วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โผล่อีก! มือมืดเผาบัญชีรายชื่อประชามติที่สมุทรสาคร

โผล่อีก! มือมืดเผาบัญชีรายชื่อประชามติที่สมุทรสาคร

  • Share:

โผล่อีกราย เจ้าหน้าที่รัฐเมืองสมุทรสาคร เต้น หลังมีคนเผาบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ หน่วยที่ 7 ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน ที่ช่องด้านบนของท่อระบายน้ำที่อยู่ด้านข้างศาลา เร่งตามตัวมาดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.59 พ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งจาก จ่าเอกดำรงไชย สมฤทธิ์ หัวหน้าฝ่ายปกครองเทศบาลตำบลดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน ว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ หน่วยที่ 7 ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน ได้หายไปจากป้ายประกาศที่ตั้งไว้ภายในศาลาอเนกประสงค์บ้านตาสด หมู่ที่ 3 ต.ดอนไก่ดี จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบว่าบัญชีรายชื่อที่หายไปนั้นถูกนำไปเผาที่ช่องด้านบนของท่อระบายน้ำที่อยู่ด้านข้างศาลาฯ

ทั้งนี้หลังรับแจ้งเหตุทาง พ.ต.อ.วิเชียร ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยมี พ.ต.อ.ทีป ราญสระน้อย รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ธงชัย เนตรสขาวัฒน์ ผกก.สส.ภ.จ.สมุทรสาคร นายนิติพัฒน์ ชูกล้ากสิกรณ์ พนักงานสืบสวนสอบสวน สำนักงาน กกต.จังหวัดสมุทรสาคร และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย

จากการตรวจสอบในช่องด้านบนของท่อระบายน้ำ พบเศษกระดาษถูกเผาทิ้งกลายเป็นเถ้าถ่าน แต่ยังมีบางส่วนที่ถูกไฟเผาไม่หมด เหลือให้เห็นว่าเป็นบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติที่หายไปอย่างแน่นอน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่วิทยาการก็ได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีการตรวจลายนิ้วมือแฝงจากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ เช่น ขวดน้ำดื่ม ก้นบุหรี่ และไฟแช็ค เป็นต้น

จ่าเอกดำรงไชย กล่าวว่า ตนได้นำรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติของหน่วยเลือกตั้งที่ 7 ต.ดอนไก่ดี มาติดไว้เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา และมีการตรวจสอบทุกวันทั้งเช้าและเย็น โดยเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา พบว่าบัญชีรายชื่อยังคงอยู่ในสภาพปกติ แต่พอมาช่วงเย็นเข้าตรวจสอบกลับพบว่าบัญชีรายชื่อฯ หายไปแล้ว และเมื่อลองเดินดูรอบๆ ก็พบว่าถูกนำไปเผาทิ้งที่ช่องด้านบนของท่อระบายน้ำ จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

ทางด้าน พ.ต.อ.ทีป กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวนั้นไม่ว่าผู้ที่กระทำจะมีเจตนาหรือไม่ จะทำผิดเพราะโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือทำผิดเพราะความคึกคะนอง แต่ก็ต้องมีความผิดตามกฎหมาย เพราะเป็นการทำลายเอกสารของทางราชการ โดยได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการสืบสวนฯ หาข้อมูลถึงมูลเหตุของการกระทำที่ชัดเจนก่อน แต่ก็เชื่อได้ว่าไม่น่าจะเกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง เนื่องจากพื้นที่ตำบลดอนไก่ดีนั้น ไม่เคยมีเรื่องของการแบ่งสีหรือความขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้น

พ.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้รายงานให้ทางผู้บังคับบัญชารับทราบแล้ว ก็ได้รับคำสั่งการจาก พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กำชับให้สืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาให้ได้ และต้องสืบหามูลเหตุ รวมถึงสาเหตุจูงใจของการกระทำความผิดในครั้งนี้ที่ชัดเจน ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการสนธิกำลังร่วมกับระหว่าง ตำรวจสืบสวนภูธรกระทุ่มแบน ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาคร และฝ่ายปกครองของอำเภอกระทุ่มแบน ตลอดจนกำนันผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่หาข้อมูลและหลักฐานต่างๆ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิด ซึ่งแม้จะกระทำไปเพราะความคึกคะนอง หรือ เลียนแบบตามกระแส ก็ต้องถูกนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย อีกทั้งยังจะต้องให้มีการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรับทราบด้วยว่าการกระทำเช่นนี้ถือเป็นคดีอาญาที่มีอัตราโทษสูง ไม่ว่าจะกระทำเพราะเหตุใดก็ไม่เกิดผลดีกับใครทั้งสิ้น

ขณะที่นายนิติพัฒน์ ชูกล้ากสิกรณ์ พนักงานสืบสวนสอบสวน สำนักงาน กกต.จังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นคดีอาญาอันเนื่องมาจากการทำลายเอกสารและทรัพย์สินของทางราชการและการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็จะต้องให้ผู้เสียหายคือ คณะกรรมการออกเสียงประชามติประจำเขตหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ แจ้งความที่ สภ.กระทุ่มแบน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้