วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คนเปลี่ยนโลกก็เปลี่ยนไป

คนเปลี่ยนโลกก็เปลี่ยนไป

โดย สายล่อฟ้า
26 ก.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

ระยะนี้ดูเหมือนจะเกิดเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงภาวะความรุนแรงทั้งระเบิด ยิงกันเสียชีวิตโดยเฉพาะในประเทศยุโรป สหรัฐฯ ไล่เรียงกันเป็นรายวัน พูดง่ายๆว่าไม่ว่าประเทศไหนก็อันตรายไม่ต่างกัน

เพราะมีทั้งเหตุก่อการร้ายที่ป้องกันได้ยากยิ่งเมื่อผู้ก่อเหตุยอมสละชีพที่พร้อมจะปฏิบัติการในทุกรูปแบบ แม้กระทั่งขับรถบรรทุกไล่ชนคนบนท้องถนนอย่างที่ฝรั่งเศส

และอีกรูปแบบหนึ่งคือการไล่ยิงประชาชนอย่างไร้ปรานีโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่อย่างที่เยอรมนีเป็นการแสดงถึงสภาพอารมณ์ที่เกิดจากแรงกดดันในภาวะสังคม

ที่สหรัฐฯก็เกิดเหตุต่อเนื่องเป็นปัญหาระหว่างตำรวจกับชนผิวสีที่ไม่พอใจจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ถึงขั้นใช้สไนเปอร์ลอบยิงตำรวจ

เหล่านี้ล้วนเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่ส่อไปสู่ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนน่าเป็นห่วงว่าจากนี้ไปสังคมโลกชักจะไม่น่าอยู่เสียแล้ว เนื่องมาจากความขัดแย้ง แย่งชิงผลประโยชน์และความเหลื่อมล้ำทางสังคม

สังคมไทยก็ไม่ต่างกันคือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนับเนื่องเวลาก็ 10 กว่าปีที่ผ่านมาดูท่าแล้วยากที่จะแก้ไข

แม้กระทั่งทางด้านศาสนาที่เสื่อมทรุดลงเป็นลำดับ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่งเมื่อพระสงฆ์บางรูปบางคณะที่ประพฤติปฏิบัติกระทำตัวไม่เหมาะสม ทำศาสนาพุทธที่เป็นแก่นสำคัญเพื่อทำให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้มาอย่างยาวนาน

กลับใช้จุดแข็งของพุทธศาสนาเป็นเครื่องมือในการสร้างอาณาจักรเปลี่ยนแปลงคำสอนจนกลายเป็น “พุทธบริษัท” ที่ใช้เงินเป็นบันไดก้าวไปสู่สวรรค์

เมื่อปล่อยปละละเลยมานานการแก้ไขก็ยิ่งลำบาก เนื่องจากการใช้เพทุบายจนทำให้เกิดความเชื่อ ความหลง ความศรัทธา การตลาดจนคนไทยจำนวนไม่น้อยต้องติดกับดักกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้มีอำนาจเหนือกฎหมาย

หากไม่จัดการอย่างใดอย่างหนึ่งจะทำให้สังคมผิดเพี้ยนไปมากกว่านี้

ที่สำคัญก็คือความเชื่อมโยงระหว่างการเมืองกับศาสนาอย่างแยกไม่ออกเพราะเป็นความสัมพันธ์ที่มีอำนาจและผลประโยชน์เป็นตัวเชื่อมโยง

เนื่องมาจากสายสัมพันธ์ระหว่างบุคคลทั้งส่วนต่างก็มีที่มาที่ไป ซึ่งหลอมรวมกันเป็นเนื้อเดียวกันที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมประเทศ

ที่ห่วงๆกันก็คือหากใน 2 ส่วนนี้สามารถที่จะแย่งชิงอำนาจทางการเมืองกลับคืนมาได้อะไรจะเกิดขึ้นน่าจะมองเห็นภาพกันได้

บ้านนี้เมืองนี้คงดูไม่จืดแน่...

จะว่าไปแล้วในห้วงระยะก่อนที่จะมีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการสร้างความปั่นป่วนเพื่อคว่ำรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็นการคัดค้านในทางเปิดก็แสดงความคิดเห็นกันอย่างต่อเนื่องด้วยการใช้วาทกรรมเพื่อล้มล้างกัน

ในทางปิดก็ใช้วิธีปลอมแปลงเนื้อหาของรัฐธรรมนูญเพื่อโน้มน้าวให้เกิดมโนคติไปในทางที่ผิดไปจากของจริงเพื่อให้สอดรับกับความต้องการ

การใช้วิธีการฉก ฉีก เผารายชื่อของผู้มีสิทธิลงคะแนนประชามติในพื้นที่ต่างๆ แรกๆก็เกิดขึ้นในจังหวัดภาคเหนือ หลังๆก็ขยายไปยังพื้นที่ต่างๆ

ยังดีที่จับได้ไล่ทันก็เลยรู้ว่าเป็นฝีมือใคร?

อย่างที่เชียงใหม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้สืบสาวราวเรื่องแล้วปรากฏว่าเกี่ยวพันกับนักการเมืองท้องถิ่นซึ่งเป็นเครือข่ายของพรรคการเมืองใหญ่

“ประชามติ” ผ่านไม่ผ่านคงไม่สำคัญเท่ากับจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น?

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้