วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฟังทัศนะมือสไนเปอร์ ส่องลำกล้อง เล็งดับชีพ JFK

ฟังทัศนะมือสไนเปอร์ ส่องลำกล้อง เล็งดับชีพ JFK

  • Share:
JFK กับ ภริยา ที่สนามบิน ก่อนเข้าไปยังจุดสังหาร

"หากเป็นผม จุดที่ชั้น 6 บนอาคารเก็บหนังสือโรงเรียนเทกซัส คือจุดที่ดีที่สุดสำหรับการลงมือเด็ดชีพ ประธานาธิบดีเคนเนดี้แล้ว!"

นี่คือบทสนทนาแรก ระหว่างนายฮกหลง แห่งทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ กับ มือสไนเปอร์ชั้นเซียน ที่เคยผ่านภารกิจร่วมงานกับมือสไนเปอร์ ทีมรักษาความปลอดภัย นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ครั้งเดินทางมาเยือนประเทศไทย เมื่อไม่นานมานี้! ....หลังถูกยิงคำถามจาก นายฮกหลง ว่า หากเขาเป็นสไนเปอร์ ลอบเข้าไปเด็ดชีพ JFK ในวันแห่งความเศร้าของอเมริกันชน เมื่อ 53 ปีที่ผ่านมา ควรจะไปวางตัวที่จุดใด?  

แต่เป็นที่น่าเสียดายมาก...ว่า ด้วยภาระหน้าที่ในฐานะ "มือสไนเปอร์"...ผู้ช่ำชองการพรางตัวท่านนี้ จึงไม่อาจเปิดเผยตัวตนได้ และขอให้ นายฮกหลง เรียกเขาว่า "แฟนท่อม" แทน ตลอดการสัมภาษณ์ในครั้งนี้

จุดที่กระสุน 3 นัด ยิงใส่ขบวนรถ JFK

สำหรับแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ท่านใด ยังงวยงงอยู่ว่า เอ๊ะนี่ พวกเขากำลังพูดกันเรื่องอะไรเนี่ย! นายฮกหลง ให้โอกาสแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ทุกท่าน ไปอ่านบทความตอนแรกกันอีกครั้งครับ…

ย้อนรอยวันดับชีพ JFK 53 ปีผ่าน ยังคงเป็นปริศนา?

เอาล่ะ ต่อกันติดแล้วใช่ไหมครับ งั้นเราไปคุยกับ สไนเปอร์ เจ้าของนามแฝง "แฟนท่อม" กันต่อเลยครับ

ทำไม หน้าต่างชั้น 6 ของอาคารเก็บหนังสือ โรงเรียนเทกซัส คือจุดที่ดีที่สุด?

สไนเปอร์ แฟนท่อม ตอบ นายฮกหลง แบบเสียงดังฟังชัด ทันทีทันใดว่า "ลองคิดตามหลักความเป็นจริงนะ...หากเป็นการยิงในแนวระนาบเดียวกัน โดยเฉพาะกับขบวนคุ้มกัน VIP ที่มีเจ้าหน้าที่อารักขาจำนวนมากแบบนั้น ทัศนวิสัยในการเล็งยิง จะถูกบดบังจากทั้งประชาชนสองข้างทาง รวมถึงเจ้าหน้าที่ ฉะนั้น การเล็งยิงจากเบื้องสูง จึงจะถูกต้องและเหมาะสมมากที่สุด เพราะระยะในการยิงก็ไม่ไกลมากนัก และที่สำคัญการแฝงเข้าไปวางตัว ในสถานที่ที่ไม่พลุกพล่านแบบนั้น ก็จะไม่เป็นที่สังเกตของคนทั่วไปอีกด้วย"

"หากแต่ว่า..."

อาคารเก็บหนังสือ จุดซุ่มยิงที่ดีที่สุด

หากแต่ว่า?...คำปริศนาชวนสงสัยที่ตามมา ทำให้ นายฮกหลง สนใจขึ้นมาทันที เอ...ฤาสารพัดทฤษฎีที่เชื่อมโยงไปถึงการลอบสังหารประธานาธิบดีหนุ่มรวยเสน่ห์ผู้นี้ จะเป็นจริง!

