วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปราบพยศกระทิงเปลี่ยวที่บุรีรัมย์ LAMBORGHINI HURACAN LP610-4 / 580-2

ปราบพยศกระทิงเปลี่ยวที่บุรีรัมย์ LAMBORGHINI HURACAN LP610-4 / 580-2

  • Share:

Lamborghini Accademia Extraordinary Driving Experience 2016 คืองานทดสอบกระทิงเปลี่ยวในสนามแข่งรถบุรีรัมย์ที่ถูกจัดขึ้นโดย Lamborghini และนิชคาร์ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Lamborghini ในประเทศไทย เป็นการเชิญสื่อมวลชนและลูกค้าลงไปทดลองขับซุปเปอร์คาร์ไซส์กะทัดรัด Lamborghini Huracan LP610-4 เวอร์ชั่นขับเคลื่อน 4 ล้อและ LP580-2 เวอร์ชั่นขับเคลื่อน 2 ล้อ โดยใช้สนามแข่งความเร็วสูง Chang international circuit ความยาว 4.554 กิโลเมตร พร้อมโค้งที่มีความหลากหลาย 12 โค้ง นับเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการนำเอาซุปเปอร์คาร์มาวิ่งเนื่องจากมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความพร้อมตลอดจนความท้าทายของผังสนาม

ในบางแง่มุม ซุปเปอร์คาร์อย่าง Lamborghini Huracan คือรถสปอร์ตเครื่องยนต์ V10 วางทำมุม 90 องศาความจุ 5.2 ลิตร กำลัง 449 กิโลวัตต์หรือ 610 แรงม้าพร้อมแรงบิด 560 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.2 วินาที 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 9.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เวอร์ชั่นขับเคลื่อน 4 ล้อในรุ่น LP610-4 กลายเป็นลัมโบร์ที่ขายดีที่สุด ส่วน LP580-2 เวอร์ชั่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ถูกลดระดับความแรงลงเล็กน้อยเพื่อทำให้ขับได้สนุกยิ่งขึ้นโดยมีเรี่ยวแรง 426 กิโลวัตต์หรือ 580 แรงม้า แรงบิดลดลงมาเล็กน้อยที่ 540 นิวตันเมตร สมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.4 วินาที และไปถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 10.1 วินาทีโดยมีความเร็วปลาย 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กระทิงทั้งสองรุ่นใช้ระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 7 สปีดแบบคลัตช์คู่ หรือ LDF 7 Speed พร้อมช่วงล่างดับเบิ้ลวิชโบนแบบปรับความแข็งได้

ผมก้าวเข้าไปนั่งใน Lamborghini Huracan LP610-4 สีส้มที่ส่งประกายจัดจ้านจนแสบตาท่ามกลางแสงแดดช่วงสายในสนามแข่งรถบุรีรัมย์ เริ่มต้นการปรับทุกอย่างให้เข้ากับการขับเร็วๆ ไม่ว่าจะเป็นท่านั่งกับระยะห่างของพวงมาลัย เบาะทรงอวกาศถูกวางอยู่บนพื้นรถจนให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่กลางถนนเนื่องจากความต่ำเตี้ย กดสวิตช์หน้าตาเหมือนปุ่มปล่อยขีปนาวุธซึ่งเป็นสวิตช์สตาร์ตเครื่องยนต์ เครื่อง V10 หายใจเองสะบัดตัวเล็กน้อยติดขึ้นมาพร้อมกับเสียงการทำงานในรอบเดินเบาที่ไม่ได้ดังมากอย่างที่คิด จากที่เคยขับเจ้า Huracan LP610-4 ไปเมื่อปีที่แล้ว พอมาเจอกันอีกทีในปีนี้ความรู้สึกเก่าๆ ก็เข้ามาครอบงำนั่นก็คือความงดงามดุดันและน่ากลัวที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ก่อนที่ผมจะเหนี่ยวแป้น Paddle Shift เข้าเกียร์ 1 แล้วถอนเท้าออกจากแป้นเบรกวิ่งตามรถคันนำซึ่งขับโดยสิรคุปต์ เมทะนี หรืออาจารย์อั๋นของน้องๆ นักแข่งรถในประเทศไทย

