วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วัชระ' สับ จุลสาร กกต.ชี้นำประชามติ-ชง 'บิ๊กตู่' ใช้ ม.44 ผ่าตัด ตร.

"วัชระ" ประกาศนำร่อง "กลุ่ม 3 ว. ปชป." ไม่รับร่างฯ ปัดจับมือเพื่อไทยล้มร่าง รธน. จวกปาหี่ปฏิรูปตำรวจ ชงนายกฯ ใช้มาตรา 44 ผ่าตัดวงการสีกากี

เมื่อวันที่ 23 ก.ค.59 นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือก (กกต.) ชี้แจงเนื้อหาที่จัดพิมพ์ในจุลสารการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่แจกจ่ายให้กับประชาชน ซึ่งพบว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียนฟรี และสิทธิรับบริการด้านสาธารณสุข มีการโฆษณาชวนเชื่อเกินความจริง และไม่ตรงกับเนื้อในที่บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ จึงตั้งข้อสังเกตุว่า จุลสาร กกต.ให้ข้อมูลเป็นการจูงใจให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่

นายวัชระ กล่าวต่อว่า ตน นายวิรัตน์ ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง และนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในชื่อกลุ่ม 3 ว.จะไปใช้สิทธิลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. แต่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและไม่ร้บคำถามพ่วงประชามติ เพราะพิจารณาสาระถี่ถ้วนแล้วเห็นว่า ข้อด้อยมากกว่าข้อดี เช่น กรณีการออกกฎหมาย หรือพิจารณาสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ตามมาตรา 178 ของร่างรัฐธรรมนูญนี้ หรือมาตรา 190 เดิมของรัฐธรรมนูญ ปี 50 แต่นายมีชัยกลับเขียนบังคับหากพิจารณากฎหมายหรือสัญญาเสร็จใน 60 วัน ให้ถือว่ามีผลเป็นกฎหมาย เท่ากับบังคับสภาผู้แทนให้เป็นสภาตรายาง จึงรับไม่ได้

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า พรรคประชาธิปัตย์จับมือกับพรรคเพื่อไทยเพื่อล้มร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กรณีสมาชิกพรรคบางส่วนร่วมลงชื่อสนับสนุนแถลงการณ์ของกลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย ที่เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยทิศทางประเทศหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ นายวัชระ กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยคิด และไม่ได้จับมือกับพรรคเพื่อไทยเพื่อล้มร่างรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญพรรคไม่เคยคิดจับมือกับพรรคการเมืองที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก่อตั้งตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทยจนถึงพรรคเพื่อไทย เพราะเราพิจารณาในเนื้อหาสาระ ต่างจากเพื่อไทยและเสื้อแดงที่ประกาศไม่รับตั้งแต่ต้น เรากล้าพูดตรงไปตรงมากับประชาชน

นอกจากนี้ นายวัชระ ยังกล่าวถึงกรณี ที่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เสนอแนวทางปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ในระยะ 1 ปี 5 ปี และ 20 ปี แบบขบวนรถไฟว่า เป็นการซื้อเวลาและโกหกหลอกลวงประชาชน เพราะแนวทางนี้ไม่ใช่การปฏิรูปที่แท้จริง จึงไม่ได้เป็นที่คาดหวังของประชาชน ทั้งนี้ ตนจะยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ในสัปดาห์หน้า เพื่อเสนอแนวทางการปฏิรูป สตช. และปฏิรูปตำรวจทั้งระบบ คือ ให้รัฐบาลทำตามมติสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยให้โอนตำรวจ 8 หน่วย อาทิ 1.ตำรวจจราจรให้ย้ายมาอยู่ในสังกัด กทม. 2.ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 3.ตำรวจทางหลวง 4.ตำรวจน้ำ 5.ตำรวจป่าไม้ 6.ตำรวจ ปอท. 7.ตำรวจรถไฟ ให้ขึ้นตรงกับกระทรวงที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี

นายวัชระ กล่าวต่อว่า ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้พนักงานสอบสวนแยกออกจาก สตช. และเพิ่มอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่พร้อม มีสิทธิแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับผู้กำกับในจังหวัดนั้นๆ ได้ และสนับสนุนให้นายกฯ มอบหมาย รมว.ยุติธรรม ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงานสอบสวนคดีอาญาและโอนพนักงานสอบสวนมาสังกัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อทำงานควบคู่กับ ดีเอสไอ ทั้งนี้ การยุบตำแหน่งพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ จะส่งผลให้พนักงานสอบสวนยศ พ.ต.อ. 700 กว่านาย ไม่มีงานทำและไม่ได้เงินประจำตำแหน่ง และมีพนักงานสอบสวนอีกกว่าหมื่นคนเดือดร้อน ที่สำคัญการปฏิรูปตำรวจโดยตำรวจเองจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนมาก ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าการปฏิรูปตำรวจต้องแยกพนักงานสอบสวนออกจาก สตช.ถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูป ในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า จะใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงกรณีนี้แน่.

"วัชระ" ประกาศนำร่อง "กลุ่ม 3 ว. ปชป." ไม่รับร่างฯ ปัดจับมือเพื่อไทยล้มร่าง รธน. จวกปาหี่ปฏิรูปตำรวจ ชงนายกฯ ใช้มาตรา 44 ผ่าตัดวงการสีกากี