วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มท.-กกต.จัด เวทีถกรธน.

เข้มห้ามบันทึกภาพ-เสียง ‘สมชัย’ ตัด 5 ชื่อผู้ร่วมดีเบต

“บิ๊กป้อม” โอ่ตอบสนองเสียงเครือข่ายพลเมืองห่วงใย สั่ง มท.-กกต.ตั้งเวทีถก รธน.ทุกจังหวัด แย้มใกล้ได้ตัวมือแพร่ รธน.ปลอม “วิษณุ” แจงเชิญมาอภิปรายในพื้นที่จำกัด ไม่เปิดเผยสู่ภายนอก “บิ๊กป๊อก” คุมเข้มเวทีปิด ห้ามบันทึกเทป ไม่มีให้อัดเสียง อ้างป้องกันไม่ให้ชาวบ้านสับสน “สมชัย” โอดเวลาเหลือน้อย-เสี่ยงเกิดขัดแย้ง จัดได้เฉพาะจังหวัดใหญ่ ไม่ครบทุกจังหวัด “บิ๊กตู่” หงุดหงิดอ่านเจอแต่ข่าวติ โวยลั่นเลิกถามทางออกถ้า รธน.ถูกคว่ำ กรธ.เมินไม่ร่วมสังฆกรรมเวทีดีเบตของ กกต. ซัด “สมชัย” อ้างมั่วตัดทิ้ง 5 หัวโจกแขกรับเชิญ พท.ซัด กกต.พิสดารส่อพิรุธมุบมิบนับคะแนน “วรชัย” ขู่ตุกติกคนลุกฮือก่อกลียุค มือมืดยังป่วนร่อนใบปลิวชวนโหวตโนว่อนห้างดังกลางเมืองเชียงใหม่ ลอบเผาบัญชีผู้มีสิทธิ์ฯ ยัดทิ้งท่อระบายน้ำที่สมุทรสาคร ตร.คาดก๊วนต้านรธน.ไล่ฉีกประกาศ กกต.เมืองระยอง

จากกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเวทีถกร่างรัฐธรรมนูญทุกจังหวัด โดยระบุเป็นการตอบสนองข้อเรียกร้องของเครือข่ายกลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ระบุเวทีดังกล่าวจะเป็นเวทีปิด ห้ามไม่ให้มีการบันทึกภาพและเสียง

“บิ๊กป้อม” โอ่ตอบสนองพลเมืองห่วงใย

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการฉีกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติว่า ได้รับรายงานแล้ว บางพื้นที่เพราะลมแรง บางพื้นที่เด็กฉีก บางพื้นที่มีคนอยากได้รายชื่อแต่ไปดึงมาแทนจะถ่ายภาพ จนถึงวันนี้ยังไม่มีกระบวนการจะทำลายหรือว่าตั้งใจฉีกบัญชีรายชื่อ ไม่มีการล้มประชามติ ไม่มีเจตนาป่วน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่ดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว และใกล้จะได้ตัวผู้ส่งและเจตนาเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญปลอมแล้วด้วย หากได้ตัวมาต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เมื่อถามว่าใกล้โค้งสุดท้ายการทำประชามติแล้ว สั่งการเจ้าหน้าที่ดูแลสถานการณ์อย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่จำเป็นต้องเข้มงวด ที่ผ่านมาเราเข้มงวดมาโดยตลอด เจ้าหน้าที่ดูแลทุกขั้นตอน ส่วนข้อเรียกร้องของเครือข่ายพลเมืองผู้ห่วงใย ให้เปิดกว้างการแสดงความคิดเห็นร่างรัฐธรรมนูญ ได้ทำตามข้อเรียกร้องแล้ว ส่วนกรณีนายไพศาล พืชมงคล ที่ปรึกษารองนายกฯระบุว่าจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ไม่ใช่สัญญาณอะไรอย่ามาโยงกัน ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้หรือไกลตัวก็ไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของคนมีความคิดอิสระ

“วิษณุ” อุบไต๋ไม่ถึงเวลาแย้มทางออก

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึง กรณีเครือข่ายนักวิชาการเรียกร้องให้บอกทางออกหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านนั้นทั้งนายกฯ และ พล.อ.ประวิตรบอกแล้วว่าต้องร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ แต่จะทำอย่างไร ใครเป็นคนทำ ยังไม่สามารถบอกได้ในเวลานี้ ไม่ใช่รู้แล้วปกปิด แต่ยังไม่ถึงเวลา อาจใช้โอกาสรับฟังความเห็นต่างๆ เพื่อพิจารณาก็ได้ เวลานี้ไม่ควรพูดอย่างอื่นให้ไขว้เขวไปจากการออกเสียงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. เพราะมีแน่นอน ไม่มีการเลื่อน ส่วนแนวทางการร่างใหม่รัฐบาลมีอยู่แล้ว แต่รายละเอียดยังไม่ชัดเจน จึงไม่สมควรจะพูดอะไรทั้งนั้น เรื่องนี้ คสช.จะเป็นผู้ตอบคำถาม หากประชามติผ่าน มีแนวทางทำอะไรต่ออยู่แล้ว หรือถ้าประชามติไม่ผ่าน เราชัดเจนว่าจะทำรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่โดยเร็ว เพื่อเดินตามโรดแม็ป ส่วนเวทีดีเบตร่างรัฐธรรมนูญของ กกต.ไม่เรียกว่าดีเบต พล.อ.ประวิตรมอบหมายตนประสานกับกระทรวงมหาดไทยและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเวทีอภิปรายเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญในทุกจังหวัด มี กกต.จังหวัดเป็นเจ้าภาพ ผู้ว่าฯสนับสนุนสถานที่และบุคลากร จะเชิญผู้เห็นด้วยและเห็นต่างมาอภิปรายในพื้นที่จำกัด ไม่เปิดเผยสู่ภายนอก จะไปป่วนในที่อันจำกัดนี้ก็เชิญ