จำนวน 3 รอบสนามที่จะต้องซัดกับเจ้าวัวเถื่อนขับเคลื่อนสี่ล้อโดยปราศจากคำบงการของทีมงานจากอิตาลีของลัมโบร์ เป็นการทดสอบที่ขึ้นอยู่กับฝีมือควบคุมของตัวเองล้วนๆ โดยมีอาจารย์อั๋นคอยแนะนำวิธีการควบคุมพวงมาลัยมุดหัวเข้าไลน์ที่ถูกต้องในสนาม การใช้คันเร่งและเบรกเพื่อทำให้รถไปได้เร็วขึ้น นับเป็นการจัดงานระดับอินเตอร์ที่มีความสมบูรณ์แบบไม่ระวังหวงรถมากจนทำให้งานกร่อยเหมือนการจัดทดสอบของบริษัทรถจากญี่ปุ่นบางค่ายที่ควบคุมจนทำให้รู้สึกเหมือนกับเป็นนักโทษแหกคุกยังไงยังงั้น ความเป็นอินเตอร์ของทีมงาน Lamborghini ยังคล้ายกับการจัดทดสอบของทีมงานจากค่าย McLaren ที่สนามเซปัง โดยปล่อยให้ขับทดสอบอย่างเต็มที่ไม่คอยห้ามโน่นนี่นั่นจนทำให้ทุกอย่างดูแย่ลง

พ้นจากปากทางออกพิตเลน คันเร่งถูกกดลงจนสุดพร้อมๆ กับการระเบิดพลังงาน 610 แรงม้าลงไปบนล้อทั้งสี่ Huracan LP610-4 พุ่งลิ่วๆ เข้าไปที่โค้งสามด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ จังหวะกระแทกคันเร่งลงไปแรงๆมันตอบโต้กลับทันทีด้วยแรงดึงมหาศาล เป็นแรงดึงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันทีซึ่งหากไม่มีการเตรียมความพร้อมหรือระวังให้ดีๆ มีหวังได้ออกทะเลเป๋ปัด อัตราเร่งที่ดุเดือดเลือดพล่านส่งให้เจ้าวัวป่ากระโจนไปบนแทรคของสนามบุรีรัมย์ตามด้วยเสียงกรีดร้องของยาง Pirelli P Zero Corsa แบบต่างไซส์หน้าเล็กหลังใหญ่ ยางล้อหน้าขนาด 245/30ZR20 ย่อมกว่ายางล้อหลังที่ล่อกันถึง 305/30ZR20 กลไกขับ 4 แบบอิเล็กทรอนิกส์ กับการทำงานของเกียร์ทวินคลัตช์ให้ความรู้สึกเหมือนโดนผลักข้างหลังแรงๆ ทุกครั้งที่เกียร์เปลี่ยน สิรคุปต์ เมทะนี หรืออาจารย์อั๋นแจ้งมาทางวิทยุให้ใช้โหมดขับเคลื่อนปกติสำหรับการลองหวดเจ้ากระทิงเปลี่ยวในรอบแรก โหมด Strada นั้นคือโหมดปกติต่ำสุดหรือโหมดจ่ายกับข้าวของ Lamborghini Huracan ในโหมดนี้ทุกสิ่งทุกอย่างจะกลายเป็นแบบอัตโนมัติและออกแบบมาให้ขับได้ง่ายสำหรับใช้งานในเมืองหรือขับในสภาวะปกติ แม้จะเป็นโหมดต่ำสุดแต่ไม่ได้บั่นทอนประสิทธิภาพของเจ้าวัวแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นแรงดึงหนักโคตร การพุ่งทะยานไปข้างหน้าที่มั่นคงพร้อมตัวเลขความเร็วที่ไหลขึ้นไปไม่หยุดจนกว่าคุณจะแตะเบรกรวมถึงน้ำหนักของพวงมาลัยไฟฟ้าในโหมดปกติที่หนักกว่ารถบ้านประมาณ 2 เท่า

