วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำฯ ยัน 'สมเด็จช่วง' ไม่กังวลปมรถเบนซ์โบราณ

ฝ่าย ก.ม.วัดปากน้ำฯ ยัน "สมเด็จช่วง" ไม่กังวลปมรถเบนซ์โบราณ ด้าน "เจ้าคุณประสาร" เผยองค์กรพุทธ กำหนดกรอบเคลื่อนไหว 6 ข้อ แต่ขออุบไว้ก่อน ขณะที่แหล่งข่าวจากดีเอสไอเตรียมออกหมายเรียกชี้แจงข้อเท็จจริง...

วันที่ 23 ก.ค. 59 พระเมธีธรรมาจารย์ หรือ เจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เครือข่ายองค์กรพุทธได้ประชุม และกำหนดกรอบแนวคิด หลักปฏิบัติ ภายหลังดีเอสไอแถลงผลการสอบรถยนต์โบราณในพิพิธภัณฑ์ของวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ดังนี้ 1. ท่าทีของแต่และฝ่าย โดยรวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อประเมิน สรุปถึงท่าทีของแต่ละฝ่าย เพื่อรับทราบถึงจุดยืนที่ชัดเจนของแต่ละฝ่าย 2. สถานะที่แท้จริงของแต่ละฝ่าย โดยวิเคราะห์ถึงสภาพภายในที่แท้จริงของทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าว ว่าแท้จริงมีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน ทั้งวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกันในการดำเนินการของกลุ่มดังกล่าว รวมทั้งยุทธศาสตร์ และเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร

ส่วนข้อที่ 3. ศักยภาพในการดำเนินการ วิเคราะห์ว่าภายในของแต่ละกลุ่มนั้นมีศักยภาพที่แท้จริงเป็นอย่างไร มีคนมากน้อยแค่ไหน อะไรคือฐานกำลังที่สนับสนุน เหตุจูงใจ และอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่จะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดของพวกเขา 4. ปัจจัยทางการเมือง กลุ่มต่างๆ มีเหตุปัจจัยอะไรที่เป็นเรื่องทางการเมืองหนุนหลัง ใครเป็นคนของใคร ใครเป็นม้ารับใช้ใคร เพื่อทำลายใคร มีผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างไร ทำลายใครแล้วใครได้ใครเสีย และพระสงฆ์ คณะสงฆ์ พระพุทธศาสนาถูกนำไปเชื่อมโยงในเรื่องนี้ได้อย่างไร 5. วิเคราะห์ผลกระทบของทุกภาคส่วนที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ว่า การกระทำทั้งหลายจะส่งผลกระทบต่อคณะสงฆ์ พระพุทธศาสนาและประเทศชาติบ้านเมืองอย่างไร 6. ยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหว องค์กรพุทธและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศยืนยันว่าจะเคลื่อนไหวทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดแน่นอน โดยมีมติในการเคลื่อนไหว 6 ข้อ แต่จะถือเป็นความลับ ห้ามเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อไม่ให้ประสบปัญหาในทางปฏิบัติและเพื่อความปลอดภัยของมวลสมาชิก

นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) กล่าวว่า คณะสงฆ์ทั้งหมดทราบว่า จะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นเพราะดีเอสไอ มีการเปลี่ยนหัวหน้าทีมสอบสวนเรื่องรถเบนซ์โบราณ เนื่องจากหัวหน้าทีมคนเดิม ได้พิจารณาแล้วว่า เรื่องรถเบนซ์โบราณความผิดไม่ถึง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ จึงมีการเปลี่ยนหัวหน้าทีมสืบสวน อีกทั้งการดำเนินการของดีเอสไอ เพื่อปลดล็อกให้นายกรัฐมนตรี เรื่องการเตะถ่วงการเสนอรายชื่อสมเด็จพระราชาคณะ เพื่อทูลเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระสังฆราช โดยนายกรัฐมนตรี อาจจะโดนฟ้องร้องว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ดังนั้นจึงต้องการทำให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มีมลทิน

ขณะที่นายสมศักดิ์ โตรักษา ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำฯ กล่าวว่า ขณะนี้ดีเอสไอยังไม่ได้ติดต่อหรือมีหนังสือแจ้งเรื่องดังกล่าวมายังวัดปากน้ำฯ ทั้งนี้หากมีการแจ้งข้อกล่าวหา การที่ไปแจ้งผ่านสื่อถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการแจ้งข้อกล่าวหาต้องแจ้งไปยังผู้ถูกกล่าวหา แม้กระทั่งการใช้คำว่าเข้าข่ายก็ไม่ได้ เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ขณะนี้จึงยังไม่ทราบว่าดีเอสไอต้องการจะทำอะไรกับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

อย่างไรก็ตาม หากมีหนังสือแจ้งมาทางวัดก็พร้อมที่จะชี้แจงทุกข้อ แต่ขณะนี้ยังไม่มีอะไรแจ้งมาเลย จึงยังไม่กล้าที่จะตอบอะไรมาก เพราะอาจจะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้นจึงอยากรอให้เกิดความชัดเจนก่อน ส่วนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ท่านก็ไม่ได้มีความกังวล เพราะทุกเรื่องสามารถชี้แจงได้ ซึ่งจากหลักฐานที่มีอยู่ทำให้มั่นใจว่าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ท่านไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากมายนัก ท่านเป็นเพียงผู้รับบริจาค ซึ่งมีหลักฐานที่จะสามารถอธิบายเรื่องนี้ได้ทั้งหมด

ดีเอสไอจ่อส่งหมายเรียกชี้แจงข้อกล่าวหา

ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงดีเอสไอ เปิดเผยว่า รถยนต์โบราณ ยี่ห้อจากัวร์ แพนเธอร์ ทะเบียน กก 1177 กรุงเทพฯ ของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ขณะนี้กำลังรอการประเมินราคารถตามความเป็นจริงจากกรมสรรพสามิตร เพื่อใช้ตรวจสอบว่าหลบเลี่ยงภาษีเท่าไร หลังจากนั้นถึงจะออกหมายเรียกให้พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนกฎหมาย

ส่วนกรณีรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โบราณ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพฯ ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ นั้น พนักงานสอบสวนดีเอสไอเตรียมประชุม ร่วมกับพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ในช่วงบ่ายวันที่ 27 ก.ค.นี้ เพื่อปรึกษาหารือว่า สมเด็จช่วง จะเข้าข่ายมีความผิด 1. ร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งสินค้า โดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษี หรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน 2. ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานฯ หรือความผิดอื่นๆ ด้วยหรือไม่

ฝ่าย ก.ม.วัดปากน้ำฯ ยัน "สมเด็จช่วง" ไม่กังวลปมรถเบนซ์โบราณ ด้าน "เจ้าคุณประสาร" เผยองค์กรพุทธ กำหนดกรอบเคลื่อนไหว 6 ข้อ แต่ขออุบไว้ก่อน ขณะที่แหล่งข่าวจากดีเอสไอเตรียมออกหมายเรียกชี้แจงข้อเท็จจริง... 23 ก.ค. 2559 19:23 24 ก.ค. 2559 02:09 ไทยรัฐ