหัวรุนแรง แม้ว่าจะเกิดเหตุรุนแรงในฝรั่งเศส เบลเยียม อังกฤษ และอิตาลี จากผู้ก่อการร้ายกลุ่มรัฐอิสลามที่ประกาศความรับผิดชอบภายหลังการก่อการร้ายทุกครั้ง หรือหลักฐานการเชื่อมโยงของผู้ก่อเหตุกับกลุ่มไอเอสว่ามีความเกี่ยวข้องกัน ทำไม เยอรมนีจึงต้องตกเป็นเป้าหมายของการก่อการร้าย

เยอรมนีมีความแตกต่างจากฝรั่งเศส เบลเยียม และอังกฤษ ที่มีกลุ่มประชากรเชื้อสายมาจากประเทศแอฟริกาเหนือที่เป็นมุสลิม จากความที่เคยเป็นประเทศในอาณานิคมของฝรั่งเศส เช่น แอลจีเรีย หรือตูนิเซีย หรือคนโมร็อกโกที่เคยเดินทางมาเป็นแรงงานในเหมืองถ่านหินในเบลเยียม รวมทั้งผู้อพยพจากประเทศมุสลิมแอฟริกันที่โยกย้ายเข้ามาตั้งรกรากในอังกฤษ ขณะที่ในเยอรมนีคนต่างชาติส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายตุรกีที่เป็นมุสลิมทันสมัย ประเด็นปัญหาประชากรจากประเทศมุสลิมที่เคลื่อนย้ายเข้ามาอยู่ในบางประเทศยุโรป และไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมท้องถิ่นหรือเป็นพวกอาชญากรร้ายแรงที่ถูกต่อต้านจากสังคม จึงได้พยายามหาทางสร้างความเชื่อมโยงกับบรรดาสมาชิกกลุ่มรัฐอิสลามเพื่อก่อเหตุสร้างความโดดเด่นให้กับตนเอง

นอกจากนั้น การเปิดรับผู้อพยพจากซีเรียและอิรักจำนวนกว่า 1 ล้านคนของเยอรมนีในปีที่ผ่านมา ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่สร้างความไม่พอใจให้กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงหรือกลุ่มรัฐอิสลาม เนื่องจากเกรงว่า บรรดาผู้อพยพที่ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมจะเกิดความรู้สึกที่ดีหรือสวามิภักดิ์ต่อเยอรมนีที่ได้เปิดประตูต้อนรับอย่างอบอุ่น จึงได้วางแผนก่อการร้ายบนแผ่นดินเยอรมนี เพื่อย้ำเตือนให้บรรดามุสลิมอพยพเหล่านี้ให้ต้องตกอยู่ในความหวาดกลัวและเกิดความรู้สึกว่าไม่ได้รับความมั่นคงปลอดภัยในยุโรป

ยิ่งกว่านั้น กลุ่มไอเอสยังได้ประกาศเน้นเช่นเดียวกับการก่อเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายขับรถบรรทุกพุ่งชนคนที่เมืองนีซ ฝรั่งเศส ว่า การพุ่งเป้าโจมตีเยอรมนีเพื่อเป็นการตอบโต้กับบรรดาประเทศที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรโจมตีกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในซีเรียและอิรัก แม้ว่าเยอรมนีจะมิได้ส่งกำลังทิ้งระเบิดโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มไอเอสโดยตรง แต่ก็ได้ส่งกำลังทหารไปช่วยฝึกรบให้กับกองกำลังชาวเคิร์ดทางตอนเหนือของอิรัก รวมทั้งสนับสนุนด้านอาวุธยุทโธปกรณ์อีกด้วย

นอกจากนั้น หลังเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมกรุงปารีสวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2015 นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้ประกาศยืนยันเคียงข้างประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศสว่า "เราจำเป็นที่จะต้องต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลามโดยการใช้กำลังทหาร" หนึ่งเดือนต่อมาสภาเยอรมันก็ได้ลงมติรับรองให้ส่งกำลังทหารจำนวน 1,200 นาย พร้อมเครื่องบินรบจำนวน 6 ลำเพื่อปฏิบัติการกับหน่วยทหารสัมพันธมิตร

เยอรมนีต้องตกเป็นอีกหนึ่งในประเทศยุโรปที่เป็นเป้าหมายของการก่อการร้าย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศูนย์ศึกษาแนวคิดหัวรุนแรงและความรุนแรงทางการเมือง (The International Centre for the Study of Radicalisation and Political Violence - ICSR or I.C.S.R.) กรุงลอนดอน ระบุว่า มีคนเยอรมันจำนวน 677 คนที่เดินทางเข้าร่วมรบกับกลุ่มก่อการร้ายนับถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2558 และมีจำนวนถึง 800 คน นับตั้งแต่เริ่มเกิดความขัดแย้งในซีเรีย โดยมีจำนวนหนึ่งในสามที่ได้เดินทางกลับเยอรมนีแล้ว

ความแบ่งแยกทางความคิดในนโยบายการรับผู้อพยพของเยอรมนีที่มีจำนวนกว่า 1 ล้านคนในปีที่ผ่านมาของบรรดากลุ่มชาตินิยมหัวรุนแรงขวาจัด การต่อต้านผู้อพยพของพวกนีโอนาซี เริ่มส่งผลที่ทำให้คนเยอรมันจำนวนหนึ่งเริ่มเห็นดีด้วยหลังจากที่เยอรมนีต้องตกเป็นเป้าหมายของการก่อการร้ายที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน

ประเทศเยอรมนีต้องตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้ายกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส หลายเหตุการณ์ในช่วงเวลาไม่นานมานี้ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจาก การรับผู้ลี้ภัยจำนวนมากจากตะวันออกกลางและแอฟริกา 26 ก.ค. 2559 03:23 ไทยรัฐ