แฟนท่อม ครุ่นคิดสักครู่ ก่อนเอ่ยประโยคต่อมาว่า...หากแต่ว่า...ปืนที่ถูกระบุว่าใช้สังหารประธานาธิบดีเคนเนดี้ ตามที่ คณะกรรมการ Warren commission สรุปว่า มันเป็น ปืนแมนนิเชอร์ คาร์ชาโน (Mannlicher-carchano Model 91/38) ติดลำกล้อง นี่สิ...ที่เป็นโจทย์ที่ยากอยู่?

ปืนที่ ลี ฮาร์วี ออสวอลด์ (Lee harvey oswald) ใช้สังหาร JFK

โจทย์ยาก...ยากยังไงกันหรือครับ? นายฮกหลง สอบถามโดยพลัน!

มิสเตอร์แฟนท่อม นิ่งไปสักครู่ ก่อนลงมือเลกเชอร์ว่า ปืนชนิดนี้ ระยะยิงหวังผล อยู่ที่สักประมาณ 200 เมตร ฉะนั้น หากมันเป็นปืนที่ใช้สังหารจริง ผู้ที่ลงมือจะต้องเป็นผู้ที่มีทักษะและความชำนาญชั้นสูงพอสมควร...

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโจทย์ตามบทสรุปของ คณะกรรมการ Warren commission ที่ว่า ยิงถูกเป้า 3 นัด ภายในระยะเวลาเพียง 5.7 วินาที จาก ชั้น 6 ของอาคารเก็บหนังสือ ที่อยู่ห่างจากเป้าปลิดชีพ 264 ฟุต

จุดที่เป็นที่เล็ง พรากวิญญาณ JFK

จะไม่ต้องใช้ฝีมือขั้นเทพ ได้อย่างไร? แฟนท่อม เล่าให้นายฮกหลง ฟังต่อไปว่า 

ในเมื่อปืนที่ว่านี้ มันเป็นระบบโบลด์ ที่เมื่อยิงออกไป 1 นัด จะต้องตั้งดึงคันรั้งเพื่อขึ้นลูกใหม่ทุกครั้ง แปลว่าทุกๆ 1 นัด จะต้องมีกระบวนการทั้งดึงคันรั้ง แล้วเล็งยิงใหม่ทุกครั้ง ซึ่งตามประสามือสไนเปอร์ การเล็งยิงใหม่ทุกครั้งนั้น อาจมีจุดที่จะหักเหไปได้

ที่สำคัญ...จากที่ดูภาพในที่เกิดเหตุ ควรจะต้องมีที่พาดยิงเพราะเป้าสังหารเป็นเป้าเคลื่อนที่ ไม่ใช่ตั้งท่าประทับยิงเฉยๆ เพื่อช่วยให้เวลาเราโบลด์ปืน ปืนจะได้ไม่เคลื่อน ทำให้การเล็งยิงสะดวกและแม่นยำขึ้น เพราะฉะนั้น มันก็น่าแปลกอยู่เหมือนกันว่าทำไมในที่เกิดเหตุจึงไม่พบ ที่พาดยิง แต่กลับพบเพียงปืนกระบอกเดียว

หาก...เปลี่ยนจากมือสังหารเคนเนดี้ เป็น แฟนท่อม ใช้ปืนโบราณแบบนั้น เล็งยิงเป้าเคลื่อนที่ ด้วยความเร็ว 11 ไมล์ ต่อ 1 ชั่วโมง จากจุดที่อยู่ห่างไป 264 ฟุต ทางด้านหลัง โดยยิง 3 นัด ให้ถูกเป้า ตามโจทย์การสังหาร JFK คิดว่าจะใช้เวลาประมาณกี่วินาที?

มือสไนเปอร์แห่งสยามประเทศ เงียบไปนานเกือบครึ่งนาที เพื่อครุ่นคิดในคำถามนี้ ก่อนตอบ นายฮกหลง ว่า

หากเป็นผม เล็งยิงตามโจทย์นั้น คิดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 10 วินาที!

ในขณะที่อัตราที่จะถูกเป้าหมาย หากอยู่ภายใต้โจทย์ฺ 3 นัด 5.7 วินาที คือ 50%! หรือ ครึ่งต่อครึ่ง

จุดที่มือสังหาร จะเล็งได้จากอาคารเก็บหนังสือ

เช่นนั้นแล้ว คิดว่าการก่อการในครั้งนี้ น่าจะมี สไนเปอร์ ลงมือกี่คน?

