วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พท.ย้ำทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมแสดงความเห็นต่าง ร่าง รธน.

"จาตุรนต์" ชมเวทีดีเบตร่างฯ ดี เป็นประโยชน์ ยันทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วม อัด กรธ.ไม่ร่วมวงดีเบต เพราะกลัวชี้แจงไม่ได้ ด้าน "นพดล" จี้เปิดพื้นที่แสดงความเห็น ขณะที่ "ภูมิธรรม" ซัด กกต.คิดพิสดาร ทำไทยแลนด์โอนลี่ ไม่รายงานผลหน้าหน่วย จี้เร่งแก้ไขให้โปร่งใสก่อนจะสาย

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.59 ที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดเวทีสนทนาร่างรัฐธรรมนูญที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ว่า ตนเห็นว่ามีประโยชน์พอสมควร แต่ก็จะมีข้อเสียเรื่องเวลาที่สั้นไป และทำได้น้อย อีกอย่างการเลือกหัวข้อ อาจจะไม่ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ ทั้งนี้การเปิดให้มีเวทีถกแถลงเป็นเพียงวิธีหนึ่งในการเปิดโอกาสให้แสดงความเห็น ซึ่งยังมีอีกหลายวิธียังถูกปิดกั้นอยู่ อย่างการแจกเอกสาร จดหมาย หรือการเดินไปพูดชี้แจง จึงน่าเสียดายที่การแสดงความเห็นยังมีน้อยไป ส่วนทางเลือกหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการลงประชามติ ตนคิดว่าน่าจะเป็นความเห็นร่วมกันหลายฝ่ายที่เกิดจากการปรึกษาหารือกัน แลกเปลี่ยนความเห็นการร่างรัฐธรรมนูญ ก็สามารถให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้มากขึ้น คงเป็นไปไม่ได้ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะร่างเอง หรือสั่งให้ใครร่างตามใจชอบ โดยไม่ได้คำนึงถึงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วงที่ถูกปฏิเสธไปแล้ว หากยังเอาเนื้อหาเดิมๆ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หรือถูกประชาชน ตัดสินไปแล้วกลับมาอีก ก็จะไม่เป็นที่ยอมรับ ทั้งนี้กระบวนการที่ดีคือให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นที่ยอมรับและหลีกเลี่ยงการปะทะในสังคม

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่าอย่ามาบังคับเรื่องทางเลือก นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เป็นแค่การแสดงความเห็นเท่านั้น ซึ่งเป็นทางออกที่ดีไม่ได้บังคับ มีแต่ คสช.ที่บังคับคนอื่นตลอด  ซึ่งนายกฯ อาจจะมีความกลัวเกินไป ตลอด 2 ปีมานี้ ท่านมีความความเข้าใจน้อยไป ในเรื่องกระบวนการหาทางออกที่หลายฝ่ายมีส่วนร่วม และการเปิดโอกาสให้มีการโต้เถียงซึ่งกันและกัน อย่างการดีเบตแสดงความเห็นที่นายกฯ เข้าใจว่าอาจก่อความรุนแรงได้นั้น ความจริงแล้วเป็นวิธีหลีกเลี่ยงการตีกันมากกว่า

เมื่อถามถึงกรณีที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไม่เข้าร่วมเวทีดีเบตเวที นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เป็นความจงใจของ กรธ.ที่หาทางปิดกั้นเวทีแสดงความเห็น เพราะเขาอาศัยหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ระบุว่า ถ้าจะมีการถกเถียงกันหรือ ไปพูดเรื่องร่างรัฐธรรมนูญออกสื่อ จะต้องเชิญทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเขาใช้ช่องนี้ที่จะไม่ไป เพื่อให้เวทีจัดไม่ได้ แต่ก็ยังดีที่ว่าจะมี กรธ. บางคนจะเข้าร่วมเวทีในนามส่วนตัว  และอีกเหตุผลหนึ่งที่ กรธ. โดยเฉพาะนายมีชัย เลือกที่จะไม่เข้าร่วมโดยระบุว่าไม่ใช่หน้าที่ของตน ที่ต้องไปเถียงกับใครนั้น จริงๆ แล้วกลัวที่จะไปโต้แย้งกับคนที่ศึกษาร่างรัฐธรรมนูญมาดี แล้วชี้แจงเขาไม่ได้ ทั้งนี้ทางที่ดีทาง กรธ. ควรจะไปชี้แจง ซึ่งยิ่งออกชี้แจงมาก ก็จะยิ่งเป็นเรื่องดี และควรถือเป็นหน้าที่ ใครเชิญมาก็ควรไป เพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นได้เแสดงความเห็นบ้าง ไม่ใช่ กรธ. ไปแสดงความเห็น ไปพูดในเวทีของตัวเอง แล้วออกทีวีท่วประเทศอย่างที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นการเอาเปรียบและทำให้เห็นว่า กำลังปิดบังอะไรอยู่ ไม่ยอมให้ฝ่ายที่เห็น

