วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข้ามช็อตไปแล้ว

อีกแค่ 2 สัปดาห์จะถึงดีเดย์ 7 สิงหาคม วันโหวตประชามติ สถานการณ์เหมือนม้าเข้าโค้งสุดท้าย แต่กำลังจะควบแหกโค้งไปกันคนละทาง

ด้านหนึ่งแม่ทัพกองกำลังคุ้มกัน “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กดปุ่มไฟเขียวเปิดเวทีดีเบตร่างรัฐธรรมนูญทั่วประเทศ

นัยว่าทางลัดในการโชว์ประชามติที่โปร่งใส เวลาที่เหลือตีปี๊บไม่ทันแล้ว

แต่อีกด้าน หัวเด็ดตีนขาด “ซือแป๋” มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ประกาศเสียงแข็งไม่เอาด้วย อ้างมันเลยขั้นตอนแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ถ้าเปิดเวทีเถียงกัน รังแต่จะตอกลิ่มสร้างความแตกแยกไปกันใหญ่

แค่นี้ก็รู้แล้ว ใครคือจงอางหวงไข่ “รัฐธรรมนูญข้าใครอย่าแตะ”

สาเหตุหลักที่ทำให้บรรยากาศประชามติตึงเครียดมาตลอด กดดันทหาร คสช.ในฐานะฝ่ายคุ้มกันขบวนการป่วนต้องเล่นบทดุขู่ฝ่ายจ้องป่วนเต็มที่

แบบที่พลาดแล้วก็ต้องเซ่นอาการเขิน กลบรอยหน้าแตก

กับการตั้งข้อหาเด็ก 8 ขวบฐานทำให้เสียทรัพย์ พร้อมกับคำสั่งย้ายนายตำรวจ ผกก.สภ.ขาณุวรลักษบุรี โทษฐานรายงานเหตุให้ผู้บังคับบัญชาทราบล่าช้า

ทำให้เหตุการณ์ฉีกบัญชีรายชื่อที่ จ.กำแพงเพชร กลายเป็นเรื่องโอละพ่อ

ล่อให้บรรดาโทรโข่งกระโดดฮุบข่าวจากสื่อ ทีมกระบอกเสียง คสช.เจื้อยแจ้วกันเป็นตุ เป็นตะ ซัดฝีมือ “ไอ้โม่ง” ฝ่ายต่อต้าน ท้าทายอำนาจรัฐไปโน่น

พอเฉลย ขำกลิ้ง ตลกร้ายฮาไม่ออก

เพราะมันบ่งบอกมาตรฐานการข่าวที่ผ่านมาของหน่วยความมั่นคง ตั้งธงโซ้ยกับขบวนการต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” เป็นหลัก

ออกอาการหวาดระแวงตลอดเวลา

ตอกย้ำสถานการณ์เบื้องลึก ทหารก็ลุ้นประชามติเต็มที่ ผ่านหรือไม่ผ่านยังก้ำกึ่ง

แต่อันที่จริงก็ไม่น่าซีเรียสอะไร เพราะเดิมพันมันก็แค่ระดับความชอบธรรมของ คสช.เท่านั้น ในมุมถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านก็เพิ่มความ ชอบธรรม เท่ากับประชาชนให้การยอมรับผลผลิตจากการรัฐประหาร หรือถ้าโดนโหวตคว่ำความชอบธรรมก็ลดลง

ตามธงที่เดินหมากข้ามช็อตประชามติไปแล้ว

เฉลยกันชัดๆแบบที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช.บอกเองเลยว่า ผ่านหรือไม่ผ่านก็จะอยู่ต่อจนกว่าจะมีรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง

ก็เป็นอันเข้าใจตรงกัน ทหารจำเป็นต้องเอาสถานการณ์พิเศษเป็นตัวตั้ง

เรื่องของเรื่อง เมื่อแบไต๋เฉลยกันแล้ว โดยปัจจัยสำคัญเหนืออื่นใดของเกมลากยาวอำนาจ มันก็อยู่ที่การจัดกองกำลังคุ้มกัน คสช. ล็อกแถวกองทัพให้แน่นไว้ก่อน

ตามฉากล่าสุดที่ “บิ๊กหมู” พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ถูกเรียกเข้าพบ “บิ๊กตู่” ที่ทำเนียบรัฐบาล มีภาพออกมาคุยกันยิ้มแย้มกับ “บิ๊กแกละ” พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสธ.ทบ. ว่าที่จ่าฝูงกองทัพบกคนใหม่ ตามไลน์ของ “บูรพาพยัคฆ์”

ดูตามอาการก็ไม่น่าจะมีอะไรพลิกโผ เพราะขนาดคนที่โอกาสใกล้เคียงสุดที่จะแหกแถว “นักรบตะวันออก” มากกว่าใคร ก็คือคิวของ “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายในสายเลือดของ “บิ๊กตู่” สุดท้ายแล้วยังกินแห้ว

ก็ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นจะแทรกแถวเข้ามาได้ เว้นเสียแต่ชะตาฟ้าลิขิต

อีกมุมหนึ่งหันไปที่คนแดนไกล ก็เหมือนเข้าใจชีวิตมากขึ้น ในจังหวะล้อไปกับเงื่อนไขไฟต์บังคับ คสช.ต้องคุมเกมอีกยาว

“นายใหญ่” อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เรียกแกนนำระดับแม่เหล็ก ทั้ง “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุง “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล คนสนิท “นายใหญ่” ตัวจริง และ “เสี่ยแดง” พิชัย นริพทะพันธุ์ มืองานใกล้ชิด

ไปฉลองเบิร์ธเดย์ที่ปักกิ่ง เมืองจีน ปิดห้องร้องเพลง คุยกัน 2 วัน 2 คืน

มีการแจกงานให้ “เจ๊หน่อย” รับ ผิดชอบงานด้านการเมือง ส่วน “เสี่ยแดง” คุมยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ เพื่อเป็นการทดสอบ ประชันกึ๋น วัดฝีมือ

รอจิ้มคนถือธงนำพรรคเพื่อไทยลงสนามเลือกตั้งรอบต่อไป

รองรับ “ดีลอำนาจ” ใหม่ ที่แปรเปลี่ยนตามสถานการณ์.

“ตะวัน ทรงกลด”

23 ก.ค. 2559 08:41 23 ก.ค. 2559 08:41 ไทยรัฐ