วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ให้เงิน 30 ล้าน ยกบ้านให้กทม.! ไฉนหญิงชราใจป้ำ ทุ่มซื้อที่ดินปกป้องพิพิธภัณฑ์?

ให้เงิน 30 ล้าน ยกบ้านให้กทม.! ไฉนหญิงชราใจป้ำ ทุ่มซื้อที่ดินปกป้องพิพิธภัณฑ์?

  • Share:

ช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา หลายคนอาจเลื่อนหน้าโฮมในโซเชียลแล้วผ่านหูผ่านตากับข่าว “ระดมทุนซื้อที่ดินจากนายทุน ปกป้องพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก!” ข่าวนี้เหมือนจะเรียบๆ ไร้สีสัน ผ่านมาก็ผ่านไป แต่เจ๊ดำมองว่า เรื่องนี้มีความน่าสนใจอยู่ก็ตรงที่ ที่ดินผืนนี้มีราคาสูงถึง 40 ล้านบาท แต่ รศ.วราพร สุรวดี หญิงชราวัย 81 ปี กลับตัดสินใจนำเงินส่วนตัวไปวางมัดจำกับนายทุนไว้ก่อน 30 ล้านบาท เพื่อปกป้องพื้นที่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ เธอคิดใหญ่ ใจถึงเช่นไร ถึงได้นำเงินสะสมทั้งชีวิตไปทำเช่นนั้น?

เจ๊ดำ ไม่ปล่อยให้ความสงสัยคั่งค้าง เจ๊รีบมุ่งหน้าไปยังพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก พูดคุยกับ รศ.วราพร สุรวดี ประธานกรรมการมูลนิธิอินสาท-สอาง หรือในฐานะหญิงชราใจใหญ่ ที่กล้ามอบบ้านอายุเก่าแก่ให้ กทม. เพื่อนำไปเป็นพิพิธภัณฑ์ มิหนำซ้ำ ยังกล้าควักเงิน 30 ล้านของตัวเองไปมัดจำที่ดิน (ขาดอีก 10 ล้าน) เพื่อทำประโยชน์ให้พิพิธภัณฑ์อีกด้วย...

บริเวณบ้านร่มรื่น เงียบสงบ
เก่าแก่ แต่ยังแข็งแกร่ง

เมื่อรถจอดเทียบหน้าพิพิธภัณฑ์ เจ๊และทีมรู้สึกได้ถึงความร่มรื่น เขียวขจีอย่างที่สุด เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเราคือ บ้านเก่าแก่ที่แปรสภาพเป็นพิพิธภัณฑ์ ไกลออกไปมีตึกปูนล้อมรอบขอบรั้ว ด้านในพิพิธภัณฑ์มีต้นไม้อายุนับร้อยปียืนต้นโอบล้อมตัวบ้าน พร้อมแถมฟรีอากาศบริสุทธิ์ให้สูดเข้าปอดได้เต็มที่ มิหนำซ้ำยังมีข้าวของโบราณประเมินค่าไม่ได้ จัดแสดงทั่วทุกพื้นที่ แต่จากนี้อีกไม่นาน บ้านเก่าแก่ที่เคยห่วงแหน อาจมีตึกใหญ่แปดชั้นตั้งชิดติดรั้ว บดบังทัศนียภาพ และตัดทอนเสน่ห์ของที่นี่ไปไม่มากก็น้อย...

ที่ดิน (กำลังสมทบทุนซื้อ) แปลงนี้ มีเนื้อที่ 105 ตารางวา
ภายนอกคือความวุ่นวาย ถัดมาภายในคือสงบเงียบ
ไฉนกล้ายกเงินก้อนใหญ่ 30 ล้านซื้อที่ดิน อุทิศให้พิพิธภัณฑ์?

