วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น.1 พบผู้ปกครอง-เด็กเทคนิค สร้างความเข้าใจคำสั่ง คสช. แก้ นร.ตีกัน

น.1 พบปะนักเรียนเทคนิค และผู้ปกครอง สร้างความเข้าใจคำสั่ง คสช. ลดปัญหานักเรียนตีกัน ย้ำต้องแก้ที่ 'ใจ' ซึ่งถือเป็นต้นเหตุมากกว่าปลายเหตุ ขู่รุ่นพี่จบแล้วยังพารุ่นน้องไปมีเรื่อง มีโทษทั้งจำทั้งปรับ...

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 ก.ค. ที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.นันทภูมิ เรืองรุ่ง รอง ผกก.ป. สน.มีนบุรี ดร.ชาญเวช บุญประเดิม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และนายปรวี ศรีสง่า ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค ร่วมกันจัดกิจกรรมพบปะนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง เพื่อชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาการทะเลาะวิวาทในกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา โดยมีนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง จำนวนกว่า 300 คน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวว่า สำหรับวัตถุประสงค์ของกิจกรรมดังกล่าวก็เพื่อต้องการสร้างความเข้าใจให้กับกลุ่มนักศึกษา นักเรียน และผู้ปกครอง ดังกรณีตัวอย่างของ สน.บึงกุ่ม ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ปกครองให้ร่วมรับผิดชอบในการดูแลบุตรของตนเอง และศาลได้มีการพิพากษาให้ได้รับโทษทางอาญา และทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำสั่ง คสช. ที่ 30/2559 เรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา โดยอาศัยอำนาจในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2547 โดยทาง บก.น.3 ได้เริ่มดำเนินการที่สถาบันแห่งนี้เป็นที่แรก และจะสานต่อดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามสถาบันต่างๆ ต่อไป

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ปัญหานักเรียนนักเลงเป็นปัญหาที่ทางเราได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่อยากให้นักเรียนเหล่านี้มาใช้กำลังทำร้ายกัน ซึ่งจะทำให้เสียอนาคต อยากให้พวกเขาโตขึ้นเป็นบุคลากรแรงงานที่มีคุณภาพ เราจึงต้องเชิญผู้ปกครองมาพบปะพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจและรับทราบถึงบทลงโทษจากคำสั่ง คสช. ที่ 30/2559 และชี้แนะแนวทางการแก้ไขปัญหานักเรียนตีกันที่ต้นเหตุ เพราะตอนนี้การที่ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าสังเกตการณ์และตรวจค้นอาวุธตามจุดต่างๆ นั้น เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ต้นเหตุที่แท้จริงคือเราต้องแก้ที่ใจ ลบล้างความเชื่อผิดๆ หรือมรดกบาปของรุ่นพี่ที่ปลูกฝังให้กับรุ่นน้องไล่ตีไล่ฟันกับนักเรียนต่างสถาบัน ถึงแม้ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นยังไงก็ตาม แต่เราก็จะไม่ยอมแพ้ จะทำทุกวิถีทางให้ปัญหานี้หมดไปในที่สุด

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ประกาศ คสช.ที่ 30/2559 ข้อ 2 วรรค 2 ระบุไว้ชัดเจนว่าหากพบนักเรียนนักศึกษาเหล่านี้รวมกลุ่มเตรียมก่อเหตุ จะสามารถใช้ประกาศ คสช.ฉบับนี้ดำเนินคดีได้ทันที โดยหัวโจกมีโทษปรับ 2 หมื่น ส่วนคนอื่นๆ จะดูตามความเหมาะสม ไม่ได้เป็นการนำกฎหมายมาขู่ แต่กฎหมายมีไว้ใช้คุ้มครองคนดี ในส่วนของรุ่นพี่ที่จบไปแล้ว แต่ยังคงพากลุ่มรุ่นน้องไปก่อเหตุ ก็จะถือว่ามีความผิดตามประกาศคำสั่ง คสช. ที่ 30/2559 ข้อ 3 ว่าด้วยการยุยงส่งเสริม อัตราโทษจำคุก 3 เดือน ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท

ทั้งนี้ สำหรับนักเรียนที่ถูกจับกุมในส่วนหนึ่งจะมีการส่งไปเข้าค่ายทหารละลายพฤติกรรม ส่วนจะได้ผลหรือไม่ก็ไม่เป็นไร ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย เราจะดำเนินการแบบนี้ไปเรื่อยๆ และจะไม่ยอมแพ้ จะดำเนินการเช่นนี้ในทุกๆ ที่ แต่ก็จะไม่ใช้กฎหมายพร่ำเพรื่อเกินความจำเป็น.

น.1 พบปะนักเรียนเทคนิค และผู้ปกครอง สร้างความเข้าใจคำสั่ง คสช. ลดปัญหานักเรียนตีกัน ย้ำต้องแก้ที่ 'ใจ' ซึ่งถือเป็นต้นเหตุมากกว่าปลายเหตุ ขู่รุ่นพี่จบแล้วยังพารุ่นน้องไปมีเรื่อง มีโทษทั้งจำทั้งปรับ... 24 ก.ค. 2559 13:21 ไทยรัฐ