มือเร้นกายแม่นปืน กล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากสถานที่เกิดเหตุแล้ว ส่วนตัวคิดว่า...มือปืนน่าจะมีเพียงคนเดียว ตามที่บอกไว้ตั้งแต่แรก เพราะสไนเปอร์ จริงๆ เวลาทำงานจะไม่ทำหลายคน เพราะเวลาเข้าจุด หรือ ถอนตัว คนเดียวมันทำได้ง่าย และไม่เป็นที่สังเกต 

เพียงแต่ว่า?...

แผนผังจุดลอบสังหาร

คนที่ยิงน่ะ อาจมีคนเดียวได้ แต่ขบวนการที่อยู่เบื้องหลังเพื่อวางแผน ไม่มีทางจะมีคนเดียวได้แน่นอน!

จะยิงคนระดับ VIP เป็นถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ เบื้องหลังต้องมีสมคบกัน และใช้ระยะเวลาเพื่อวางแผนมาพอสมควร 

คิดง่ายๆ ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลยน่ะสิ หากเป็นคนๆ เดียว ทำ...

เพราะอะไรน่ะหรือ? คนแค่คนเดียว มันจะไปรู้กำหนดการที่แน่ชัดของ VIP ที่เป็นถึงระดับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้อย่างไร ว่าจะมาถึงพื้นที่สังหารเมื่อไหร่? จะออกจากโรงแรมกี่โมง? ขึ้นเครื่องมากี่โมง? จะนั่งอยู่ตรงจุดไหนของรถ? ใครบ้างที่จะนั่งมาในรถ? และที่สำคัญ คนที่ลงมือ จะเอาอาวุธสังหาร ผ่านการตรวจค้นของระบบรักษาความปลอดภัย ที่เป็นถึงผู้นำสหรัฐฯ ไปวางไว้บนจุดสังหารได้อย่างไร? ...มันต้องมีการไปลงพื้นที่ เพื่อวัดจุดในการยิง...หาข้อมูลการเดินทางของ VIP...หาข้อมูลการรักษาความปลอดภัย  

คิดดูสิ! แค่คนเดียว มันจะทำได้อย่างไร?

หากจะไปนั่งรอยิงคนเดียว ก็นั่งไปเถอะ ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน... 

และอีกจุดที่น่าสนใจ คือ ขบวนการที่ร่วมลงมือครั้งนี้ ต้องมีการสื่อสารถึงกันในระหว่างการเตรียมลงมือ ซึ่งในสมัยนั้น ก็น่าจะเป็นระบบวิทยุสื่อสาร แล้วแบบนั้น มันเล็ดลอดการถูกดักฟังของทีม รปภ. มาได้อย่างไร?  

ฉะนั้น คนที่อยู่เบื้องหลังในการวางแผน ต้องมีหลายคนแน่นอน!

คนเยอะขนาดนี้ หากยิงในแนวระนาบเดียวกัน อาจถูกบดบังทัศนวิสัยได้

มือปืนคนที่ 2 ที่จุดเนินหญ้า เป็นไปได้หรือไม่?

เท่าที่เคยมีประสบการณ์ การทำงานร่วมกับทีม รปภ.ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มา คิดว่าเป็นไปได้ยากมากเหลือเกิน เพราะแม้จะเป็นสมัยอดีตเมื่อ 53 ปีที่แล้ว แต่ผมก็เชื่อมั่นว่า การตรวจตราภาคพื้นดิน เพื่อรักษาความปลอดภัยคนระดับผู้นำสูงสุดของเขา มันยากมากที่ใครจะเอาอาวุธไปยิงในจุดที่ใกล้ขนาดนั้น ซึ่งจะต้องมีการตรวจตราอย่างเข้มข้นเป็นพิเศษได้

เว้นแต่...

เว้นแต่อีกแล้ว?... นายฮกหลง หยุดหายใจชั่วครู่... เพื่อรอฟังอย่างตั้งใจ

เว้นแต่...จะมีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ หรือเป็นหนอนบ่อนไส้ นั่นแหละ ถึงจะเป็นไปได้! ปริศนาที่ชวนสงสัย ของ นายฮกหลง ได้รับความกระจ่างจาก เจ้าของรหัส แฟนท่อม ในที่สุด 

CE399 ทฤษฎีกระสุนวิเศษ!

