ข่าว
100 year

ชี้การศึกษาไทยต้อง เลิกให้ท่องจำ เปิดกว้างให้เด็กเรียนรู้อิสระ

ไทยรัฐออนไลน์25 ก.ค. 2559 17:00 น.
SHARE

เวทีเสวนา ออกแบบอนาคตการศึกษาไทย FIT Education : Truth and Dare ผู้เชี่ยวชาญการศึกษาต่างประเทศ เห็นควรต้องเปลี่ยนการศึกษาให้เป็นการเรียนรู้ ส่วน โจน จันได แนะ เด็กควรเรียนโดยเน้นความเข้าใจและง่าย เพื่อเด็กจะได้สนุกไปด้วย...

เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2559 สถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย จัดเสวนา ออกแบบอนาคตการศึกษาไทย FIT Education : Truth and Dare มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรคและสมาชิกพรรค เข้าร่วมสัมมนา 

นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย และอดีตเลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า ปัญหาการศึกษาเป็นพื้นฐานและ รากฐานของปัญหาทั้งหมดในสังคม ซึ่งสังคมใดก็ตามที่ไม่พร้อมปรับเปลี่ยนตัวเองบนพื้นฐานของวัฒนธรรม ค่านิยม ก็ไม่สามารถก้าวล่วงข้อจำกัดได้ เราจึงจำเป็นต้องหาวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาในอนาคต เพื่อให้ลูกหลานพร้อมกับความท้าทายและการแข่งขันกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงเพื่อเอาตัวรอด

ประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย กล่าวต่อว่า โรดแม็ปประเทศไทยค่อนข้างยาว และ ซับซ้อน ที่สำคัญต้องการคนมีส่วนร่วมเต็มที่ โดยหลังการเลือกตั้งแล้ว มีรัฐธรรมนูญแล้ว ต้องมาร่วมกันมองว่าอะไรคือทิศทางที่จะมาแก้ไข ปรับปรุง ประเทศในระยะยาวนี้ แต่เมื่อถึงเวลานั้นต้องเปิดกว้าง คนมีความพร้อม ประชาชนต้องมีความกระตือรือร้น เพื่อสร้างอนาคตให้ประเทศไทยอยู่รอดในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ศตวรรษที่ 21

ด้าน นางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบการศึกษาประเทศฟินแลนด์ เห็นว่าหากจะเปลี่ยนการศึกษาไทย ต้องเปลี่ยนวิธีคิด โดยเฉพาะเรื่องข้อสอบที่วัดมาตราความรู้ทางการศึกษาของไทยให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ โดยรวมการคิด วิเคราะห์และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันให้อยู่ในข้อสอบเดียว  เปลี่ยนการศึกษาให้เป็นการเรียนรู้ แม้ว่าการเปลี่ยนความคิดจะใช้เวลานานแต่ผลที่ได้จะสร้างมูลค่าให้ประเทศจำนวนมหาศาล

ส่วน นายโจน จันได กล่าวว่า ระบบการศึกษาไทย ไม่ได้สอนให้คนที่เรียนจบมามีคุณค่า แต่สร้างคนออกมาเพื่อเป็นหุ่นยนต์และเป็นทาสของระบบธุรกิจ ซึ่งส่วนตัวไม่เห็นด้วย และไม่ต้องการให้ลูกถูกสอนแบบนั้น การเรียนแบบโฮมสคูลจึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับตัวเอง  เพื่อให้ลูกเรียนรู้เพื่อสามารถดำรงชีวิตได้ โดยเฉพาะปัจจัย 4 สอนให้หากินเองได้ เช่น ปลูกผัก ทำขนม สร้างที่อยู่อาศัยได้  และหารายได้ด้วยตัวเอง เพราะการศึกษาไม่ควรเป็นภาระให้พ่อแม่ ครู และรัฐบาล 

นายโจน กล่าวว่า การศึกษาปัจจุบันของไทย สอนให้แค่อ่าน จำ และฟัง แต่ไม่เคยสอนให้เข้าใจหรือลงมือปฏิบัติ ดังนั้น การเรียนแบบโฮมสคูล จึงเน้นที่ความเข้าใจ ไม่ใช่ความจำ เพราะความจำเป็นหน้าที่ของคอมพิวเตอร์ ที่สำคัญอนาคตต่อจากนี้ ไม่ใช่เวลาที่จะต้องมาสร้างความจำ ควรสร้างความเข้าใจ ความสนุก กับการเรียนรู้ เพราะหากเด็กชอบจะเกิดการเรียนรู้ ด้วยตัวเองหากไม่ชอบแต่ต้องจำใจเรียนก็ไม่มีประโยชน์ เหมือนปัจจุบันที่จินตนาการของเด็กถูกทำลายไป เพราะถูกบังคับให้เรียนตั้งแต่เข้าสู่ระบบการศึกษา สอนให้ต้องทำแบบนั้น แบบนี้ สิ่งที่ได้จึงได้เพียงก็อบปี้ความจำของคนอื่น โดยเด็กไม่สามารถคิดเองได้และไม่มีประโยชน์ ดังนั้นการศึกษาต้องง่ายและสนุก และไม่เป็นภาระของทุกคนเช่นปัจจุบัน ที่การศึกษาเปรียบเสมือนสินค้า ซึ่งมีราคาแพง

ที่สำคัญการศึกษาต้องหลากหลาย เปิดกว้าง การศึกษาไม่ใช่อุตสาหกรรม และคนก็ไม่ใช่ผลผลิตทางอุตสาหกรรม ดังนั้นการศึกษาไม่ควรมีการประเมินผล เพราะคนแต่ละต่างกัน ประเมินไม่ได้ด้วยหลักการเดียวกันไม่ได้ ดังนั้นในอนาคตการศึกษาไทย ควรให้อิสระมากขึ้น เปิดกว้างมากขึ้น และมีความหลากหลายให้ได้เลือก ที่สำคัญภาครัฐควรเข้ามากำกับเรื่องการศึกษาให้น้อยลง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปฏิรูปการศึกษาการศึกษาไทยการเรียนการสอนการเรียนรู้โฮมสคูลกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติโจน จันไดสุรินทร์ พิศสุวรรณสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทยพรรคประชาธิปัตย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะข่าวการศึกษาข่าวไทยรัฐออนไลน์

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้