ผมประคองพวงมาลัยของ Lamborghini Huracan LP610-4 มุดเข้าโค้ง 3 แล้วทะยานผ่านโค้ง 4 พุ่งลิ่วๆ อย่างไม่ลดละตามท้ายรถของอาจารย์อั๋นเหมือนรถทั้งสองคันมีเชือกผูกติดกัน ความเร็วหลังจากผ่านโค้ง 4 เพิ่มขึ้นมากจนรู้สึกได้ถึงแรงที่เข้ามากระทำกับร่างกายของคนขับ เป็นแรงที่ทำให้รู้สึกสนุกและเสียวสันหลังไปพร้อมๆ กัน มันอาจจะไม่ได้เร็วเท่ากับ McLaren 675LT จอมพิฆาตซุปเปอร์คาร์ที่ผมเคยลองเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วในสนามเซปังแต่ก็นับว่าเร็วจี๋จนทำให้ต้องคิดล่วงหน้ามากกว่าการขับรถสปอร์ตที่มีม้าแค่ 300 ตัว ม้าทั้ง 610 ตัวที่ถูกปล่อยลงพื้นพร้อมแรงบิดระดับ 560 นิวตันเมตรไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแต่อย่างใดทั้งสิ้น ส่วนการควบคุมของเจ้าวัวเถื่อนตัวนี้ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากมากเกิน ขอแค่ไม่ติดลูกบ้ามากจนเกินงามคุณก็สามารถหวดเข้าโค้งแรงๆ ได้ราวกับเป็นสุดยอดนักแข่งฝีมือฉกาจ

ระบบควบคุมเสถียรภาพ ระบบช่วยทรงตัวและกลไกไฟฟ้านับสิบรายการคอยประคับประคองรถให้อยู่กับร่องกับรอยโดยไม่ต้องออกแรงขืนกับพวงมาลัยมากจนเกินไป ความง่ายในการควบคุมของเจ้า Huracan LP610-4 นั้นถูกปรับมาให้เหมาะกับเศรษฐีขี้เบื่อที่ไม่ค่อยมีฝีไม้ลายมืออะไรมากนัก ขอเพียงแค่ขับรถเป็นและไม่เสียสติทำอะไรบ้าๆ แค่นั้นเป็นพอ มันจะพาคุณพุ่งไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วพร้อมๆ กับความสนุกสนานจากแรงจีในโค้ง พวงมาลัยที่ย่านความเร็วสูงเบาลงมานิดนึงและให้ฟิลลิ่งที่ยอดเยี่ยม แป้นคันเร่งหยุ่นเท้าตอบสนองได้อย่างคงเส้นคงวากดลงไปเท่าไหร่ก็ให้กลับมาเท่านั้น โค้ง 5 ที่ต่อเนื่องกับโค้ง 6-7-8 ต้องระมัดระวังกันมากหน่อยเพราะมีมือระดับเซียนมาหมุนตรงจุดนี้มากต่อมาก เสียงวิทยุในรถของอาจารย์อั๋นแจ้งจุดของการเบรกพร้อมกับวิ่งเข้าไลน์ที่สวยงามเพื่อเปิดไลน์ให้ผมเรียนรู้และวิ่งตามเข้าไปด้วยความเร็วและมุมที่ถูกต้อง เมื่อมันถูกต้อง สิ่งที่ตามมาก็คือผมสามารถกระโจนผ่านโค้ง 5-6-7 ด้วยความเร็วที่ไม่เคยทำได้มาก่อน เล่นเอาเหงื่อซึมออกมาที่ฝ่ามือกันเลยทีเดียว