คุมเข้มห้ามบันทึกเทปเวทีดีเบต

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร ให้ กกต.และผู้ว่าฯเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นร่างรัฐธรรมนูญว่า การเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นดังกล่าวจะเป็นเวทีปิดไม่มีการบันทึกเทปและไม่มีการอัดเสียง ป้องกันไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน โดย กกต. จะเป็นผู้พิจารณา ส่วนกรณีที่เริ่มมีการฉีกและเผาบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ บุคคลใดกระทำผิดกฎหมายต้องดำเนินคดี แต่การกระทำดังกล่าวจะมีนัยหรือมีเจตนาอะไรหรือไม่นั้น ไม่อยากวิพากษ์ให้เป็นประเด็น เชื่อว่าสังคมพิจารณาเองได้

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าฯทุกจังหวัด ให้เพิ่มความเข้มข้นประชาสัมพันธ์ โดย 1. แจ้งให้อำเภอแจ้งไปยังวิทยากรระดับพื้นที่หมู่บ้าน (ครู ค) ประชุมประชาคมหมู่บ้านทั้ง 74,588 แห่ง อ่านและชี้แจงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญให้ฟังตั้งแต่ 31 ก.ค.-5 ส.ค.ปูพรมชี้แจงอีกรอบ คาดว่าประชาชนจะตื่นตัวใช้สิทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 2. ให้ร่วมกิจกรรมรณรงค์วันที่ 4 ส.ค. กับ กกต. 3. ให้ใช้เครื่องมือสื่อสารทางเทคโนโลยีทุกช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง และสั่งกำชับให้เพิ่มความเข้มข้นตรวจสอบบุคคลแปลกหน้าที่จะเข้าไปก่อเหตุความวุ่นวายหรือขัดขวางการดำเนินการของ กกต.

ตื่นสั่ง ผวจ.คุมเข้มเหตุไม่ปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค. นายประดิษฐ์ ยมานันท์ รองอธิบดีกรมการปกครอง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าฯทั่วประเทศว่าขณะนี้มีเหตุการณ์ไม่ปกติบางประการเกิดขึ้น ต้องซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติของศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อสนับสนุนการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ดังนี้ 1. ให้ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยอำเภอ กำหนดมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยโดยเคร่งครัด 2. ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับประชาชนถึงความสำคัญของการออกเสียงประชามติและการดูแลรักษาพื้นที่ออกเสียง 3. ให้ศูนย์รักษาความสงบระดับจังหวัดและอำเภอรายงานเหตุการณ์ยังกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครองทันที 4. กรณีที่มีการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษผู้กระทำผิดให้รายงานกรมการปกครองทราบอย่างต่อเนื่องจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

คสช.คาด 7 ส.ค.สงบไม่มีเหตุรุนแรง

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช.กล่าวถึง การเผาและทำลายบัญชีรายชื่อประชามติที่ จ.ขอนแก่น จ.สตูล และ จ.กาญจนบุรีว่า เบื้องต้นที่ จ.กาญจนบุรี จับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้ว เป็นผู้จัดการปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งอ้างว่าจะนำบัญชีรายชื่อมาทำยอดการขาย ส่วน จ.ขอนแก่นและ จ.สตูล อยู่ระหว่างตรวจสอบ คสช.ไม่ได้กังวลถือเป็นเหตุการณ์เล็กน้อย ภาพรวมสถานการณ์ยังสงบเรียบร้อย เชื่อมั่นว่าจะไม่มีการเลียนแบบหรือขยายไปยังพื้นที่อื่น แต่อาจมีเล็ดลอดสายตาเจ้าหน้าที่บ้าง คสช.ประเมินว่าวันที่ 7 ส.ค.การลงประชามติจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์อะไรที่จะนำไปสู่ความรุนแรง เชื่อมั่นว่าการเผาทำลายบัญชีรายชื่อไม่ใช่การส่งสัญญาณให้ประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่มาใช้สิทธิ์ และไม่ใช่การท้าทาย คสช.กรณีเด็กที่กระทำผิดทำลายบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิที่ จ.กำแพงเพชร เจ้าหน้าที่ไม่ได้ลงโทษ คสช.เห็นว่าเกิดจากความซุกซนของเด็ก จะให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยดูแลป้องกันเข้มงวด ไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ปธ.กกต.ขู่ฉีก–เผารายชื่อส่อผิด ก.ม.

ที่โรงแรมคลาสสิค คามิโอ ระยอง นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวว่า กกต.ได้รับรายงานมีการฉีก เผาทำลายบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงใน 8 จังหวัด แต่ละจังหวัดได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ถือว่าเล็กน้อย ถ้าเทียบกับหน่วยเลือกตั้งเกือบแสนหน่วย ใน กทม.จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้แล้ว ที่ จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากวัยรุ่นคึกคะนองหรือการเมืองท้องถิ่น การเผาบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิหรือทำลาย ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็เคยเกิดขึ้นและมากกว่าครั้งนี้ บางทีหัวคะแนนไปดึงบัญชีจากที่ติดประกาศเพื่อนำมาดำเนินการบางอย่าง ได้กำชับเครือข่ายพลเมืองอาสาให้ช่วยกันกวดขันสอดส่องดูแล เพราะผิดกฎหมาย ถ้าตีความว่าก่อความวุ่นวาย จะเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ มาตรา 61 (1) และอาจเข้าข่ายความผิดมาตรา 57 ฐานขัดขวางการลงประชามติ แต่คงไม่บานปลายจนทำให้การทำประชามติต้องล้มเลิกไป ส่วนกรณีมีรายชื่อปริศนาโผล่ในบัญชีผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติบ้านนายวีระพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกฯ ถ้ามีรายชื่อเกิน ไปแจ้งให้เพิกถอนได้