“ทำไมตัดสินใจเอาเงิน 30 ล้านไปซื้อที่ดิน เพื่อมอบให้พิพิธภัณฑ์?” เจ๊ดำถาม อาจารย์ วราพร สุรวดี ที่นั่งอยู่ตรงหน้า ซึ่งหญิงชราตอบกลับเจ๊อย่างฉะฉานปราดเปรียวว่า “เงิน 30 ล้านนี้เป็นเงินมรดกตกทอดจากรุ่นคุณตามาสู่รุ่นอาจารย์ เพราะฉะนั้น การนำเงินส่วนนี้ออกมาใช้ จึงไม่ได้กระทบต่อการดำเนินชีวิตของอาจารย์ เนื่องจากอาจารย์ไม่ได้แต่งงาน ไม่มีลูก ไม่มีภาระ และปัจจุบัน อาจารย์ก็ยังมีรายได้ประจำอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นเงินบำนาญเดือนละหมื่นกว่าบาท, เงินเดือน 50,000 บาท จากการเป็นหัวหน้าห้องทะเบียนของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และเงินอีก 20,000 บาทที่ได้จากการปล่อยเช่าบ้าน แค่นี้อาจารย์ก็อยู่ได้แล้ว”

“ยกบ้านให้ กทม. ยกเงิน 30 ล้านให้พิพิธภัณฑ์ ญาติพี่น้องท้วงติงบ้างไหม?” อาจารย์วราพร ตอบข้อซักถามนี้ว่า ในบรรดาญาติพี่น้องของอาจารย์ ทุกคนต่างใช้ชีวิตตามแบบฉบับที่ตัวเองอยากให้เป็น ชีวิตใครชีวิตมัน มรดกใครก็มรดกมัน เพราะฉะนั้น จึงไม่มีใครมาท้วงติงอาจารย์ในเรื่องนี้ และญาติคนอื่นๆ เขาก็มีทรัพย์สมบัติมากมาย ซึ่งเรื่องแบบนี้เราไม่จำเป็นต้องเอามาพูดกัน

รศ.วราพร สุรวดี หญิงชราวัย 81 ปี อดีตเจ้าของที่ดินอันเป็นที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
ข้าวของเครื่องใช้ของชาวบางกอกในอดีต

“หากถามว่า ทำไมถึงรวย ก็คงตอบได้ว่า ต้นตระกูลของอาจารย์เป็นเจ้าของโรงสี และซื้อที่ดินเก็บไว้มากมาย ซึ่งในยุคนั้นๆ ถือว่าครอบครัวของอาจารย์มีฐานะพอสมควร ไม่เพียงเท่านั้น พวกท่านยังได้ลงทุนกับลูกหลานด้วยการให้วิชาความรู้ และอาจารย์ก็ได้รับอานิสงส์นี้ไปด้วย แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้วิชาความรู้ ก็คือ ความอดออม ซึ่งอาจารย์กล้าบอกเลยว่า ตัวเองเป็นคนเค็ม ด้วยความเค็ม จึงทำให้มีเงินใช้ ไม่ขัดสน” หญิงชราผู้ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างโชกโชนบอกเล่าตามความเป็นไป

“แม้อาจารย์จะมีเงินมากมาย มันมากพอที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเองสุขสบาย เป็นคุณหญิงคุณนาย หรือจ้างข้าทาสบริวารคอยดูแลก็ยังได้ แต่อาจารย์ไม่ทำ เพราะทรัพย์สมบัติมากมายตายไปก็เอาไปไม่ได้ สู้ให้คนที่ยังอยู่ได้รับประโยชน์ไม่ดีกว่าหรือ” อาจารย์ วราพร หัวใจเธอใหญ่สมคำร่ำลือ

โฉนดที่ดินอันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
เตียงนอนโบราณ
บริจาคไม่ครบ 10 ล้าน ชวดที่ดิน ชวดเงิน 30 ล้าน ใจสลาย?