แพลตฟอร์มอะลูมินั่มอัลลอยกับคาร์บอนไฟเบอร์ของ Lamborghini Huracan นั้นเบากว่า Gallardo 10% ในขณะเดียวกันมันก็มีความแข็งมากกว่ารถรุ่นพี่ถึง 50% มีส่วนช่วยทำให้โครงสร้างของ Lamborghini Huracan นั้นมีการบิดตัวในโค้งน้อยมาก ระบบ LPI เปรียบได้กับประสาทส่วนกลางของเจ้ากระทิงเด็กคันนี้ โดยวิศวกรออกแบบให้ใช้ไจโรสโคป 3 ตัว และ Accelerometer อีก 3 ตัวติดตั้งเอาไว้ที่จุดศูนย์ถ่วงของรถ เจ้านี่จะเข้ามาควบคุมทุกอย่างในแบบ Real - Time โดยระบบประสาทส่วนกลางของเจ้าวัวป่าจะทำการสั่งงานไปที่พวงมาลัย ช่วงล่าง ระบบขับเคลื่อน ระบบ ESP ชุดเกียร์และการทำงานของเครื่องยนต์!! ทำให้ Lamborghini Huracan ตอบสนองต่ออาการทุกอย่างแทบจะในทันทีและในทุกกรณี ช่วงล่างแบบปีกนกคู่หรือดับเบิ้ลวิชโบนทำจากอัลลอยที่ผนวกกับโช้คอัพไฟฟ้าแบบปรับได้ รวมถึงพวงมาลัยเพาเวอร์กึ่งไฟฟ้าที่สามารถปรับอัตราทดการหักเลี้ยวให้ไวขึ้น พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่สามารถส่งแรงบิด 50% ไปที่ล้อหน้าผ่านเฟืองอีเล็กทรอนิกส์ หรือผกผันจัดแรงบิดเต็มๆ 100% ไปยังล้อหลังผ่านเฟืองท้ายแบบกลไกเพื่อทำให้ส่วนท้ายยึดเกาะได้มากยิ่งขึ้นในบางจังหวะจะโคน

แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางหรือแรงจีอัดร่างกายผมอย่างหนักหน่วงเมื่ออยู่กลางโค้ง 8 นี่คือโค้งความเร็วสูงในบุรีรัมย์ที่ผมเคยทำผิดพลาดกับ Mercedes Benz A45 AMG จนเกือบจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ เป็นโค้งที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่หากคุณพลาดที่โค้ง 6 และ 7 โค้ง 8 คือโค้งต่อเนื่องที่จะพาคุณบานออกจากแทรคอย่างง่ายดายชนิดทันทีทันใด หากการมุดเข้าโค้งมีความผิดพลาดทั้งไลน์ที่เข้าและความเร็วที่ใช้ เครื่องยนต์ V10 แบบหายใจเองไม่มีระบบอัดอากาศคอยช่วยเหลือของเจ้าวัวมีฝาสูบใหม่หมด หัวฉีดแบบพอร์ตอินเจคชั่นผ่านมาตรฐาน EURO-6 พละกำลังเพิ่มจาก Gallardo ถึง 40% แรงบิด 75% มีให้ใช้งานตั้งแต่ 1,000 รอบต่อนาทีเป็นต้นไป!! คุณสามารถลากมันได้ถึง 8,700 รอบต่อนาที การใช้ระบบ Auto Start/Stop และระบบตัดการทำงานของบางสูบช่วยลดภารกรรมของเครื่องยนต์ลงได้ถึง 11% ระบบส่งกำลัง Twin-Clutch Dopplia Frizione เป็นเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดที่ว่องไวสุดๆ พร้อมกลไก Electronic 4WD ควบคุมด้วยอีเล็กทรอนิกส์ มีส่วนช่วยทำให้เวลาต่อรอบในสนามช้างลดลงมาก นอกจากทำตัวเป็นรถขับสี่แล้วโครงสร้างของ Lamborghini Huracan ยังถูกออกแบบเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังอีกด้วยซึ่งผมจะได้ลองหลังจากหวดเจ้าวัวขับสี่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