ตร.แจงฉีกชื่ออย่ามุ่งแต่ปมการเมือง

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดีกรณีมือมืดเผาทำลายใบประกาศกำหนดหน่วยออกเสียงและที่ออกเสียง (อส.4) และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ออกเสียง (อส.6) ในพื้นที่ต่างๆนั้น คดีที่หน่วย 36 ศาลาอเนกประสงค์บ้านใหม่สามัคคี หมู่ 10 ต.ไชยสอ เขตเทศบาลเมืองชุมแพ จ.ขอนแก่น เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ก.ค. พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ.4 พร้อมชุดสืบสวนภาค 4 เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ โดย พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.ชุมแพ รายงานว่าจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบผู้ต้องสงสัยเป็นชายอายุ 25-30 ปี ขี่ จยย.รุ่นเก่าไม่ทราบสียี่ห้อ มาจอดเดินเข้าไปในศาลานาน 19 นาที แล้วย้อนกลับมาที่รถถอดเสื้อแจ็กเกตออกแล้วขี่รถออกไปโดยไม่เปิดไฟหน้า ทั้งนี้ พล.ต.ท.บุญเลิศกล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นอาจเป็นฝีมือใครก็ได้อย่ามุ่งประเด็นการเมืองอย่างเดียวได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภาค 4 รับผิดชอบควบคุมคดีเร่งจับกุมคนร้ายให้ได้

“สมชัย” จัดถก รธน.ไม่ได้ทุกจังหวัด

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารการเลือกตั้ง กล่าวถึงการจัดเวทีดีเบตของกระทรวงมหาดไทยที่จะจัดในทุกจังหวัดว่า กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพจัดเวทีได้ตามเงื่อนไขที่ กกต.เคยบอกไว้ ถ้าให้ กกต.เป็นเจ้าภาพต้องขอคุยกันก่อน แต่การจัดเวทีแบบปิดผ่านสื่อน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า เผยแพร่ความเห็นประชาชนวงกว้างการจัดเวทีต่างจังหวัดอาจมีคนฟังไม่มาก เสี่ยงเกิดปัญหาขัดแย้งในพื้นที่และคาดว่าเวลาที่เหลืออยู่ ไม่สามารถจัดได้ทุกจังหวัด อาจทำได้ในจังหวัดใหญ่ๆเท่านั้น สำหรับการจัดเวทีสนทนาร่างรัฐธรรมนูญของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสได้กำหนดหัวข้อและตัวบุคคลแต่ละฝ่ายเรียบร้อยแล้ว จะนำไปหารือกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. และ กรธ. แต่ไม่ใช่ไปกดดัน ถ้า กรธ.ไม่สะดวก ไทยพีบีเอสต้องหาคนมาแทน แม้จะร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน ความเห็นจะถูกบันทึกไว้เพื่อออกแบบกฎหมายต่างๆต่อไป เมื่อถามถึงเหตุป่วนที่เกิดขึ้นขณะนี้หากเกิดขึ้นในวันออกเสียงฯ กกต.สามารถประกาศเลื่อนการออกเสียงได้หรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า ประกาศเลื่อนวันลง คะแนนออกไปได้เฉพาะหน่วยที่เกิดปัญหา โดยต้องออกเป็นมติ กกต.

ดอดหารือ กรธ.ตัด 5 ชื่อแขกดีเบต

เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาว่า กรธ.จะส่งตัวแทนไปร่วมดีเบตหรือไม่ โดยมีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารการเลือกตั้งร่วมหารือกว่า 1 ชั่วโมง จากนั้นนายสมชัยให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือว่า กรธ.เห็นด้วยกับเนื้อหาหัวข้อ 10 ประเด็นที่กำหนดไว้เหมาะสม รับได้แต่อาจต้องขัดเกลาภาษาให้กระชับ เข้าใจง่ายอีกเล็กน้อย ส่วนตัวบุคคลที่ไทยพีบีเอสจะให้ร่วมเวที ที่ประชุมหารือกันแล้ว เห็นว่าชื่อบางชื่อที่กำหนดมา ยังไม่เหมาะสมกับหัวข้อ แม้บางรายชื่อสังคมให้ความสนใจ คนเหล่านี้ก็มีเวทีพื้นที่สื่อของตัวเองอยู่แล้ว และมีพฤติกรรมการแสดงออกทางสื่อที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ในการถกเถียงเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ จึงร่วมกันตัดออก 5 ชื่อ โดยตนตัดออกเอง 3 ชื่อ ร่วมกับ กรธ.ตัดอีก 2 ชื่อ แต่ขึ้นอยู่กับไทยพีบีเอส ส่วน กรธ.จะส่งคนเข้าร่วมหรือไม่ยังไม่ทราบ ไม่สามารถไปบังคับใครได้ แต่ต้องเคาะชื่อภายในวันที่ 22 ก.ค. กกต.จะได้เตรียมรายชื่ออื่น อาจเป็นนักวิชาการที่ถนัดประเด็นนั้นๆ มาเติมแทน ยืนยันว่าเวทีนี้จะจัดต่อไป ถึงแม้ กรธ. จะไม่ส่งคนมาเข้าร่วมเลยก็ตาม เมื่อถามอีกว่า รายชื่อที่ถูกตัดออก 5 ชื่อ เป็นนักการเมืองหรือนักศึกษาใช่หรือไม่ นายสมชัยกล่าวเลี่ยงเพียงว่า ไม่ทราบ ไม่รู้ จำไม่ได้

กรธ.ไม่สังฆกรรมเวที กกต.