จากการพูดคุยระหว่างเจ๊ดำและอาจารย์วราพร เจ๊สังเกตเห็นได้ถึงความวิตกกังวลภายในดวงตาและท่าทีของหญิงชราอยู่ไม่น้อย “กลัวไหม หากยอดบริจาคไม่ครบ เขาจะยึดเงินมัดจำ 30 ล้าน หรืออาจารย์อาจต้องจ่ายค่าดอกเบี้ย 1.5 แสนต่อเดือนเพื่อต่อเวลา กลัวไหมว่าเกมมันจะออกมาแบบนี้?” หญิงชราวัย 81 ปี ตอบกลับเจ๊อย่างไม่ยี่หระว่า "ไม่กลัว ไม่คาดหวัง เครียดมากไปคงตายกันพอดี หากเงินบริจาคไม่ครบ หรือได้เงินมาเพียงน้อยนิด ก็ย่อมแปลว่า ทุกคนคงไม่ต้องการพิพิธภัณฑ์ ไม่นานตึก 8 ชั้นคงขึ้นบังทัศนียภาพ แต่สุดท้ายแล้วอาจารย์เชื่ออย่างสุดหัวใจนะว่า ในวันที่ 2 ก.ย.ที่จะถึงนี้ เราจะมีเงิน 10 ล้านไปจ่ายเขา แต่ถ้ายอดบริจาคไม่ครบ อาจารย์ก็คงต้องหยิบยืมเงินลูกหลานมาช่วยเสริม ช่วยเติมจนครบ แล้วค่อยหาเงินมาใช้หนี้ทีหลัง ก็ถือว่าไม่หนักหนาอะไร”

ข้าวของเครื่องใช้ถูกเก็บไว้อย่างดี จน ณ วันนี้สามารถนำมาจัดแสดงให้ประชาชนได้ดูอย่างมากประโยชน์
ถ้วยโถโอชาม พร้อมพรั่ง

ทว่า ยอดบริจาคก่อนที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นข่าวครึกโครมนั้น กลับมียอดบริจาคเข้ามาเพียงไม่กี่หมื่นบาททั้งๆ ที่เปิดให้ผู้ใจบุญร่วมบริจาคเข้ามาร่วมเดือนแล้วก็ตาม แต่ภายหลังที่สื่อให้ความสนใจ จนเกิดเป็นกระแสข่าวไปทั่วโลกออนไลน์ จากนั้นยอดบริจาคก็เพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว โดยไล่เรียงตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.59 ยอดอยู่ที่ 298,936 บาท, 18 ก.ค.59 ยอดอยู่ที่ 316,538 บาท, 19 ก.ค.59 ยอดอยู่ที่ 468,483 บาท, 20 ก.ค.59 ยอดอยู่ที่ 818,921 บาท, 21 ก.ค.59 ยอดอยู่ที่ 1,535,273 บาท, 22 ก.ค.59 ยอดอยู่ที่ 2,043,457 บาท และ 23 ก.ค.59 ยอดอยู่ที่ 2,192,067 บาท

เตียงนอนโบราณ เห็นแล้วขนลุกซู่
มุมโต๊ะเครื่องแป้ง

หญิงชราวัย 81 ปี อดีตเจ้าของที่ดินผืนเก่าแก่ กล่าวด้วยน้ำเสียงสุดเสียดายว่า สมัยคุณยาย เจ้าของที่ดินที่อาจารย์กำลังจะซื้ออยู่นี้ เขามาเสนอขายกับคุณยายในราคา 1 ชั่ง หรือ 80 บาท แต่คุณยายบอกว่าขอคิดดูก่อน เพราะเงินตั้ง 80 บาทสมัยนั้นๆ ไม่ได้หากันง่ายๆ แต่พอคุณยายตัดสินใจจะไปซื้อ ก็ได้รับข่าวว่า เจ้าของที่ดินเขาขายให้เพื่อนบ้านคนอื่นไปแล้ว เราจึงพลาดโอกาสนี้ไป เมื่อคิดย้อนกลับไปก็รู้สึกเสียดายนะ”