Electronic 4WD มีผลทำให้ผมพุ่งเข้าสู่โค้ง 9 ต่อเนื่องโค้ง 10 ได้เร็วขึ้นเห็นๆ วิศวกรของ Lamborghini ให้ความเห็นว่า การใช้ชุดส่งกำลังที่ล้อหน้าควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ทำให้ Huracan แตกต่างจาก Gallardo ไม่ต้องรอให้เกิดอาการแล้วตัวช่วยถึงจะเริ่มเข้ามาจัดการกับอาการต่างๆ ขณะที่ Huracan จะเหมือนกับรถที่มีประสาทส่วนกลางไวมากเป็นพิเศษซึ่งเข้ามาแก้สถานการณ์ได้เร็วก่อนที่รถจะสูญเสียการควบคุมเนื่องจากความเจ๋งของระบบ Electronic 4WD นั่นเอง โค้ง 11-12 ก่อนจะออกทางตรงผ่านแกรนสแตน วิทยุจากรถคันนำแจ้งเปลี่ยนโหมดการขับเคลื่อนในรอบที่ 2 มาเป็น Sport Mode ในโหมดนี้ ทุกอย่างดูเร็วขึ้นมากไม่ว่าจะเป็นคันเร่งที่ไม่มีการประนีประนอม เสียงเครื่องยนต์และท่อระบายท้ายที่โหดขึ้นกับการทำงานที่เร็วโคตรๆ ของชุดส่งกำลัง อาจารย์อั๋นแจ้งว่า Sport Mode ใน Huracan เกียร์ทวินคลัตช์ยังคงทำงานในแบบ Full Auto หรือจะปรับการทำงานของเกียร์ให้เป็นแบบแมนนวลก็ได้ทั้งนั้น Sport Mode ให้ความรู็สึกที่เร็วและแรงกว่า Starda Mode ชนิดเทียบกันไม่ติด ในโหมด Starda นั้น เน้นให้คนขับมีความสบายมากยิ่งขึ้น ส่วน Sport Mode นั้น บุคลิกของมันจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคันอย่างชัดเจน สำหรับโหมดสูงสุด Corsa นั้น เจ้า LP610-4 จะแสดงแสนยานุภาพออกมาอย่างเต็มที่โดยระบบเกียร์จะมีเฉพาะแมนนวลเท่านั้นซึ่งคนขับจะต้องทำการสับเปลี่ยนอัตราทดด้วยตัวเอง

ผมผ่านรอบที่สองสำหรับการขับทดสอบ Huracan LP610-4 ด้วยโหมดสปอร์ตและทำให้รู้สึกได้ถึงความล้าของข้อมือและแขน พวงมาลัยไฟฟ้าควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์มีสวิตช์ติดอยู่เต็มไปหมดทั้งสวิตช์ไฟเลี้ยว สวิตช์ปัดน้ำฝน ปุ่มกดเปลี่ยนจอภาพมาตรวัดและปุ่มปรับโหมดการขับเคลื่อนที่มีชื่อเรียกว่า Anima เพิ่มเข้ามา คำนี้ในภาษาอิตาเลี่ยนแปลว่าวิญญาณ แต่ Anima ย่อมาจากคำว่า Adaptive Network Intelligent Management สำหรับใช้ปรับโหมดการขับเคลื่อน 3 รูปแบบ Starda / Sport / Corsa พวงมาลัยหุ้มหนังกลับ Alcantara มีแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ขนาดใหญ่เกือบครึ่งหนึ่งของวงพวงมาลัย ใน Sport Mode ที่เร็วจิ้ดทำให้ Huracan LP610-4 เปิดเผยความลับด้านงานวิศวกรรมจักรกลยุคใหม่ออกมาอย่างหมดเปลือก และยิ่งทำให้ Huracan เป็นรถที่ง่ายต่อการขับเร็วๆ ในสนาม คุณสามารถขับเจ้าวัวเถื่อนในโหมดนี้ได้อย่างสบายใจเฉิบแม้จะแรงขึ้นอีกเพียบแต่ก็ยังอยู่ในระดับของการควบคุม ที่สุดยอดมากก็คือน้ำหนักของพวงมาลัยที่หนักขึ้นอีกนิดทำให้รู้สึกตึงไม้ตึงมือแน่นกระชับไปทุกสัดส่วน คันเร่งตอบโต้กลับไวยิ่งกว่าเดิมซึ่งทำให้ต้องระวังมากยิ่งขึ้นหากคิดจะปล่อยม้ากันแบบหมดไส้หมดพุงต้องมีพื้นที่โล่งมากพอแบบสนามช้างนี่แหละครับ

