วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือนเล่นมือถือก่อนนอน เสี่ยง 'ละเมอแชต' ส่งผลเครียด-โรคอ้วน

สสจ.ชัยนาท เตือน ปชช. เล่นสมาร์ทโฟนก่อนนอน เสี่ยงอาการ 'ละเมอแชต' โดยอาการดังกล่าวจะทำให้ลุกขึ้นมาแชตขณะหลับ เมื่อได้ยินเสียงข้อความส่งมา ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน และความเครียด...

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 59 นายแพทย์พูลสิทธิ์ ศีติสาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำรวจพฤติกรรมการบริโภคสื่อของคนไทยในปี 57 จากกลุ่มตัวอย่างหนึ่งหมื่นครัวเรือนทั่วประเทศ พบว่าแต่ละบ้านมีทีวีอย่างน้อย 1 เครื่อง โดยร้อยละ 99.7 มีสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตอย่างน้อย 1 เครื่อง รองลงมาคือโน้ตบุ๊ก ร้อยละ 89 และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ร้อยละ 79 ทำให้มีการชมรายการโทรทัศน์ออนไลน์ผ่านจออื่นๆ ที่ไม่ใช่ทีวีเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ในช่วงเวลาที่ดูทีวี เมื่อมีโฆษณา ประชาชนจะละสายตาจากจอทีวี แล้วก้มใช้มือถือเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การเล่นเฟซบุ๊ก หรือแชตผ่านโปรแกรมวอทแอพ (WhatsApp) วีแชต (WeChat) หรือไลน์ (Line) เป็นต้น เพราะมีอุปกรณ์สื่อสารติดตัวตลอดเวลา

อีกทั้งยังพบว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีคนเล่นเฟซบุ๊กมากที่สุดในโลก หรือราว 12 ล้านคน จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก 18 ล้านคนทั่วประเทศ จัดอยู่ในอันดับที่ 13 ของโลก ซึ่งนอกจากความทันสมัย ฉับไว ด้านข้อมูลข่าวสารแล้ว ยังพบว่าผู้ที่ติดโปรแกรมแชต หรือคลั่งแชต อาจจะมีอาการละเมอแชต (Sleep Texting) ถือเป็นอาการที่เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟน เพราะอาการดังกล่าวจะทำให้ลุกขึ้นมาแชตขณะหลับ เมื่อได้ยินเสียงข้อความส่งมา

ปัญหาที่ตามมาก็คือ ร่างกายจะอ่อนแอจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดโรคอ้วน ภาวะซึมเศร้า โรควุ้นในตาเสื่อม โนโมโฟเบีย สมาร์ทโฟนเฟซ และอาจส่งผลกระทบในการเรียนหรือการทำงาน ขอแนะนำว่า การเล่นโปรแกรมแชตควรทำแต่พอดี หากติดมากควรลองอยู่ห่างจากสมาร์ทโฟน ตัดใจปิดมือถือ ปิดเสียง หรือปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ตก่อนนอน วิธีนี้จะช่วยให้ห่างไกลจากการละเมอแชต และฟื้นฟูสุขภาพการนอนหลับให้เต็มอิ่ม ตื่นเช้ามาพร้อมความสดชื่นแจ่มใส ร่างกายแข็งแรงขึ้น

"กระทรวงสาธารสุขได้ให้ข้อมูลว่า อาการละเมอแชท เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับมนุษย์เราแล้วจริงๆ สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมติดสมาร์ทโฟน รวมไปถึงอาการติดโซเชียลเน็ตเวิร์กทุกชนิด ทำให้มุ่งความสนใจไปที่เครื่องมือสื่อสารเหล่านี้แทบจะทุกนาที จนกลายเป็นความวิตกกังวลต่อข้อความที่ถูกส่งมา แม้กระทั่งเวลาจะหลับก็ยังเอามือถือไปจิ้มเล่นเรื่อยเปื่อย และหลับไปพร้อมกับโทรศัพท์ที่ยังคามือ หรือวางนิ่งอยู่ข้างตัว ดังนั้นเมื่อมีเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้ามา สมองที่ยังยึดติดกับโทรศัพท์อยู่ทุกขณะจิต ก็จะปลุกร่างกายที่หลับใหลให้อยู่ในสภาวะละเมอ แล้วกดส่งข้อความไปโดยอัตโนมัติ และในช่วงนี้ร่างกายก็จะนอนหลับไม่สนิทเต็มที่ เป็นเหตุให้พักผ่อนไม่พอ กระทบมาถึงระบบการทำงานของร่างกาย ทำให้สะสมความเครียด เสี่ยงเป็นโรคอ้วน ฝันร้าย อีกทั้งการติดแชตมากเกินไป ยังอาจส่งผลกระทบถึงความสัมพันธ์ได้ เนื่องจากข้อความที่ส่งผ่านกันไปมา ไม่สามารถนำเอาความรู้สึกนึกคิดในขณะที่พิมพ์ข้อความของเราแนบไปด้วยได้ บางทีก็อาจจะก่อให้เกิดการเข้าใจผิดกันได้ ทำลายความรู้สึกโดยไม่เจตนาด้วย" นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท กล่าว