ด้าน นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ พูดถูกแล้วที่ว่าประชาชนเป็นผู้กำหนดทิศทางประชาธิปไตย อยากเห็นรัฐบาลนำคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ไปลงมือทำให้เกิดผลขึ้นจริง บุคคลสำคัญในรัฐบาลและ คสช.บอกว่าสถานการณ์ในขณะนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และตนเชื่อว่าคนไทยมีความรับผิดชอบพอที่จะไม่ก่อความไม่สงบในช่วงก่อนการลงประชามติ จึงควรเปิดให้คนไทยมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางประชาธิปไตยตามคำพูดของนายกรัฐมนตรีโดยปราศจากความกลัว ไม่ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องห้ามการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าเริ่มมีความชัดเจนขึ้น เมื่อ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ระบุว่าการนับคะแนนและประกาศผลประชามติ จะพิเศษแตกต่างไปจากเดิม ทั้งนี้หัวใจของการทำประชามติของทั่วโลกคือเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสถกแถลง แสดงความคิดเห็นเต็มที่ หรือฟรีแอนแฟร์ สำหรับเมืองไทยเดินสวนทางกับชาวโลกตลอด แบบไทยแลนด์โอนลี่ มีแต่เฉพาะที่ไทย ไม่มีที่ไหนในโลกทำกัน และหากลงประชามติเสร็จ ทุกฝ่ายเฝ้าติดตามและคาดหวังที่จะให้มีกระบวนการนับและประกาศผลคะแนนที่แจ้งชัด เปิดเผยและสามารถตรวจสอบได้จนเป็นที่ยอมรับกัน แต่วิธีคิดของ กกต. กลับวิจิตรพิสดาร ที่ไม่อาจหาใครเทียบเคียงได้ เพราะนอกจากจะเป็นประชามติที่ตั้งอยู่บนความเงียบ วิธีนับคะแนนและการประกาศผลคะแนน ก็มีลักษณะที่จะถูกเฝ้าติดตามด้วยความห่วงกังวลจากทุกฝ่าย เช่น การไม่รายงานผลคะแนนหน้าหน่วย แต่ละหน่วยใช้แฟกซ์รายงานผลเพียง 6 เครื่อง และโทรศัพท์ 20 สาย เพื่อรายงานผลจากหน่วยลงประชามติประมาณ 100,000 หน่วยทั่วประเทศ

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ยังกล่าวด้วยว่า ที่สำคัญผลคะแนนประชามติจะรายงานเฉพาะที่เห็นชอบไม่เห็นชอบ แต่จะไม่รายงานผลของบัตรดีบัตรเสีย และการรายงานก็จะไม่แสดงผลให้เห็นว่าเป็นคะแนนที่มาจากหน่วยไหน ทั้งนี้รับทราบด้วยความไม่เข้าใจ และไม่สบายใจ หากผลประชามติที่เกิดขึ้นมีปัญหา และเกิดคำถามที่ทำให้ประชาชนเคลือบแคลง ไม่อยากเห็น กกต. ตกเป็นจำเลยหมายเลขหนึ่ง รีบคิดใหม่ รีบแก้ไขให้โปร่งใส ปราศจากความกังวลของหลายๆ ฝ่าย เพราะยังพอมีเวลา อย่าให้รู้สึกตัวอีกทีก็ช้าไปเสียแล้ว.

"จาตุรนต์" ชมเวทีดีเบตร่างฯดี เป็นประโยชน์ ยันทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วม อัด กรธ.ไม่ร่วมวงดีเบต เพราะกลัวชี้แจงไม่ได้ ด้าน "นพดล" จี้เปิดพื้นที่แสดงความเห็น ขณะที่ "ภูมิธรรม" ซัด กกต.คิดพิสดาร ทำไทยแลนด์โอนลี่ไม่รายงานผลหน้าหน่วย 22 ก.ค. 2559 17:54 22 ก.ค. 2559 21:15 ไทยรัฐ