รอบสุดท้าย วิทยุจากอาจารย์อั๋นแจ้งให้กดสวิตช์ปรับโหมดไปที่ Corsa ซึ่งเป็นโหมดขับเคลื่อนสูงสุด ในโหมดนี้ผมจะต้องยัดเกียร์ขึ้น-ลง ด้วยตัวเองเนื่องจากโหมด Corsa เกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่จะมีเพียงแค่แมนนวลโหมดเท่านั้น Corsa ปรับไดนามิกของตัวรถให้เปลี่ยนเป็นปิศาจวัวบ้าที่พร้อมอาละวาดไปทั่ว เสียงระเบิดปึงปังที่ท่อระบายท้ายยามถอนคันเร่งลดตำแหน่งเกียร์ ขับไปได้แค่ 4 โค้ง พอจะถึงโค้งที่ 5 ผม แอบเปลี่ยนโหมดกลับมาที่ Sport Mode อีกครั้งเนื่องจากไม่ชินกับการเปลี่ยนเกียร์และอาจทำให้เกิดอาการหลงเกียร์ได้ง่ายๆ เมื่อต้องขับเร็วจี๋แบบนี้ Sport Mode นั้น ทุกครั้งที่คุณยกคันเร่งเกียร์จะลดลงต่ำให้ 1 ตำแหน่ง หากมีการแตะเบรก บางจังหวะเกียร์ทวินคลัตช์สุดฉลาดก็ช่วยลดเกียร์ลงมาให้ 2-3 เกียร์เมื่อเซนเซอร์ตรวจพบว่ามีการใช้เบรกหนักๆ เกียร์จะลดลงมาทันทีพร้อมเสียงการทำงานของตัวเบิ้ลรอบที่สร้างความรู้สึกระทึกใจทุกครั้งที่รอบตวัดขึ้นจากการลดตำแหน่งเกียร์แบบอัตโนมัติ

น้ำหนักที่เบาลงกับแอร์โรพาร์ทแจ่มๆ ทำให้ LP610-4 เป็นรถซุปเปอร์คาร์ที่คล่องสุดติ่ง เบรกคาร์บอนเซรามิกเอาอยู่ในทุกสถานการณ์ การทำงานของเครื่องยนต์ในโหมดท้ารบปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างเต็มที่จนทำให้ขนลุก มันเร่งออกจากปลายโค้งได้ดีเอามากๆ โดยเฉพาะโค้งในสนามบุรีรัมย์ที่มีพื้นที่เหลือไว้สำหรับความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ช่วงล่างของเจ้าวัวเถื่อนนั้นอย่าหวังถึงความนุ่มสบายเนื่องจากถูกออกแบบมาเพื่อรับแรงหนักๆ เมื่อขับแบบจัดเต็ม อาการหน้าดื้อในโค้งลดลงมากและหากใส่หนักจนเข้าไปใกล้กับขีดจำกัดของตัวรถเจ้าวัวจะแสดงอาการที่คุณสามารถรับมือกับมันได้ ไม่หลุดแล้วหมุนทันทีเหมือนอย่างที่เคยเป็น แต่อย่าคิดว่ามันเป็นรถที่เชื่องไม้เชื่องมืออย่างเด็ดขาด เจ้าวัวพร้อมที่จะแว้งใส่คุณได้ตลอดเวลาหากฝีมือไม่แน่นพอแถมยังดอดเข้าไปปิดระบบควบคุมการทรงตัว เปิดเอาไว้เถอะหากคิดจะขับแบบจัดเต็ม การอัดเจ้าวัวหนักๆในสนามนั้นมันจะตอบโต้กลับด้วยการยั่วยุให้คุณขับมันเร็วขึ้นไปอีก ไม่มีลัมโบร์เครื่อง V10 คันไหนที่เจ๋งมากกว่ารถคันนี้อีกแล้ว ต่อให้คุณไม่ใช่นักแข่งระดับอาจารย์อย่างสิรคุปต์ เมทะนี ซึ่งทำเวลาต่อรอบในสนามช้างได้เร็วมากๆ คุณก็สามารถขับเจ้า LP610-4 ได้เร็วและรู้ด้วยว่าทำไมถึงไปได้เร็วขึ้น

