วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ราเมศ ชี้ ประชามติกลับหัว กลับหาง ขออย่ายัดเยียดร่วมมือ พท.

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ชี้ "ประชามติกลับหัวกลับหาง" ย้ำ ไม่ได้สื่อถึงการคว่ำประชามติ ขอให้รัฐเปิดกว้างแสดงความเห็นร่าง รธน. ลั่น อย่ายัดเยียดร่วมมือ พท. จี้ กมธ.ร่าง ก.ม.จัดซื้อจัดจ้าง แจงคืบหน้าเปิดเผยสู่สังคม 

เมื่อวันที่ 23 ก.ค.59 นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงช่วงโค้งของก่อนการทำประชามติว่า ขอเรียกร้องให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคม โดยพิจารณาเนื้อหา สาระร่างรัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบเพราะเป็นการเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตยโดยตรงในยุครัฐบาลทหาร แต่มีข้อน่าสังเกตว่า จากที่ตนและสมาชิกพรรคเรียกร้องให้มีการเปิดกว้างในการให้ข้อมูลเปิดกว้าง เท่าเทียม แต่ไม่มีการดำเนินการ จึงทำให้การทำประชามติในครั้งนี้ มีลักษณะกลับหัวกลับหาง เพราะไม่เปิดกว้าง หรือเปิดเวทีให้มีการถกแถลง แต่ที่น่าตกใจ คือ กรณีที่ นายประวิช รัตนเพียร กกต.ยอมรับว่า ประชาชนยังไม่ได้รับ เอกสารสรุปสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญทุกครัวเรือน เพราะตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 ไม่ได้กำหนดให้ต้องแจกจ่ายทุกครัวเรือน ถามว่า เป็นการทำหน้าที่ของ กกต.ที่สมบูรณ์แล้วหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ ระหว่างการแถลงข่าว นายราเมศ ได้ชูป้ายคำว่า ประชามติในลักษณะกลับหัวเพื่อสื่อว่า การประชามติครั้งนี้ กลับหัวกลับหาง โดยกล่าวว่า ไม่ได้สื่อถึงการคว่ำประชามติ

ส่วนกรณีที่มีการเหมารวมว่า พรรคประชาธิปัตย์จับมือกับพรรคเพื่อไทย หลังสมาชิกพรรคร่วมลงชื่อสนับสนุนกลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย นั้น นายราเมศ กล่าวว่า ขอให้สังคมพิจารณาข้อเรียกร้องดังกล่าว ซึ่งเป็นการทำประชามติที่เป็นสากล จึงขออย่าบิดเบือน หรือ ยัดเหยียดให้พรรคไปจับมือกับพรรคเพื่อไทย เพราะเรายังยืนยันในปณิธานของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เราจะต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ ต่างจากพรรคเพื่อไทย ที่ได้ตั้งธงประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตั้งแต่ยังไม่เห็นเนื้อหาสาระ และตีความหมายคำว่า ประชาธิปไตยต่างกัน คือทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่งอำนาจ และเมื่อได้อำนาจมาแล้วก็ทำทุกอย่างโดยไม่สนใจหลักกฎหมายและเสียงข้างน้อย พรรคประชาธิปัตย์ถ้าจะไม่รับ เราได้พิจารณาจากเนื้อหาสาระของร่างโดยละเอียดถี่ถ้วน ดังนั้น ในเวลาที่เหลือ จึงเรียกร้องให้ คสช. กรธ.และ กกต. แก้ไขให้การทำประชามติอย่างถูกต้องตามหลักสากลโดยเปิดกว้าง ให้ข้อมูลครบถ้วนทุกด้าน

นอกจากนี้ นายราเมศ ยังกล่าวถึงกรณีร่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการพัสดุภาครัฐ พ.ศ.....ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาวาระ 2 ของกรรมาธิการวิสามัญฯ ว่า ตนกังวลว่ากฎหมายนี้จะเปิดช่องให้ทุจริตในหลายมาตรา เช่น มาตรา 7 ที่ระบุว่า ให้งดเว้นใช้กฎหมายนี้กับการซื้อขายที่เป็นการพาณิชย์ การซื้อยุทโธปกรณ์ แบบรัฐต่อรัฐ การจ้างที่ปรึกษาโครงการหรือการให้ทุนวิจัย เป็นต้น แต่ล่าสุด กรรมาธิการวิสามัญฯ ได้มีการปรับปรุงแก้ไขเนื้อหา เพื่อปิดช่องว่างดังกล่าวแล้ว จึงขอขอบคุณที่รับฟัง เพราะหากกฎหมายมีผลบังคับใช้โดยมีช่องนี้ จะยิ่งทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันมากขึ้น จึงขอเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ตั้งโฆษกและออกมาแถลงทุกครั้งที่มีความคืบหน้า เพื่อเผยแพร่ต่อสังคม ทั้งนี้ มีกฎหมายสองฉบับที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง คือ พ.ร.บ. ป.ป.ช. และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาในหน่วยงานของรัฐ (พ.ร.บ.ฮั้ว) ซึ่งหลักของการร่างกฎหมายจะขัดหรือแย้งกับกฎหมายที่มีอยู่ไม่ได้ เช่น พ.ร.บ. ป.ป.ช. มาตรา 103/7 ที่กำหนดให้มีการประกาศราคากลาง ในเว็บไซต์หน่วยงานรัฐนั้นๆ ให้สังคมรู้ หากไม่ทำก็จะมีความผิด แต่หากกฎหมายที่กำลังร่างอยู่ในขณะนี้ ขัดแย้งกับกฎหมายที่มีอยู่เดิม ถือว่าผิดหลักการและเปิดช่องให้มีการทุจริต ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคต.

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ชี้ "ประชามติกลับหัวกลับหาง" ย้ำ ไม่ได้สื่อถึงการคว่ำประชามติ ขอให้รัฐเปิดกว้างแสดงความเห็นร่าง รธน. ลั่น อย่ายัดเยียดร่วมมือ พท. จี้ กมธ.ร่าง ก.ม.จัดซื้อจัดจ้าง 23 ก.ค. 2559 15:14 ไทยรัฐ