บ้านไม้เก่าแก่ที่ภายในจัดแสดงภาพวาดมากมาย

“มาวันนี้ เจ้าของที่ดิน (เนื้อที่ 105 ตารางวา) คนล่าสุด เขาตั้งราคาขายไว้ที่ 50 ล้าน อาจารย์ใช้เงินส่วนตัวซื้อที่ดิน 30 ล้านบาท ทางเจ้าของที่ดินบริจาค 10 ล้านบาท รวมกันก็เป็น 40 ล้านบาท เหลืออีก 10 ล้านบาทที่ต้องหามาเติมให้ครบภายใน 40 วันที่เหลืออยู่ ตอนแรกอาจารย์วางแผนไว้ว่า จะขายคอนโดฯ ที่อยู่ย่านสาทรในราคา 10 ล้านบาท เพื่อนำมาเติมเงินในส่วนที่ขาดไป ปรากฏว่า บอกขายอย่างไรก็ขายไม่ได้ จึงปรับมาใช้วิธีหาเงินบริจาค” หญิงชราบอกเล่าเรื่องราวทุกซอกทุกมุม

ไลฟ์สไตล์คนบางกอก
ข้าวของเครื่องใช้ของชาวบางกอก
ใช้เงินแลก คนใจบุญร่วมปกป้อง พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ที่นี่ให้อะไร?

ขณะที่ นางศศิ เพชรรัตน์ เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ กล่าวถึงความเป็นไปของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า “หลายวันมานี้ มีผู้คนทั่วทุกสารทิศแวะเวียนเข้ามาที่พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกมากกว่าช่วงปกติหลายเท่า จากเดิมที่มีผู้เยี่ยมชมประมาณ 20-30 คน ก็เพิ่มขึ้นเป็น 100 คนต่อวัน นอกจากนี้ ยังมีผู้ใจบุญหลายท่านโทรเข้ามาสอบถามแสดงความเป็นห่วงมากมาย ชนิดที่ว่าสายโทรศัพท์แทบไหม้กันเลยทีเดียว ซึ่งพวกเราที่นี่ดีใจมากที่ทุกคนยังเห็นคุณค่าของพิพิธภัณฑ์เล็กๆ แห่งนี้”

ต้นไม้หลากหลายพันธุ์คอยให้ร่มเงาปกคลุมทั่วทั้งบ้าน
มุมเครื่องครัวทำอาหาร

ก่อนบทสนทนาจะจบลง อาจารย์ วราพร หญิงชราหัวใจแกร่ง กล่าวสั้นๆ แต่เฉียบคมไว้ว่า “อาจารย์ไม่รู้ และไม่คาดหวังหรอกนะว่า คนที่เข้ามาที่นี่เขาจะได้อะไรกลับไปบ้าง แต่อาจารย์รู้เพียงว่า อาจารย์ได้ให้ทุกอย่างไปอย่างเต็มที่แล้ว ทีนี้คุณก็ลองถามตัวเองดูนะว่า เมื่อเราให้แล้ว คุณได้อะไรกลับไป?”

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจสามารถร่วมบริจาคสมทบทุนได้ที่ พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก หรือผ่านบัญชี โครงการพัฒนาพื้นที่สีเขียวกลางกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาจัตุรัสจามจุรี เลขที่บัญชี 407-061757-2 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก รศ.วราพร สุรวดี และอาสาสมัครพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-233-7027.

ที่นี่ คือ บ้านไฮโซยุคเก่าแก่
ที่นี่ คือ บ้านแสนร่มรื่นชวนฝัน
ลองปลีกเวลามา ที่นี่ สักครั้ง
แล้วคุณจะรู้ว่า ที่นี่ ให้อะไร!
เจ๊ดำ

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์
    สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่
    

reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้