ด้านนายนรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ.เปิดเผยว่า กรธ.จะไม่เข้าร่วมในรายการดังกล่าว เพราะ กรธ.มีหน้าที่เพียงยกร่างรัฐธรรมนูญ อธิบายเนื้อหาให้ทุกภาคส่วนเข้าใจ เวทีนี้ควรเปิดกว้างให้กับผู้เห็นต่างเต็มที่ จากนี้จะติดตามว่าในรายการจะมีการบิดเบือนเนื้อหาหรือไม่ หากพบ กรธ.จะออกมาอธิบายข้อเท็จจริงให้ประชาชนเข้าใจ ยืนยัน กรธ.ว่าไม่มีส่วนในการเสนอตัด 5 รายชื่อผู้เข้าร่วมรายการ กกต.พิจารณาร่วมกับสถานีโทรทัศน์เอง

จวก “สมชัย” มั่วตัดเอง 5 แขกรับเชิญ

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. กล่าวว่า นายสมชัยเล่าถึงตารางการออกรายการ รวมถึงคิว การร่วมรายการของ กรธ.แต่ละคนว่าจะพูดในหัวข้อต่างๆอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดเพราะ กรธ.ไม่ได้รับปากที่จะเข้าร่วมตั้งแต่ต้น การที่นายสมชัยบอกว่ามีมติร่วมกับ กรธ. ตัด 5 รายชื่อผู้เข้าร่วมรายการก็ไม่เป็นความจริง เพราะเรื่องนี้นายสมชัยเป็นผู้มาชี้แจงเองว่า กกต.ได้ตัดชื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 5 รายชื่อที่ถูกตัดคือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) และแกนนำกปปส. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. นายรังสิมันต์ โรมและกลุ่มเพนกวิน (นักศึกษา) นอกจากนี้ในที่ประชุมกรธ.ยังได้ทักท้วงหัวข้อที่นายสมชัยเสนอมาว่าบางหัวข้อเป็นการตั้งธงไว้แล้ว กรธ.จึงเสนอให้ปรับ หัวข้อให้เป็นกลาง เพื่อป้องกันการชี้นำ อาทิ หัวข้อ เกี่ยวกับสาธารณสุข ที่ให้ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นนักวิชาการที่รู้จริงมาพูด

พท.ซัด กกต.ส่อมุบมิบนับคะแนน

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ชัดเจนขึ้นเมื่อนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ระบุว่า การนับคะแนนและประกาศผลประชามติ จะพิเศษแตกต่างไปจากเดิม เมืองไทยเดินสวนทางกับชาวโลกตลอดแบบไทยแลนด์โอนลี่ ไม่มีที่ไหนในโลกทำกัน ลงประชามติเสร็จทุกฝ่ายเฝ้าติดตามและคาดหวังจะให้มีกระบวนการนับและประกาศผลคะแนนที่แจ้งชัด เปิดเผยตรวจสอบได้จนเป็นที่ยอมรับกัน แต่วิธีคิดของ กกต.กลับวิจิตร พิสดารไม่อาจหาใครเทียบเคียงได้ นอกจากจะเป็นประชามติที่ตั้งอยู่บนความเงียบ วิธีนับคะแนนและการประกาศผลคะแนนก็น่ากังวล เช่น การไม่รายงานผลคะแนนหน้าหน่วย แต่ละหน่วยใช้แฟกซ์รายงานผลเพียง 6 เครื่อง และโทรศัพท์ 20 สาย เพื่อรายงานผลจากแสนหน่วยทั่วประเทศ ที่สำคัญผลคะแนนประชามติจะรายงานเฉพาะที่เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ แต่จะไม่รายงานผลของบัตรดีบัตรเสีย และการรายงานจะไม่แสดงผลให้เห็นว่าเป็นคะแนนมาจากหน่วยไหน ตนรับทราบด้วยความไม่เข้าใจและไม่สบายใจ หากผลประชามติที่เกิดขึ้นมีปัญหา และเกิดคำถามประชาชนเคลือบแคลง ไม่อยากเห็น กกต.ตกเป็นจำเลยหมายเลขหนึ่ง รีบคิดใหม่ รีบแก้ไขให้โปร่งใส ปราศจากความกังวล ยังพอมีเวลา อย่าให้รู้สึกตัวอีกทีก็ช้าไปเสียแล้ว

“วรชัย” ชี้ตุกติกคนลุกฮือกลียุค

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความชอบธรรมที่จะอยู่ต่ออีกแล้วเพราะทำมา 2 ฉบับ หากอยู่ต่อเท่ากับเจตนายื้อต่อท่ออำนาจ ประชาชนจะไม่ให้โอกาสเป็นครั้งที่ 3 ยิ่งถ้าใช้กลยุทธ์ที่ไม่ถูกต้องรับรองว่าประชาชนออกมาต่อต้านแน่ และถ้านำไปสู่การเลือกตั้งมีรัฐบาลคนนอก คนจะออกมาไล่ไม่ต่างจากเหตุการณ์พฤษภาปี 35 ประชาชนไม่โง่รู้ว่า ส.ว.คือพรรคทหารที่ไม่ผ่านการเลือกตั้งเป็นคนเลือกนายกฯ จะเกิดกลียุค มีการต่อสู้คนเจ็บตายมากมาย พล.อ.ประยุทธ์อยากเห็นเช่นนั้นหรือไม่ ประชาชนกลัวคนถือปืนจริงแต่มีขีดจำกัด ลูกโป่งอัดลมมากๆก็แตก คนเครียดสะสมถึงวันก็ระเบิด แนวร่วมคนไม่เอา คสช.มากขึ้นเรื่อยๆยิ่งพล.อ.ประยุทธ์ ด่านักการเมืองยิ่งเพิ่มความขัดแย้งขอให้ไปดูพวกพ้องว่าเน่าขนาดไหนก่อนบอกว่านัก การเมืองชั่วเลว

