วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พฤติกรรมหนุ่มๆ ที่ทำให้หญิงเซ็งสุดขีด

โดย เมอร์ลิน

เคยได้ยินคำถามเมื่อพวกเขา เห็นคู่รักเริ่มห่างกันว่ามักเกิดจากอะไร? โอ้โห ถ้าจะเอาให้แน่ขอแนะนำให้ไปสอบถามคู่เยิฟที่ถูกสงสัยดีกว่านะ น่าจะได้คำตอบชัดเจนหรือถ้าไม่ชัดก็ได้อ้อมๆ คงพอให้แปลพฤติกรรมการห่างๆกันได้ บางคู่เห็นไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยก็ไม่ได้หมายความว่า ความรักของทั้งสองจืดจางเสมอไป บางทีไม่เจอกันสักพักแล้วมาเจอกัน อาจดีสำหรับชีวิตคู่ก็ได้

ยกตัวอย่าง มีเพื่อนคนนึงเป็นโปรดิวเซอร์รายการวิทยุ และมีแฟนเป็นแอร์โฮสเตส ซึ่งฝ่ายที่มีอาชีพให้บริการบนเครื่องบินก็รู้ๆ กันอยู่ว่า ต้องเดินทางไปนู่นมานี่ เพราะเงื่อนไขของงาน ทำให้อยู่บ้านได้พักนึงก็ต้องออกไปทำงานแล้ว สมมติว่า เธอต้องไปบิน 14 วันแล้วได้กลับมาพัก 5 วัน

เคยกระซิบถามเพื่อนว่า โอเคกับชีวิตรักแบบนี้ไหม? โอ้ย.....มันกระโดดดี๊ด๊ากระทืบเท้าแลบลิ้นแฟบๆ บอกชอบมากที่ได้ห่างกันบ้าง เราก็เห็นด้วย (แต่เจ้าเพื่อนนี่แสดงออกเยอะไปป่าว?) เห็นด้วยที่ไม่เจอกันบ้างก็ดีในด้านที่ว่า การห่างกันก็ส่งเสริมให้เกิดความคิดถึงและโหยหา พอเจอเมื่อไหร่จึงอยากใช้เวลาด้วยกัน

เพราะเชื่อว่า การใกล้ชิดติดกันตลอดเวลาต่างหากที่ทำให้ความรู้สึกยิ่งใกล้ แต่ใจยิ่งห่าง ตรงข้ามกับ ห่างกันบ้าง แต่ใจกลับใกล้ ช่างดูลึกซึ้งและโรแมนติกจัง แต่คู่ที่เป็นแบบนี้มักเป็นคู่ที่รักกันดีอยู่นะ หากคู่ไหนรักกำลังง่อนแง่นจะพังครืนลงมาอยู่แล้วละก็ ต่อให้ทั้งคู่อยู่ใกล้หรือไกล ความสัมพันธ์ย่อมหนีไม่พ้นเซ็งหน้ากันอยู่ดี เซ็งยังไม่พอ ยิ่งหากอีกฝ่ายทำอะไรไม่ถูกใจให้เห็นเกะกะลูกตาด้วยละก็ ทีนี้จะเหม็นหน้ากันเลย เนื่องจากเวลา “รักกันไม่มากพอ” ต่อให้ฝ่ายหนึ่งขนาดนั่งเฉยๆ ไม่ได้บ่น ไม่ได้ต่อว่า หรือซักไซ้ไล่เลียงว่าทำไมกลับบ้านไม่ตรงเวลา (หรือกลับบ้านช้า) อีกข้างก็ไม่พอใจว่านั่งตรงนี้ทำไมฟะ! คือหาเรื่องได้ตลอด

สรุปว่า ต่อให้ใกล้หรือห่างกันบ้าง สุดท้ายก็อยู่ที่ใจของทั้งสองว่ายังอยากรักกันต่อไปไหม? มากกว่าปัจจัยเรื่องระยะทาง พูดถึงระยะทางเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มนุษย์เปลี่ยนไปได้แหงอยู่แล้น หากใครพออยู่ห่างๆแล้วดันรู้สึกดีกว่าอยู่ใกล้ๆคู่ของตัวละก็ ไม่ต้องอธิบายก็น่าจะเข้าใจกันนะว่ารักจางแล้ว

อ่านจาก “ปัญหาฮิตคู่รักดารา.....ไม่มีเวลาหรือว่าเบื่อ!” หน้าบันเทิงทีวีของ นสพ.ไทยรัฐ เกริ่นไว้ พบว่า “ไม่มีเวลา” เป็นสาเหตุทำให้คู่รักดาราร้างรากันอันดับ 1

