วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'พงศพัศ' ลุยต่อ ดึง 10 ผช.ผบ.ตร. ดูเข้มปฏิรูปตร.

'พงศพัศ' ลุยต่อ ดึง 10 ผช.ผบ.ตร. ดูเข้มปฏิรูปตร.

  • Share:

“พงศพัศ” ดึง 10 ผู้ช่วย ผบ.ตร. คุม 10 ประเด็นหลักปฏิรูปตำรวจ 514 แห่งทั่วประเทศ 30 สถานี ทำเร่งด่วนให้จบใน 1 ปี เน้นสำนวนสอบสวนคดีให้อำนวยความยุติธรรมและได้รับความไว้วางใจจากประชาชนที่มาแจ้งความร้องทุกข์โรงพัก สมกับที่เป็นองค์กรต้นธารในกระบวนการยุติธรรม

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 ก.ค. ที่ สน.บางเขน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจและคณะได้เดินทางมาที่ สน.เพื่อติดตามการดำเนินการจัดทีมบูรณาการสืบสวนสอบสวน ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งในการปฏิรูประบบงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย โดย สน.บางเขน เป็นหนึ่งในสถานีตำรวจทั้งหมด 514 แห่งทั่วประเทศและเป็นหนึ่งใน 30 สถานีตำรวจนครบาลที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปตามแนวทางที่ได้กำหนดไว้ให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาเร่งด่วน 1 ปี พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า การเร่งรัดขับเคลื่อนการปฏิรูปองค์กรตำรวจทั้ง 10 ประเด็น จะดำเนินการไปพร้อมๆกัน โดยประเด็นการปฏิรูประบบงานสอบสวนและบังคับใช้กฎหมายของสถานีตำรวจทั้ง 514 แห่งทั่วประเทศ ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อการอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้นสำหรับประชาชน จึงเป็นเรื่องที่ผู้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้นจะต้องช่วยกันเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า ในพื้นที่ บช.น. มีสถานีตำรวจที่จะต้องจัดทีมบูรณาการการสืบสวนสอบสวนตามแนวทางการปฏิรูปด้านระบบงานสอบสวน และการบังคับใช้กฎหมาย และต้องแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มีจำนวนทั้งสิ้น 30 แห่ง แยกเป็น บก.น.1 สน.พญาไท สน.ดินแดง สน.ห้วยขวาง บก.น.2 สน.บางเขน สน.ประชาชื่น สน.ทุ่งสองห้อง สน.บางซื่อ สน.คันนายาว บก.น.3 สน.มีนบุรี สน.หนองจอก สน.ลาดกระบัง สน.ร่มเกล้า บก.น.4 สน.อุดมสุข สน.หัวหมาก สน.ประเวศ สน.โชคชัย บก.น.5 สน.บางนา สน.ทองหล่อ สน.คลองตัน สน.ลุมพินี บก.น.6 สน.ปทุมวัน สน.ยานนาวา บก.น.7 สน.บางกอกใหญ่ สน.บางพลัด สน.ตลิ่งชัน บก.น.8 สน.บุคคโล สน.ราษฎร์บูรณะ สน.บางมด บก.น.9 สน.แสมดำ สน.หนองค้างพลู ส่วนการปฏิรูประบบงานสอบสวน จัดทีมบูรณาการสำหรับการปฏิบัติงานรับแจ้งความและสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ไม่น้อยกว่า 3 ทีม ในแต่ละสถานีตำรวจ ประกอบด้วยพนักงานสอบสวนหัวหน้าทีม พนักงานสอบสวน ฝ่ายสืบสวนอย่างน้อย 2 นาย ฝ่ายป้องกันปราบปราม ฝ่ายจราจร ผู้ช่วยพนักงานสอบสวนอย่างน้อย 1 นาย รวมทั้งฝ่ายสนับสนุนในส่วนของเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุและพิสูจน์หลักฐาน จัดยานพาหนะ และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนหัวหน้าทีมจะต้องเป็นผู้บริหารคดีที่ร่วมรับผิดชอบในการสืบสวนสอบสวนการรวบรวมพยานหลักฐาน ดูแลการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด การทำสำนวนสอบสวนและมีความเห็นทางคดี เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้นเป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม เท่าเทียม และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนโดยทั่วไป ในฐานะที่เป็นองค์กรต้นธารในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวด้วยว่า เพื่อให้การปฏิรูปองค์กรตำรวจทั้ง 10 ประเด็น ขับเคลื่อนเดินหน้าจนแล้วเสร็จตามกรอบที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะในระยะเร่งด่วน 1 ปี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ผู้ช่วย ผบ.ตร.10 นาย รับผิดชอบควบคุมและกำกับดูแลการปฏิรูปในแต่ละประเด็น ให้ พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ผู้ช่วย ผบ.ตร.งานปฏิรูปการบริหารงานบุคคลและเส้นทางการเจริญเติบโต พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.งานปฏิรูปกระจายอำนาจและพัฒนาการบริหารงาน พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร.งานปฏิรูประบบงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย พล.ต.ท.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. งานปฏิรูปค่าตอบแทนและสวัสดิการ พล.ต.ท.ปิยะ สอนตระกูล ผู้ช่วย ผบ.ตร.งานปฏิรูปการจัดหาอุปกรณ์ประจำกายและประจำหน่วย พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ รอง จตช.งานปฏิรูปการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน พล.ต.ท.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ รอง จตช.งานปฏิรูปการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและท้องถิ่น พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้ช่วย ผบ.ตร. งานปฏิรูปการจัด ระบบนิติวิทยาศาสตร์ พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.งานปฏิรูปกระบวนการสรรหาและฝึกอบรม และ พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.งานปฏิรูปกระบวนการถ่ายโอนภารกิจ

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวด้วยว่า ผู้ช่วย ผบ.ตร. ทั้ง 10 ท่าน จะต้องติดตามและเร่งรัดให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปฏิรูปตามขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ อย่างต่อเนื่องจนแล้วเสร็จ โดยเฉพาะในกรอบระยะเวลาเร่งด่วน 1 ปี โดยคณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจจะติดตามประเมินผลการดำเนินการและรายงานผลความคืบหน้าให้ท่าน ผบ.ตร. ทราบทุก 15 วัน

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น.กล่าวว่า จากการทำงานฝ่ายสอบสวนมานานกว่า 30 ปี การบูรณาในครั้งนี้จะเกิดผลประโยชน์ ทำให้การทำสำนวนการสอบสวนเป็นไปอย่างคล่องตัวและราบรื่น เกิดความยุติธรรมกับประชาชนที่มาแจ้งความร้องทุกข์อย่างแน่นอน และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ตามกำหนดการ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้