วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นายกฯ ยันไม่บังคับลงทะเบียนพร้อมเพย์ แค่อำนวยความสะดวก ค่าบริการถูก

นายกฯ ยันไม่บังคับลงทะเบียนพร้อมเพย์ แค่อำนวยความสะดวก ค่าบริการถูก

  • Share:

นายกฯ ขอ ปชช.ร่วมมือจัดระเบียบที่ดิน ส.ป.ก.หลังพบทุจริตขายสิทธิ์ต่อ ขอ ปชช.เปิดใจรับระบบ "พร้อมเพย์" โดยไม่ได้บังคับ ยันข้อมูลส่วนตัวไม่มีรั่วไหล พร้อมชี้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย หวังจัดสวัสดิการรัฐ ไม่ใช้งบฯ เหวี่ยงแหแบบประชานิยม ยก "คริสโตเฟอร์ เบญจกุล" ตัวอย่างพัฒนาศักยภาพคนพิการ

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศในอนาคต จึงขอให้ประชาชนทำความเข้าใจ เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่ดี อาทิ การจัดระเบียบการถือครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งที่ผ่านมานั้นได้มีการแจกจ่ายไปยังเกษตรกรผู้ยากไร้ แต่ด้วยผลการปฏิบัติที่อาจจะมีสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ประกอบด้วยการทุจริตของเจ้าหน้าที่บางราย หรือด้วยเหตุใดก็ตามทำให้เกิดมีการขายสิทธิ์ต่อ แล้วเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก.แล้วก็ใช้ประโยชน์ไม่ตรงตามต้องการ ตามวัตถุประสงค์ก็จำเป็นต้องเข้ามาบริหารจัดการใหม่ให้ถูกต้อง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการจัดรูปแบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ และแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

นายกฯ กล่าวต่อว่า ขณะที่การลงทะเบียนในระบบพร้อมเพย์ เป็นทางเลือกให้ประชาชนใช้บริการโอนเงิน ไม่ได้บังคับ เพียงแต่อยากให้มีความสะดวกขึ้น เสียค่าบริการถูกลง ใช้เป็นช่องทางที่จะหาทางคืนเงินภาษีจ่ายเงินสวัสดิการต่างๆ ที่มุ่งหวังเพื่อคนที่มีรายได้น้อย ยืนยันข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนไม่รั่วไหล จะได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจสถาบันการเงิน และก็จะได้รับการตรวจสอบความถูกต้องโดยธนาคารแห่งประเทศไทย อยากให้ประชาชนได้เปิดใจทำความเข้าใจ อย่าไปหลงเชื่อคำบิดเบือน ใครจะใช้ก็ได้ตามความสมัครใจ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ที่มาลงทะเบียนขอใช้บริการแล้ว กว่า 9.7 ล้านราย สำหรับการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย ผู้ว่างงาน หรือผู้มีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี สัญชาติไทย และอายุ 18 ปีขึ้นไป ในช่วง 1 ก.ค.-15 ส.ค. ณ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยข้อมูลเชื่อมโยงไปยังทะเบียนราษฎร กระทรวงมหาดไทย เพื่อประมวลผลข้อมูลผู้มีรายได้น้อยจริงๆ นำไปใช้ในการจัดสวัสดิการสังคมได้ในอนาคต ทั้งนี้เพื่อให้การออกแบบสวัสดิการมีความเหมาะสม สมเหตุสมผล ไม่ให้มีการใช้งบประมาณแบบเหวี่ยงแหหรือประชานิยมในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อย่าเชื่อว่าจะเอามาใช้ประโยชน์เพื่อเก็บภาษี เพราะรัฐบาลเก็บภาษีจากคนไม่มีรายได้เพียงพอเป็นไปไม่ได้ มีแต่ว่าถ้ารัฐบาลมีสตางค์มากขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น เป็นไปได้หรือไม่ที่จะหาเงินใส่ให้ในบัญชี ไม่น่าดีใจหรือ และสิ่งที่เราทำได้ ไม่ได้ประชาสัมพันธ์หรือโฆษณาชวนเชื่อ

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงเรื่องของ นายคริสโตเฟอร์ เบญจกุล กับร้านเบเกอรี่ 60 plus bakery by Yamazaki & APCD ร้านนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพคนพิการเพื่อให้ประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองได้อย่างมีความสุขในสังคม โดยรัฐบาลได้สนับสนุนการดำเนินงานตามแนวทางประชารัฐ แทนที่จะส่งเสริมกิจการเพื่อสังคมสำหรับคนพิการ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสการทำงานของคนพิการให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เป็นความร่วมมือกันของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มูลนิธิศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCD) ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และบริษัทไทยยามาซากิ โดยข้อจำกัดพนักงานของร้านมากกว่าร้อยละ 80 เป็นคนพิการทางด้านร่างกาย ออทิสติก และคนพิการทางการได้ยิน

นายกฯ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีคนพิการประมาณ 1.6 ล้านคน โดย 7 แสนกว่าคน หรือเกือบร้อยละ 50 จบการศึกษาระดับประถมศึกษา และอยู่ในวัยทำงาน และก็มีเพียง 2 แสนกว่าคนเท่านั้น ที่ประกอบอาชีพมีรายได้ อีก 4 แสนกว่าคนไม่ได้ประกอบอาชีพ ดังนั้นขอเชิญชวนภาคธุรกิจเอกชนและทุกภาคส่วนช่วยกันส่งเสริมและเปิดโอกาสให้คนพิการได้เข้าทำงานมากขึ้น ปัจจุบันมีการจ้างงานคนพิการตามกฎหมาย ในอัตราส่วน 1 ต่อ 100 คน คิดเป็นร้อยละ 96.7 ซึ่งถือว่าอยู่ในสัดส่วนที่ดีขึ้นและมีการใช้มาตรการทางภาษีช่วยเหลือกับสถานผู้ประกอบการที่สามารถจ้างคนพิการด้วย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลนี้มุ่งมั่นให้คนพิการทุกประเภทได้ออกสู่สังคม สามารถแสดงศักยภาพ มีความสามารถในการทำงานเพื่อให้สังคมได้รับรู้ ยอมรับ และเข้าใจ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ โดยได้กำหนดให้ผู้แสดงความสามารถไม่เป็นผู้มีความผิดตามกฎหมาย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้