แถมบอกด้วยว่า สำหรับ “คนรักกัน” เรื่องเวลาถือเป็นเรื่องใหญ่ ตอนแรกรักก็โปรแรง ไม่เจอหน้ากันทุกวันเหมือนขาดใจ แต่พอนานไปโปรหมดลดเหลือเจอกัน 3 วันครั้งยังบอกว่าบ่อยเกิน แล้วฟันโชะว่า ส่วนใหญ่ฝ่ายชายจะเกิดมาพร้อมโปรนี้! ฟังแล้วขำอ่ะท่านผู้ชมแสดงว่า พฤติกรรมของชายนั้นเปลี่ยนง่าย เปลี่ยนไว และเลิก (โหยหา) ฝ่ายหญิงเร็ว ว่างั้น โถๆๆๆ ผู้หญิงคงกลุ้มน่าดูหากมีแฟนเป็นอย่างนี้

สิ่งที่น่าสังเกต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมีเวลาหรือไม่มีเวลาให้กัน, การเบื่อกันแล้วหรือไร ถึงได้ไม่ค่อยมาหากัน ล้วนเป็นเรื่องที่ใครมีแฟนก็ต้องปลงอนิจจัง หรือทำใจไว้แต่เนิ่นๆ

เพราะ คุณไม่สามารถไปเรียกร้องขอเวลาจากเค้า ให้มาอยู่กับคุณได้หรอก ถ้าเค้าไม่ยอมซะอย่าง! เค้าก็จะอ้างว่าไปหาไม่ได้เพราะงานยุ่ง, มีงานต้องรีบทำให้เสร็จก่อน เรียกว่า มีข้ออ้างไปเรื่อย ส่วนใหญ่ก็อ้างงานทั้งนั้น นำมาใช้เป็นเหตุผลได้ดี แถมยังดูเป็นคนเอาการเอางานและขยันอีกด้วย

งั้นมาหากันไหมว่า มีสิ่งใดของฝ่ายชายอีกที่ทำให้ผู้หญิงอึ้ง, เซ็งและเอือมระอา กับพฤติกรรมและนิสัยที่เป็นธรรมชาติของบุรุษเพศ เช่น 1. ยกให้เรื่องชอบอ้างว่า ไม่มีเวลา นั่นแหละจะอะไรซะอีก

ซึ่งบ่นให้ฟังไปเยอะแล้ว คงไม่ย้ำอีก สงสัยแต่ว่าไม่มีเวลาเพราะงานจริงป่าวเหอะ

2. เห็นเพื่อนของตัวเองสำคัญกว่าแฟนสาว เรื่อยเลย

ถ้าวันไหนมีนัดกับเพื่อนและกับแฟนพร้อมกัน คิดว่าเค้าจะเลือกไปเจอใครมากกว่ากันล่ะ คำตอบก็รู้ๆกันอยู่ว่าไปเฮฮากับเพื่อนฝูงน่ะเซ่ น้อยคนจะเลือกไปหาแฟนนะ แต่ถ้าเป็นช่วงแรกรักก็ต้องเลือกแฟนก่อน พอหมดโปรก็หันมาเลือกเพื่อน ยิ่งช่วงไหนเป็นหน้าฤดูกาลกีฬาด้วยแล้ว ยิ่งไปเชียร์กับเพื่อนทั้งนั้น

3. มักฉวยโอกาสกับผู้หญิงอื่นซำเหมอ

อย่าให้เค้าเห็นช่องทางที่จะแต๊ะอั๋งผู้หญิงอื่นแล้วกัน เพราะฮีทำแน่ แม้สาวคนนั้นจะเป็นเพื่อนแฟน, เพื่อนร่วมงานที่ชวนกันไปดริ๊งก์ หรือสาวอื่นที่โคจรไปเจอกันในผับ ถ้าไม่มีแฟนมาคุม มือไม้มักอยู่ไม่สุข

4. ชอบแถ (โกหก) และแก้ตัวไปเรื่อย

แต่บางทีเค้ายืนยันไม่ได้พูดโกหกนะฮะ หากถูกจับได้จะบอกแค่ยังพูดไม่หมดเท่านั้น จริงๆโกหกเป็นเรื่องธรรมชาติ สาวๆก็ทำเป็น บางคนเก่งกว่าด้วย จึงให้ดูที่เจตนา ถ้าแถเพราะรักน่าให้อภัยกันได้.

เมอร์ลิน