ตามนิยามของ Warren commission ที่ระบุว่า หลังถูกยิงมาจากหน้าต่างของชั้น 6 อาคารเก็บหนังสือ มันพุ่งเข้าด้านหลังของเคนเนดี้ เอียงลงด้วยมุม 17 องศา (แผลที่ 1)...แล้วลอยตัวขึ้น เพื่อออกจากร่างเคนเนดี้ ด้านหน้าของคอ (แผลที่ 2)…จากนั้น มันรออีก 1.6 วินาที เพื่อเลี้ยวขวา กลางอากาศ จากนั้น เลี้ยวซ้าย-ขวา-และซ้าย ก่อนพุ่งเข้าร่าง ผู้ว่าฯ คอนเนลลี่ ด้านหลังรักแร้ขวา (แผลที่ 3)…จากนั้นพุ่งลงด้วยมุม 27 องศา โดนซี่โครงซี่ที่ 5 แล้วออกจากร่างทางด้านขวา ของทรวงอก (แผลที่ 4) จากนั้น มันเลี้ยวขวาแล้วพุ่งโดนข้อมือขวา ของผู้ว่าการรัฐฯ เทกซัส ทำให้กระดูกแขนแตก (แผลที่ 5) แล้วออกจากข้อมือ (แผลที่ 6) จากนั้น เลี้ยวยูเทิร์นแล้วฝังลงไปยังต้นขาซ้าย (แผลที่ 7) กระสุนนัดเดียว…สร้าง 7 บาดแผล จาก 2 บุคคล!

แฟนท่อม ฟังบรรยายสรุปของ นายฮกหลง ด้วยสีหน้าแปลกใจสุดหยั่งถึง ก่อนแสดงทัศนะว่า ส่วนตัวมองว่า ไม่ค่อยสมเหตุสมผลกับบทสรุปนี้เลย เพราะหากเป็นเช่นนั้นได้จริงๆ มันก็ไม่ต่างอะไรจากการถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง! สักนิด

นอกจากนี้ หลังจากได้ดูภาพกระสุนดังกล่าวแล้ว มันก็น่าแปลก เพราะดูแล้ว หัวกระสุน มันไม่ใช่ชนิดเจาะเกราะ เพราะหัวมันเป็นลักษณะทู่ๆ มันไม่น่าจะมีอำนาจขนาดทะลุร่างคน จากร่างหนึ่ง ไปอีกร่างหนึ่งได้เลย

ลี ฮาร์วี ออสวอลด์ (Lee harvey oswald) มือสังหาร หรือ แพะรับบาป

เล็งยิงกลางวันแสกๆ บนตึกไม่สูงนัก ทำไมไม่มีใครสังเกตเห็น?

สไนเปอร์ จะมีวิธีในการพรางตัว ด้วย แสง สี หรือฉากหลัง เช่น หากพระอาทิตย์ส่องไปทางนี้ จะต้องพรางตัวอย่างไร? จะพรางข้างหลังให้เป็นสีอะไร? คนข้างนอกจึงจะไม่สังเกตเห็น ฉะนั้น ถึงได้บอกไปในตอนต้นแล้วว่า จะต้องไปเข้าพื้นที่มาหลายวัน สำหรับการเตรียมการแน่นอน

ทีมอารักขา ผู้นำสหรัฐฯ เข้มงวดแค่ไหน? 

โอ้โห… แฟนท่อม ถึงกับหลุดอุทานเสียงดัง กับ นายฮกหลง ก่อนตอบคำถามนี้ 

เว้นระยะสักนิด แฟนท่อม จึงถ่ายทอดประสบการณ์ระดับอินเตอร์ เคียงบ่าเคียงไหล่ มือสไนเปอร์ระดับโลก ที่คุ้มกันประธานาธิบดีบารัค โอบามา เมื่อครั้งเดินทางมาประเทศไทย เมื่อไม่นานมานี้ว่า...

บังเอิญ… ผมได้มีโอกาสร่วมงานกับทีมสไนเปอร์ ที่คอยอารักขาผู้นำสหรัฐฯ ช่วงมาเยือนประเทศไทยพอดี…พวกนี้ต้องยอมรับว่าทุกคนเป็นมืออาชีพมาก และมีการแบ่งเป็นหลายชุด ตอนมาเมืองไทย น่าจะมีสักประมาณ 200 คนได้! ชุดแรกบินมาสำรวจล่วงหน้า เพื่อมาหาข่าว วางตัว ลงพื้นที่ ทำแผน รปภ. ชุดที่สอง จะบินมาพร้อมกับผู้นำสหรัฐฯ

ชุดแรก จะมีการลงพื้นที่ในจุดที่ผู้นำสหรัฐฯ จะเดินทางไปก่อนล่วงหน้าหลายวัน วิเคราะห์จุดเสี่ยงในแต่ละจุดอย่างละเอียด เพื่อทำแผนการรักษาความปลอดภัย ส่วนชุดที่สอง จะเดินตามแผนดังกล่าว ชนิดเป๊ะๆ ไม่มีนอกสคริปต์เลย พูดง่ายๆ...