ดักคอ กกต.นับให้ใสสะอาด

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงการนับคะแนนประชามติ อยากให้ กกต.ใช้วิธีการอย่างเปิดเผยแบบเดิมเหมือนตอนเลือกตั้งทั่วๆไปที่ประชาชนคุ้นเคย เมื่อปิดหีบแล้วก็นำบัตรออกมานับคะแนนต่อหน้าประชาชนทีละใบ ขานให้ดังๆขีดคะแนนบนกระดานทีละบัตรให้เห็น รวมคะแนนให้แล้วเสร็จหน้าคูหาไม่ต้องย้ายหีบไปนับที่อื่น เชื่อว่าทูตและสื่อต่างชาติและองค์กรระหว่างประเทศคงจะจับตาเฝ้ามองการนับคะแนนอย่างใกล้ชิด ประชาชนคงจะยืนถ่ายคลิปอยู่หน้าคูหาเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์ หวังว่า คสช.คงจะไม่ไปห้ามถ่ายคลิปหรือยึดโทรศัพท์มือถือของประชาชน

“วารินทร์” ปัดทำนายไม่มี ลต.ปี60

ที่วิหารหลวงปู่ฤาษีเกวลัน หมู่บ้านสุขิโต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหร คมช. กล่าวถึงกรณีมีการเสนอข่าวว่า โหรวารินทร์ระบุว่าในปี 2560 ไม่มีการเลือกตั้งจนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ไม่พอใจว่า ตนก็ยังงงเพราะเคยทำนายว่าการเลือกตั้งมีแน่นอน แต่อาจจะขยับบ้างนิดหน่อยตามสถานการณ์ภัยธรรมชาติหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองเด็ดขาด ในปี 2560 การเลือกตั้งปรากฏแน่นอน ส่วนการทำประชามติทุกอย่างก็ราบรื่นดี เกณฑ์ชะตาบ้านเมืองมันหมดกรรมไปหมดแล้ว กลุ่มที่ออกมาวุ่นวายเป็นกลุ่มน้อยที่สูญเสียผลประโยชน์ คนส่วนใหญ่ในชาติบ้านเมืองยอมรับขอ
บอกว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่จนถึงช่วงโรดแม็ปของท่าน

เด็กปั๊มสารภาพลักทำยอดลูกค้า

ส่วนคดีที่หน่วยเลือกตั้ง 20 บ้านพุรางนิมิต หมู่ 11 ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี เมื่อเวลา 06.00 น. ร.ต.อ.ธรรมวัฒน์ สุขีวัฒน์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี คุมตัวนายสมชาย สีสันต์ พนักงานปั๊มน้ำมันพีทีอยู่บ้านเลขที่ 319/1 หมู่ 1 ถนนอู่ทอง ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลัง พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพรสีนวล ผกก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี บุกจับกุมผู้ต้องหาพร้อมบัญชีรายชื่อของกลาง จากนั้น ร.ต.อ.ธรรมวัฒน์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามาขโมยเอกสารดังกล่าวนำไปใช้ทำจดหมายชักชวนลูกค้าให้มาสมัครทำบัตรเติมน้ำมันหวังเพิ่มยอดลูกค้า โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด จึงตั้งข้อหาลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะและเอาไปซึ่งเอกสารของผู้อื่น

วัยรุ่นสตูลซุกซนเผากระดาษเล่น

ที่ห้องประชุม สภ.เมืองสตูล พล.ต.ต.ทัตธงสักก์ ภู่พันธัชสีห์ ผบก.ภ.จ.สตูล นำผู้ปกครองพานายชาย (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ผู้ต้องหาเผาบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงประชามติ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 5 โรงเรียนบ้านบันนังปุเลา หมู่ 4 ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมืองสตูลเหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา โดย พล.ต.ต.ทัตธงสักก์ กล่าวว่า สาเหตุมาจากความซุกซนของผู้ต้องหา พบเอกสารหล่นบนพื้นใกล้บอร์ดไม่รู้ว่ากระดาษอะไรจึงนำมาเผาเล่น ได้แจ้งข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต.ทำให้เสียหาย ทำลายหรือทำให้เสื่อมค่าซึ่งเอกสารมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ จากนั้นได้นำผู้ต้องหาส่งศาลเยาวชนฯ ต่อไป

ที่ จ.กำแพงเพชร พ.ต.ท.ประเวศ อินทนี สว. (สอบสวน) สภ.ขาณุวรลักษบุรี กล่าวว่า คดีเด็กหญิงวัย 8 ขวบ 2 คน ฉีกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 5 เทศบาลตำบล สลกบาตร อ.ขาณุวรลักษบุรีว่า ตำรวจสอบสวนตามขั้นตอนโดยไม่ได้คุมตัว เด็กยังไปเรียนตามปกติได้นำเด็กไปรับทราบข้อกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่ กกต.ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มีเหตุขัดขวาง ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า ทำให้ทรัพย์นั้นไร้ประโยชน์ คดียังอยู่ระหว่างสอบสวน โดยเฉพาะเด็กมีเจตนากระทำความผิดหรือไม่

