วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฆาตกร

ฆาตกรในความหมายของปรัชญาเมธีจีน อย่างเม่งจื๊อ ไม่ใช่ผู้ต้องหาคดีข่มขืนแล้วฆ่า ตอนตำรวจพาไปทำแผนประทุษกรรม ประกอบคำสารภาพ มักมีชาวบ้านฮือกันรุมประชาทัณฑ์ อย่างที่เป็นข่าวทุกวันนี้หรอกนะครับ

แต่จะหมายถึงใคร...ลองอ่านเรื่องต่อไปนี้ ชื่อเรื่อง เป็นอะไรกันแน่ (นิทานปรัชญาเต๋า เสฐียรพงษ์ วรรณปก 2527)

เม่งจื๊อเดินทางไปยังรัฐงุ่ย เข้าเฝ้าพระเจ้าเนี้ยฮุยอ๊วง...อ๋องรัฐงุ่ยดีพระทัยมาก

“ท่านอาจารย์มาไกล อุตส่าห์จาริกมาถึงบ้านข้า” ตรัสปฏิสันถาร “ข้าเชื่อว่า ท่านอาจารย์คงจะมาแนะนำประโยชน์ให้แก่รัฐงุ่ย เป็นแน่แท้”

“ทำไมพระองค์จึงคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์”

เม่งจื๊อสวนแบบตีแสกหน้า พระเจ้าเนี้ยฮุยอ๊วงถึงกับอึ้ง

“ข้าพเจ้าคิดว่า เราควรจะพูดถึง “ยิ้น” (ความเมตตา) กับหงี (ความซื่อสัตย์) มากกว่า” เม่งจื๊อพูดต่อ

“ถ้าพระเจ้าแผ่นดินตรัสว่า ทำอย่างไร รัฐของข้า จะได้ประโยชน์ พวกขุนนางก็จะพากันพูดว่า ทำอย่างไรครอบครัวของฉันก็จะได้ ประโยชน์

และเช่นกัน ประชาชนทั่วไป ก็จะพูดว่า ทำอย่างไรฉันจะได้ประโยชน์”

พระเจ้าเนี้ยฮุยอ๊วงเริ่มมีศรัทธา เม่งจื๊อสาธยายต่อไป

“เมื่อพระเจ้าแผ่นดิน ขุนนาง ประชาชน ต่างคนต่างคิดแต่จะแสวงประโยชน์ใส่ตน การแก่งแย่งผลประโยชน์ ก็จะเกิดตามมา บ้านเมืองใดเป็นเช่นนี้ ก็จะถึงความพินาศ”

“บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ ท่านอาจารย์จะมีคำแนะนำอย่างไร”

“เมื่อพระเจ้าแผ่นดินไม่คิดแสวงประโยชน์ พยายามทำให้ ขุนนางและประชาชน มีความเมตตา และความซื่อสัตย์สุจริตต่อกัน บ้านเมืองนั้นจะมีความสงบสุข”

พระเจ้าเนี้ยฮุยอ๊วง เกิดความเลื่อมใส ทรงขอให้สอนต่อ แต่เม่งจื๊อกลับเริ่มด้วยการตั้งคำถาม

“การฆ่าคนด้วยไม้พลอง กับการใช้ดาบฟัน ต่างกันหรือไม่”

“ไม่ต่างกัน เพราะชื่อว่า ฆ่าเขาตายเหมือนกัน” อ๋องรัฐงุ่ยตอบ

เม่งจื๊อถามต่อ “แล้วการฆ่าคนด้วยศัสตราวุธ กับการฆ่าด้วยเพทุบายเล่า ต่างกันหรือไม่”

พระเจ้าเนี้ยฮุยอ๊วงตอบว่า “ข้าไม่เห็นมันจะต่างกันตรงไหน”

เม่งจื๊อได้ทีสาธยาย

“พวกขุนนางที่กินบ้านกินเมืองทุกวันนี้ มีอาหารเนื้อสัตว์ดีๆ กินที่บ้าน ในคอกม้าก็มีม้าอ้วนพี ได้กินอิ่มท้อง

ในขณะที่ราษฎรใต้การปกครอง กลับอดอยากปากหมอง เพราะหาอาหารใส่ท้องได้ไม่พอ ราษฎรจำนวนไม่น้อยตายเพราะความอดอยาก”

กล่าวมาถึงตอนนี้ เม่งจื๊อสรุปคำสอนด้วยคำถาม

“พวกเจ้าบ้านผ่านเมือง ที่เลี้ยงสัตว์ดีกว่าเลี้ยงคน ตกลงพวกเขาเป็นนักปกครอง หรือเป็นฆาตกร”

อาจารย์เสฐียรพงษ์จบนิทานปรัชญาเต๋าเรื่องนี้ ไว้แค่นี้

ท่านคงตั้งใจรอให้ อ๋องรัฐงุ่ย คิดเองตอบคำถามได้เอง และเมื่อตอบได้แล้ว ในฐานะนักปกครอง ท่านคงจะลงมือจัดการกับฆาตกรเหล่านั้นเอง

ผมไม่รู้ว่า รัฐงุ่ยของเนี้ยฮุยอ๊วงนั้น ขนาดใหญ่แค่ไหน และจำนวนฆาตกรที่อยู่ในข่าย ถ้ามันเกิดมากพอๆกับจำนวนเครือข่ายพวกปฏิวัติในตุรกี ที่เป็นข่าวตอนนี้ ถึงห้าหมื่นคน

แต่พอนึกขึ้นได้ เรื่องที่อาจารย์เสฐียรพงษ์เล่า เป็นแค่นิทานก็โล่งใจไป เพราะหากเป็นเรื่องจริง คงเป็นเรื่องทำได้ยาก ตั้งแต่จะเอาคุกที่ไหนไปใส่ เพราะตอนนี้คุกไม่ว่าบ้านเมืองไหน ก็ล้นแล้วล้นอีก

หากเอาไปประหารก็คงเหนื่อยในการฆ่าและยิ่งลำบากตอนหาเตาเผาได้ไม่พอ.

กิเลน ประลองเชิง

25 ก.ค. 2559 10:18 ไทยรัฐ