เผลอเดินเข้าเขตหวงห้าม แม้จะเป็นทีม รปภ. ก็จะถูกยิงกระสุนบีบีกัน เตือน!

แล้วรู้อะไรไหม? ทีม รปภ.ของไทย ที่ถูกส่งเข้าไปร่วมการอารักขาด้วย จะเข้าไปยุ่งกับเขาไม่ได้เลย โดยเฉพาะในจุดที่เขาหวงห้าม หากคนไหนเผลอเดินเข้าไป เค้าจะมีปืนบีบีกันในรถคุ้มกัน เอาไว้คอยยิงใส่ เพื่อเตือนให้รู้เลยว่าห้ามเข้าไป จุดนี้เขาจะรับผิดชอบเอง ซึ่งจุดนี้ ห้ามพกพาอาวุธเด็ดขาด มันเข้มข้นมาก มีแบบแผนที่แน่ชัด

ปะทะไหล่ มือสไนเปอร์ระดับโลก ทีม รปภ.โอบามา

ส่วนการทำงานของพวกสไนเปอร์มะกันที่ผมไปร่วมด้วยนั้น มีหน้าที่เป็นทีมล่วงหน้าไปสำรวจ ในจุดที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังจะเดินทางไปก่อน ประมาณ 2 ชั่วโมง โดยจะนำกล้องตรวจการณ์ ไปส่องตรวจดูในจุดที่ล่อแหลมว่า อาจจะมีมือปืนไปแฝงตัวอยู่ ซึ่งเท่าที่มีโอกาสได้จับ ไอ้เจ้ากล้องที่ว่ามา บอกได้เลยว่า ประสิทธิภาพของมันสูงเอามากๆ ชนิดที่ว่า ผมไม่กล้าเอากล้องของเราไปโชว์ให้เขาเห็นเลย เพราะอายมาก จากนั้น แฟนท่อม ก็ระเบิดหัวเราะกับนายฮกหลง ด้วยความขวยเขิน เมื่อนึกถึงประสบการณ์ในอดีต

นอกจากนี้ เพื่อความปลอดภัย เวลารถกันกระสุนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไปถึงที่หมาย ก่อนที่จะลงจากรถ ทีม รปภ. เขาจะมีการเอาผ้ามาคลุมไว้ไม่ให้เห็นเวลาจะลงจากรถเสียด้วย ฉะนั้น คิดกันดูสิว่า เข้มงวดเรื่องความปลอดภัยกันมากขนาดไหน...แฟนท่อม ทิ้งท้ายประโยคให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ได้คิด  

โอกาส สไนเปอร์ แฝงตัวเล็งเด็ดชีพ ผู้นำสหรัฐฯ

แฟนท่อม กล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ตอบนายฮกหลง ว่า ขอพูดแบบนี้ครับว่า การรักษาความปลอดภัยในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตาม ไม่มีทางปลอดภัยได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเข้มงวดแค่ไหน ก็ต้องมีจุดบอด เพียงแต่คนที่ทำจะหาจุดบอดเหล่านั้นเจอได้หรือไม่ ก็แค่นั้น แต่กับระดับผู้นำสหรัฐฯ นั้น บอกได้แบบนี้ว่า มันก็มีโอกาสอยู่ แต่...ยากเอามากๆ บทสรุปการสนทนาระหว่างนายฮกหลง กับ แฟนท่อม จบลงด้วยประโยคนี้เช่นกัน

ภาพช่วงชีวิตสุดท้าย ของ JFK

นายฮกหลง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน  

ขอบคุณภาพประกอบจาก

http://www.alipac.us/f9/ten-facts-you-dont-know-about-jfk-assassination-290334/

http://www.democraticunderground.com/10024039484

http://kennysideshow.blogspot.com/2013/11/the-jfk-assassination-still-matters.html

http://www.slideshare.net/rbbrown/presentation17-30552354

http://www.latimes.com/nation/la-jfk-assassination-50-years-later-dto-htmlstory.html

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ 

reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้