ระยองฉีก 2 แผ่น ตร.คาดพวกป่วน

ที่ จ.ระยอง พล.ต.ต.ชุมพล ฉันทะจำรัสศิลป์ ผบก.ภ.จ.ระยอง พร้อม พ.ต.อ.คมสัน ชัยเจริญศิลป์ ผกก.สภ.นิคมพัฒนาระยอง นายพงษ์เกตุ เติมกิจธนสาร ผอ.เลือกตั้งประจำจังหวัดระยอง ร่วมกันตรวจสอบบัญชีรายผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติที่หน่วยออกเสียงที่ 76 อาคารอเนกประสงค์ชุมชน มาบข่า-สำนักอ้ายงอน ต.มาบข่า อ.นิคมพัฒนา ที่ถูกมือมืดฉีกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติแผ่นที่ 1 และแผ่นที่ 2 ที่ปิดประกาศบนบอร์ดในอาคาร นายวิเชียร ศักดิ์เจริญ ประธานชุมชนมาบข่า-สำนักอ้ายงอน กล่าวว่า เช้าวันที่ 22 ก.ค.ตนมาเลื่อนบอร์ดที่ติดประกาศ พบบัญชีรายชื่อถูกฉีกเสียหายบางส่วน ด้าน พ.ต.อ.คมสันกล่าวว่า ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดละแวกใกล้เคียงคาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติ

ร่อนใบปลิวโหวตโนกลางเชียงใหม่

สายวันเดียวกัน พ.ต.ท.บัณฑิต จิตต์ภาคภูมิ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีมีมือมืดนำกระดาษมีข้อความให้ชักชวนให้โหวตโน ในการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญไปเสียบกระจกหน้ารถที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่าเชียงใหม่ ถนนช้างคลาน พบว่ามีเอกสารดังกล่าวเสียบไว้หน้ารถยนต์ประมาณ 20 คัน ทหารได้เก็บเอกสารทั้งหมดไปก่อนแล้ว ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในห้างพบชายคนหนึ่ง นำเอกสารไปเสียบไว้หน้ารถ ตำรวจจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดละแวกใกล้เคียงเป็นแนวทางติดตามจับกุม

สมุทรสาครเผายัดท่อระบายน้ำ

ที่ จ.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ทีป ราญสระน้อย รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรสาคร พ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน นำกำลังตรวจสอบมือมืดนำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติหน่วยที่ 7 ติดตั้งบนบอร์ดในศาลาอเนกประสงค์บ้านตาสด หมู่ 3 ต.ดอนไก่ดี ไปเผาทำลายในบ่อพักท่อระบายน้ำด้านหลังศาลาอเนกประสงค์ฯ มีเอกสารบางส่วนถูกเผาไม่หมดเก็บไว้เป็นหลักฐาน จ.อ.ดำรงไชย สมฤทธิ์ หัวหน้าฝ่ายปกครองเทศบาลตำบลดอนไก่ดี กล่าวว่า เย็นวันที่ 22 ก.ค.ได้ตรวจสอบบัญชีรายชื่อพบว่าหายไป จึงเดินดูรอบๆบริเวณปรากฏว่ามีคนนำไปเผาในบ่อพักท่อระบายน้ำ ได้แจ้งตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมตัวต่อไป

“บิ๊กตู่” โอดรู้สึกกดดันตกเป็นจำเลย

เวลา 09.00 น. ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งในการเป็น ประธานเปิดการประชุมประจำปี 2559 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เรื่องร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ว่า ทุกครั้งที่ถูกติดดอกไม้ที่หน้าอกเสื้อ รู้สึกเหมือนเป็นจำเลย ถูกกดดันงานหลายเรื่องต้องทำให้สำเร็จ นั่นคือปัญหา แต่เป็นแรงผลักดันให้ต้องทำมากขึ้น เพราะถือว่าประกาศไปแล้วว่าต้องรับผิดชอบ แต่ไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะมีรัฐมนตรี ข้าราชการ ช่วยกันทำตามโรดแม็ป ที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลง อย่าให้ปัญหาอื่นมาทำลายฝันที่วาดไว้ จากคนที่มันทำให้ยุ่ง หลายประเทศถามว่า จะหลุดพ้นกับดักภายในกี่ปี ถึงต้องกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ถ้ายังทะเลาะกันแบบนี้ ต่างชาติจะรู้ไหมว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ เขารู้แต่เรื่องความขัดแย้ง สื่อเสนอข่าวต้องปรับปรุงบ้าง อ่าน ข่าวในรถก่อนมาก็หงุดหงิด ไม่อ่านก็โง่ แต่เชื่อทุกอย่างก็บ้า โลกโซเชียลมีเดียบ้าหมด โมโหทุกทีที่เห็นอะไรที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ทำให้สังคมเกลียดชังกันหมด หนังสือพิมพ์บางฉบับก็เขียนติอย่างเดียว เขียนแต่เด็กจนแก่ ตนก็บ้าอ่านอยู่ได้แล้วก็โมโห แต่อย่างไรก็ไม่ท้อ

ไม่ให้กลับพวกไม่ยอมรับ ก.ม.–ด่า รบ.

