วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


พระสิกขี ลำพูน

ภาพพระในคอลัมน์วันนี้ วงการพระภาคเหนือ รู้จักกันในชื่อ พระสิกขี ความน่าสนใจ คือขุดได้ร่วมกับพระรอดวัดมหาวัน ลำพูน จึงเป็นพระโบราณ อายุพันปี ขนาดน้องๆพระเปิม

เป็นของดีมีน้อย กระนั้นในหนังสือที่ชมรมพระเครื่องเชียงใหม่ เล่มที่น้อย ไอยรา (นิพนธ์ สุขสมมโนกุล เรียบเรียง พ.ศ.2545) ยังรวบรวมภาพได้ถึง 10 องค์

ข้อสังเกตสะดุดใจ ทุกองค์ไม่เหมือนกันเลย

พระชุดลำพูนทุกองค์ เป็นพระพิมพ์ แต่พระสิกขี เป็นพระปั้น...ใครมีศรัทธาจะปั้น ก็ปั้น...เค้าโครงเดียวกัน แต่เนื้อตัวหน้าตา ไม่เหมือนกัน

องค์ที่เอามาขยายใหญ่เต็มหน้า (หนังสือน้อย ไอยรา) ปั้นได้งามมาก เค้าหน้าแววตายิ้มอ่อนโยน เป็นศิลปะลำพูนเต็มหัวใจ ส่วนอีก 9 องค์ ทั้งหน้าตาอกเอว แต่งลวดลายอลังการ ...จนดูรกตาไป...แต่ก็ดูได้ว่า ได้อิทธิพลศิลปะลพบุรี

หลักดูพระสิกขี ข้อแรก ต้องใช้หลักเดียวกับหลวงพ่อทับ หรือหลวงพ่อแก้วพิมพ์ปั้นองค์ใดเหมือนกันทุกเส้นสาย...เป็นพระเก๊ ข้อต่อมา ดูศิลปะทุกองค์ไม่เหมือนกัน แต่เค้าโครงเดียวกัน

เนื้อนั้น ไม่ว่าสีเหลือง แดง เขียว คราบไคล เทียบกับพระรอดมหาวันได้ทุกประการ

องค์ในภาพ นวลเนื้อมองเห็นเขียวรำไร เหลือดินกรุสีน้ำตาลเข้มไว้แน่นหนา แม้ปกปิดรายละเอียดองค์พระไปบ้าง แต่ก็เป็นตัวช่วยให้ดูง่าย และคุ้มค่า ถ้านึกว่าเก็บไว้ดูเทียบเคียงกับพระราคาแพงแสนแพง...อย่างพระรอด

ชื่อพระสิกขี ชื่อนี้ใครเรียกก่อน ก่อน พ.ศ.2500 ช่วงที่การขุดหาพระรอดในวัดมหาวัน ยังเป็นงานปกติของชาวบ้าน “ตรียัมปวาย” ถ่ายภาพไว้องค์หนึ่ง ในหนังสือ พระรอด พระเครื่องสกุลลำพูน (สำนักพิมพ์คลังวิทยา พ.ศ.2503)

บรรยายใต้ภาพว่า เทวรูปเนื้อผงหิน (เขียว) คราบคำ ขุดได้พร้อมพระรอดใน พ.ศ.2498

แสดงว่า ช่วงปี พ.ศ.นั้น ยังไม่มีใครตั้งชื่อ เห็นเค้าโครงองค์พระ แปลกตากว่าพระพิมพ์ธรรมดา จึงเรียกว่าเทวรูป

ชิน อยู่ดี และตรียัมปวาย เขียนถึงพระรอดหลวง หรือแม่พระรอด ในวิหารวัดมหาวัน ไปในทางเดียวกัน

มานิต วัลลิโภดม (ตำนานหริภุญชัย) เขียนว่า เวลานี้ที่วัดมหาวันในเมืองลำพูน มีพระพุทธรูปศิลาปางสมาธิองค์หนึ่ง ท่านั่งขัดสมาธิ หงายฝ่าพระบาทออก หน้าตักกว้าง 43 ซม. สูง 90 ซม. เรียกกันว่า พระรอดหลวง แม้จะถูกลงรักพอกปูนเสียหมด ก็เห็นเค้าลักษณะทวารวดี

จนถึง ความรู้จาก พระมหาวรรณ เขมจารี ในตำนานวัดมหาวันและพระรอด

สักขีของพระรอด ยังปรากฏอยู่ที่ของเก่า คือพระรอดหลวง...ขุดออกมาจากพื้นดินพร้อมด้วยโบราณวัตถุอื่นๆ เช่น ศิลาจารึก...เป็นโบราณวัตถุชิ้นเดียว ที่เหลือตกค้างอยู่กระทั่งทุกวันนี้

ประโยค สักขีพระรอด พอเห็นเค้า ชื่อพระสิกขี บ้างรางๆ

เชียร ธีรศานต์ เขียนเรื่อง พระสิขี (ตามต้นฉบับ) ไว้ในหนังสือพระเครื่องสกุลลำพูน ชุดนพคุณ (อภินิหารและพระเครื่อง พ.ศ.2516) ว่า

พระสิขี เท่าที่เห็นเชื่อแน่ว่าไม่มีแม่พิมพ์ คนใดนึกอยากจะฝากฝีมือไว้ให้คนรุ่นหลังเห็น ก็สร้างขึ้นทีละองค์ พระแบบนี้ตบแต่งกันงามมาก เพราะชื่อที่ใช้ เป็นชื่อพระสำคัญประจำบ้านประจำเมือง คือพระสิขี

ถึงเวลาที่คุณเชียรเขียน ประโยค พระสักขีพระรอด ได้กลายเป็นชื่อพระสิกขี

ต่อมาแม้มีสร้างพระรอดจำลองแบบตามพระพุทธสิขีแล้ว แต่อิทธิพลพระรอดมีมากกว่า พระพุทธสิขี จึงกลายเป็นพระรอดหลวง ภายหลังคนทั้งหลาย กลัวชื่อพระพุทธสิขีจะสาบสูญกระมัง จึงสร้างพระเล็กๆขึ้น ใช้ชื่อพระพุทธสิขี

เรื่องราวและข้อสันนิษฐาน ของเชียร ธีรศานต์ ยังไม่กลมกลืนไปตามเหตุผลนัก แต่กระนั้น จึงพอประมาณการได้ว่า ชื่อพระสิขี หรือพระสิกขี เกิดมีเรียกขานกันด้วยประการฉะนี้...แล.

พลายชุมพล

23 ก.ค. 2559 09:34 23 ก.ค. 2559 09:34 ไทยรัฐ