วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าเปิดช่องให้โกง

โดย ลมกรด

เข้าโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ การสร้างสถานการณ์ความปั่นป่วนจึงมีมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น การฉีกและเผาบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงที่จังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร กทม. แม้ไม่ถึงกับทำให้การประชามติสะดุดลง แต่ก็ส่งผลทางจิตวิทยา

ด้วยสรรพกำลังที่มีอยู่ รัฐบาล คสช.น่าจะเอาอยู่ ส่วนตัวการสร้างความปั่นป่วนในแต่ละแห่งนั้น คงจับมือใครดมไม่ได้ตามเคย ถ้าไม่ใช่นักการเมืองบงการสร้างความปั่นป่วน ก็เป็นรัฐบาลแอบทำเองเพื่อสร้างสถานการณ์

ที่ซวยหน่อยเห็นจะเป็น พ.ต.อ.อิทธิ ชำนาญหมอ ผกก.สภ.ขาณุวรลักษบุรี ที่ถูกเด้งไปอยู่ ศปก.บช.ภ.6 เนื่องจากไม่ได้รายงานเหตุเด็กนักเรียนหญิง ป.2 ไปฉีกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงที่ปิดประกาศไว้ในโรงเรียน ให้ผู้บังคับบัญชาทราบภายใน 24 ชั่วโมง ทำให้ คนใหญ่คนโตในรัฐบาล และ โฆษกปากไว ทั้งหลายหน้าแหก เพราะชิงโบ้ยใส่ฝ่ายการเมืองสร้างความปั่นป่วนไปก่อนแล้ว ทั้งที่ แท้จริงเป็นแค่ความซุกซนของเด็ก ป.2

วิวาทะที่เกิดจากความสะเพร่าเช่นนี้ไม่ได้มีแค่ฝ่ายรัฐบาล บุคคลระดับแกนนำพรรคเพื่อไทยก็มีเพิ่งให้ข่าวผิดพลาดเช่นกัน คุณภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกข่าวว่า กกต.จะนับคะแนนและประกาศผลประชามติด้วยวิธีพิเศษแตกต่าง ไปจากเดิม เช่น ไม่รายงานผลคะแนนหน้าหน่วย จะรายงานเฉพาะที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบ โดยไม่รายงานคะแนนบัตรเสีย รวมทั้งไม่แสดงผลให้เห็นว่าเป็นคะแนนที่มาจากหน่วยไหน

เลยโดนคุณสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.จวกกลับว่า ปล่อยไก่ วิจารณ์โดยไม่รู้ข้อเท็จจริง

อันที่จริงแม้แต่ผมเองซึ่งอยู่กับข่าวสารทั้งวันก็ยังไม่เคยได้ยินว่า กกต.ประกาศจะ นับคะแนนด้วยวิธีย้อนยุค เช่นนี้ ส่วนจะมีการตระเตรียมไว้เป็นการภายในหรือเปล่า ผมไม่รู้

หวังว่า กกต.คงไม่ทำน่าเกลียดเปิดช่องให้โกงคะแนนกันง่ายๆ

บรรยากาศการทำประชามติที่ผ่านมา ฝ่ายสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญเอาเปรียบฝ่ายคัดค้านทุกวิถีทางอยู่แล้ว อยากจะเดินสายพูดเชียร์ยังไงก็ทำได้หมด รัฐบาลยังจัดสรรงบประมาณเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงให้อีก แต่ฝ่ายคัดค้านกลับต้องระวังตัวแจ พูดผิดนิดเดียวอาจติดคุกด้วยข้อหาบิดเบือน

แม้ กกต.ยอมจัดเวทีดีเบตบันทึกเทปออกทีวีช่องไทยพีบีเอส 10 วัน โดยเชิญฝ่ายเห็นต่างมาร่วมแสดงความเห็นบ้าง แต่มันช้าเกินไปแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญมีรายละเอียดเยอะ เวลาแค่นี้ไม่พอหรอก เวทีนี้จึงเป็นการจัด แก้เกี้ยว เท่านั้นเอง หลังจากที่ถูกท้วงติงเรื่องปิดกั้นเสรีภาพการแสดงความเห็นมาตลอด

ถ้าจริงใจเปิดกว้างให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลสองด้าน น่าจะจัดดีเบตผ่านทีวีพูลในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ไปเลย

แต่คงต้องทำใจเมืองไทยไม่ว่ายุคไหนก็ไม่เคยเล่นกันแฟร์ๆ ยิ่งคำว่า สปิริตทางการเมือง ไม่ต้องถามหา ขนาด “บิ๊กตู่” เคยปรารภในที่ประชุม ครม.ว่า “ได้ยินมาจากหลายที่พูดรับหรือไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญด้วยเหตุผลต่างๆ หนึ่งในเหตุผลคืออยากให้ คสช. อยู่นานๆ ไม่รับดีกว่า”

แต่ล่าสุด พอนักข่าวถามว่าการลงประชามติสามารถสะท้อนว่าประชาชนเอาหรือไม่เอา คสช.ได้หรือไม่ บิ๊กตู่กลับตอบว่า “ไม่เกี่ยว จะเอาหรือไม่เอา ผมก็อยู่จนกว่าจะมีรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่เช่นนั้นก็เลือกตั้งไม่ได้ ถ้าประชามติไม่ผ่าน จะให้ผมรับผิดชอบ มันไม่ใช่ เพราะผมไม่ได้เป็นคนร่าง แต่เป็นคนรับผิดชอบที่จะต้องทำใหม่”

ผมคงไม่ต้องแปลไทยเป็นไทยนะครับ เอาเป็นว่าใครอยากเห็น นายกฯไทยมีสปิริตเหมือนนายกฯอังกฤษเลิกฝันได้เลย.

ลมกรด