นายกฯกล่าวว่า บนเวทีโลกคณะนักธุรกิจสหรัฐฯมาพบตนหลายคน ไม่เข้าใจทำไมมาบอกไม่ค้าขายกับเรา เขาเข้าใจว่าเรากำลังปรับแก้กันอยู่ แต่ติดตรงที่ว่าประชาธิปไตยที่คนพูดกันเสียหาย ตนไม่ได้บอกว่าจะไปเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตย เพียงแต่ขอเวลาทำ มีแต่ขยายความขัดแย้งไปเรื่อย แล้วแบบนี้เขาจะมาลงทุนกันไหม บอกเลยวันนี้เขาลงทุนกันมากกว่าเดิม แต่ไม่เคยฟัง มีแต่มาบอกว่าเป็นตัวเลขปลอม รัฐบาลดูแลทุกคน จะดีไม่ดีก็ตามเพราะเป็นคนไทย แต่มีหลายคนปฏิเสธจะเป็นคนไทย ไปอยู่ข้างนอก โจมตีรัฐบาลทุกวัน แล้วจะกลับมา ได้อย่างไรถามหน่อย “ถ้าคนทำผิดกฎหมายแล้วหนีใครจะให้กลับ ผมไม่ให้กลับ แต่หากยอมรับกฎหมายก็กลับได้ ถ้าไม่ยอมรับกฎหมาย แล้วยังด่าประเทศโครมๆ ยอมไหม ถ้ายอมไปรับกลับมา แล้วตั้งแถวต้อนรับก็ได้ ผมไม่เคยเกลียดใคร แต่จะชอบหรือไม่ชอบก็เรื่องของผม เพราะผมก็ไม่ชอบคนแบบนี้ ผมเป็นทหารเมื่อลูกน้องทำความผิดก็ลงโทษแล้วจบ แต่ถ้าเถียงไม่ได้ มาสู้กันในคดีหรือ กระบวนการยุติธรรมก็มาสู้กัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ว้ากเลิกถามทางออก รธน.ถูกคว่ำ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนท้ายว่า ตนเสียเวลาพักผ่อนมาเกือบ 2 ปีแล้ว ควรจะได้พักผ่อนบ้าง แต่ทำไม่ได้ เพราะนี่คือบ้านของตน และทุกอย่างที่ทำไปแล้วไม่เคยเอาคืน โดยเฉพาะบัตรทอง 30 บาท การศึกษาขั้นพื้นฐานฟรี 15 ปี ยังเหมือนเดิม ไม่รู้จะ บิดเบือนอะไรกันขนาดนั้น พวกนี้ไปเอาตัวรอดกฎหมายให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาสู้กับตน เรื่องค้ามนุษย์ ปรับจากเทียร์ 3 เป็นเทียร์ 2 ก็มาพูดท่านั้นท่านี้ ยิ่งพูดยิ่งโมโหกับพวกที่ชอบบิดเบือน เจ้าหน้าที่ทำกันแทบตาย บินไปต่างประเทศ เสียค่าใช้จ่าย ไม่ได้ไปขอร้องอะไร แต่ไปยืนยันความตั้งใจ ถ้ามาร่วมมือกันก็จบ ถ้าเก่งนักตอนที่อยู่ทำไมไม่ทำ ส่วนเรื่องการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ตนไม่อยากพูด พอพูดทีไรโดนกลับมาทุกครั้ง ผ่านหรือไม่ผ่านก็ไม่รู้ และนักข่าวก็ไม่ต้องมาถามไม่ผ่าน จะทำอย่างไรต่อ เพราะกฎหมายมีอยู่แล้ว ซึ่งวันนี้คนรัก มันพอมีบ้าง แต่คนเกลียดมีมากขึ้น เพราะตนพูดเยอะ แต่อดพูดไม่ได้ เพราะเวลาจำกัด รวมถึงการใช้มาตรา 44 ใช้ตามข้อเสนอแนะ ที่บางอย่างควรใช้ บางอย่างไม่ควร เพราะบางครั้งก็อันตราย

“บิ๊กตู่” ลั่นคดีจำนำข้าวไม่มีมวยล้ม

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการเรียก ค่าเสียหายจากการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 6 คนว่า รมว.พาณิชย์ ลงนามคำสั่งทางการปกครองเพื่อเรียกค่าเสียหายกับนายบุญทรงและพวกเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตามกฎหมายตนหรือ รมว.พาณิชย์ ใครเซ็นลงนามก็ได้ จากที่ตอนแรกตนลงนาม ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบตามขั้นตอนกฎหมาย และยืนยันงานนี้ไม่มีมวยล้มแน่

ฉะบิดเบือนไม่เลิกยุทธศาสตร์ชาติ

เมื่อเวลา 20.00 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า ปัจจุบันรัฐบาลกำลังวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศหลายเรื่อง ส่วนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขณะนี้ยังมีการนำไปบิดเบือนอยู่ ขอยืนยันว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ชาติ เพื่อใช้ขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศ สร้างความเป็นธรรมในสังคมและลดความเหลื่อมล้ำทุกมิติ ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมาได้ติดตามข่าวสาร เห็นภาพประชาชนร่วมกันทำบุญ ทำให้รู้สึกดีว่าคนไทยไม่ได้มีความแตกแยกกันในจิตใจ แต่อาจมีความแตกต่างกันทางความคิดอยู่บ้าง แต่อาจจะมีบางกลุ่ม บางคนที่ไม่ยอมยุติแม้ในวาระการทำบุญ ยังยัดเยียดความคิด เอาสิ่งบิดเบือนทำให้คนแตกแยกเป็นพวกเป็นฝ่ายหมด หวังเพียงประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง เมื่อคนส่วนใหญ่ดีอยู่แล้ว ที่ไม่ดีมีไม่เท่าไหร่ อย่าให้คนไม่กี่คนทำให้ประเทศ ชาติไม่สงบ ขอให้ทุกคนมีสติ ร่วมกันทำเพื่อชาติ

มท.สอบ “ชายหมู” อยู่แล้วไม่ใช้ ม.44

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 43/2559 ระงับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการและผู้บริหารท้องถิ่น 60 คน แต่กลับไม่มีชื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ที่ถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ชี้มูลว่า จากนี้ต้องสอบสวนหากไม่ผิดหน่วยงานต้นสังกัดต้องรีบแจ้งมา ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตเหตุใดไม่มีชื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เนื่องจากศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่โหวตและเห็นชอบกันเป็นเอกฉันท์ ไม่ได้ส่งรายชื่อมา ไม่ทราบว่าเข้าข่ายหรือไม่ กรณีนี้มีหลายอย่าง ไม่ใช่พอไม่มีรายชื่อแล้วจะฟอกตัวและหลุดไป แต่หากเป็นเรื่องที่ใช้มาตรการตามปกติได้ให้ใช้ไป มาตรา 44 ถือเป็น เรื่องพิเศษและกระทรวงมหาดไทยกำลังสอบผู้ว่าฯ กทม.อยู่ เมื่อไหร่เห็นว่าเหนือบ่ากว่าแรง อาจรายงานไปที่ ศอตช.หรือจะรายงานตรงมาก็ได้ อย่าไปเข้าใจว่าอะไรกันมีแค่นี้หรือประเทศไทย ไม่ใช่หรอก มันมีอีกที่เขาไปแยกสอบกันเอง ส่วนที่รายชื่อนายก อบจ. 2 คน นามสกุลเดียวกับนักการเมือง ไม่ใช่เรื่องการ เมือง นามสกุลใหญ่มีเยอะแยะ แต่สื่อไปเน้นอยู่ 2-3 นามสกุล และไม่เกี่ยวกับการทำประชามติ หากเอาตรงนั้นมาเป็นตัวแปร ยังมีอีกหลายจังหวัด

ร้อง สตง.–ป.ป.ช.สอบรถกะป๊อ กทม.

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า วันที่ 25 ก.ค. เวลา 10.30 น. จะไปยื่นหนังสือร้องต่อ สตง.ว่า มีการทุจริตการจัดซื้อรถกะป๊อดับเพลิงคันละ 8 ล้านบาท รวม 160 ล้านบาท ของ กทม. และเวลา 13.00 น. จะไปร้องต่อ ป.ป.ช. เพราะจัดซื้อแพงเกินจริงตัวรถซื้อมา 2.5 ล้านบาท แต่ราคาหน้าเว็บไซต์แค่ 434,000 บาท ล่าสุดเครื่องสูบน้ำแรงดันสูงอุปกรณ์หลักแจ้งราคาเครื่องละ 4.1 ล้านบาท แต่ราคาขายจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายของออสเตรียเครื่องละ 360,000 บาท เท่ากับ กทม.ซื้อแพงกว่าราคาตลาดเกินกว่า 10 เท่าตัว หากคิดราคารถและเครื่องสูบน้ำเกินกว่า 5 ล้านบาท น่าเกลียดเกินไป สตง.เคยเตือนแล้วว่าไม่คุ้มค่ากับการใช้งาน

เย้ยยุค คสช.ทำไมทุจริตเต็มไปหมด

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังร้องเรียนสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดิน (สตง.) เรื่อง การจัดซื้อเครื่องบินเครื่องยนต์เดียวแบบฟิกซ์ เกียร์ ยี่ห้อไดมอนด์ รุ่น DA40CS 3 ลำ ปีงบฯ 58 ของสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) แพงเกินจริงลำละ 16,446,666 บาท ต่างจากที่เคย ซื้อปี 56-57 ลำละ 12.29 ล้านบาท ล่าสุด สตง.มีหนังสือที่ ตผ 0017/0743 ลงวันที่ 14 ก.ค.59 ถึงนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ระบุว่าสตง.เชื่อได้ว่าการจัดซื้อเครื่องบินของ สบพ. มีราคาแพงกว่าปกติ พบราคาขายทางเว็บไซต์ลำละ 259,950 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 8,426,409.23 บาทเท่านั้น ยืนยันนักการเมืองไม่ได้เป็นอย่างที่นายกฯเคยว่าทุกคน นักการเมืองไม่ได้เลวร้ายอย่างที่สร้างกระแส ขณะนี้แม้ไม่มีนักการเมืองบริหารประเทศ แต่ทำไมยังมีการทุจริตเต็มไปหมด

อัยการฯเลื่อนนัดฟ้องแอดมินเพจ

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ อัยการศาลทหารนัดฟังคำสั่งว่าจะสั่งฟ้องคดี 8 ผู้ต้องหาคดีเพจ “เรารัก พล.อ.ประยุทธ์” ในข้อหาความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ประกอบด้วย นายนพเกล้า คงสุวรรณ นายศุภชัย สายบุตร นายวรวิทย์ ศักดิ์สมุทรานันท์ นายโยธิน มั่งคั่งสง่า นายกัณสิทธิ์ ตั้งบุญธินา นายธนวรรธ บูรณศิริ นายหฤษฏ์ มหาทน และ น.ส.ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์ หรือไม่ ทั้งนี้นายกัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง ทนายความของ 8 ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า มายื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรมกับพนักงานอัยการศาลทหาร เพราะคดีนี้ไม่น่าจะอยู่ในขอบเขตอำนาจศาลทหาร อัยการศาลทหารจะต้องพิจารณาหนังสือร้องขอความเป็นธรรมก่อน และเลื่อนนัดฟังคำสั่งออกไปเป็นวันที่ 23 ส.ค. ถ้าอัยการศาลทหารเห็นด้วยก็ยกคำร้อง และให้พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมต่อไป คล้ายกับคดีที่มีผู้ต้องหาโพสต์เฟซบุ๊กพาดพิง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวหาเรื่องโอนเงินไปที่ประเทศสิงคโปร์

สั่งฟ้อง “แม่จ่านิว” ผิดคดี ม.112

วันเดียวกัน ที่ศาลทหารกรุงเทพ อัยการศาลทหารนัด น.ส.พัฒน์นรี หรือหนึ่งนุช ชาญกิจ หรือแม่จ่านิว นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ มาฟังคำสั่งส่งฟ้องในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือไม่ แต่ น.ส.พัฒน์นรีมอบหมายให้ทนายความเดินทางมาฟังคำสั่งอัยการศาลทหารแทน ทั้งนี้ ทางอัยการศาลทหารมีคำสั่งส่งฟ้องคดีดังกล่าว และอัยการศาลทหาร ได้มีคำสั่งเลื่อนการส่งตัว น.ส.พัฒน์นรี เพื่อเป็นจำเลยต่อศาลทหารออกไปเป็นวันที่ 1 ส.ค.นี้ เนื่องจาก น.ส.พัฒน์นรีไม่เดินทางมาศาลทหาร

23 ก.ค. 2559 07:45 ไทยรัฐ