เสร็จจากการปราบเจ้าวัวกระทิงป่ารุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ผมพักหายใจหายคอสักครู่แล้วเดินไปที่ Lamborghini Huracan LP580-2 สีเหลืองมุกที่ส่งประกายเรืองรองเปล่งปลั่งสุกสว่างสีทองเหลือบเหลืองเมื่อโดนแสงแดดในช่วงก่อนเที่ยงซึ่งเจ้าเหลืองคันนี้เป็นรถรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง เจ้านี่คือ Huracan ที่ปราศจากเฟืองขับหน้า ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือซุปเปอร์คาร์เครื่องยนต์ V10 ขับเคลื่อนล้อหลังที่เบาและมีราคาถูกลง LP580-2 ถูกกำหนดให้เป็นรถรุ่นพื้นฐานและเพื่อเป็นการรักษาชื่อเสียงของรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ เจ้า LP580-2 จึงถูกลดระดับของความแรงลงมาเล็กน้อยแต่ก็ยังมีอัตราเร่งที่ดุเดือดอยู่ดี คนของลัมโบร์แจ้งมาว่า Huracan LP580-2 เป็นรถที่ดิบสุดในปัจจุบันและเป็นตัวจริงเสียงจริงของพวกสุดยอดฝีมือ ได้ยินมาแบบนั้นทำให้ผมไม่เข้าใจกับคำว่า "รถรุ่นพื้นฐาน" เอาซะเลย สำหรับความแตกต่างด้านกายภาพภายนอกของรุ่นขับเคลื่อนสองล้อสามารถสังเกตุได้ที่สปอยเลอร์หน้าและขนาดของล้อกับยาง ล้ออัลลอยของรุ่นขับเคลื่อนสองล้อหลังมีขนาด 19 นิ้ว ส่วนยางก็ลดไซส์ลงมาเล็กน้อยโดยยังคงใช้ยางสปอร์ตสมรรถนะสูงของ Pirelli รุ่น P Zero Corsa เหมือนเดิม ยางล้อหน้าขนาด 245/35ZR19 ส่วนล้อหลังซึ่งเป็นล้อที่ใช้สำหรับขับเคลื่อนยัดยาง 305/35ZR19 เป็นอีกหนึ่งจุดที่แสดงให้เห็นถึงความต่างจาก LP610-4 รุ่นที่แพงกว่าอย่างชัดเจนที่สุด

กดสวิตช์ Enima ปรับโหมดไปที่ Strada Mode คาการทำงานของเกียร์ทวินคลัตช์เอาไว้ในแบบ Full Auto ออกจากปากพิตเลนห้อตามรถคันนำที่ขับโดยอาจารย์อู๋หรือ เมฆสิทธิ วีระปรศุ นักแข่งรถฝีมือฉกาจอีกคนที่ผมคุ้นเคย ขับคลานๆ ตามกันอยู่ดีๆ พอใกล้จะพ้นจากเส้นทึบสุดทางออกจากพิตเลน จู่ๆ นรกก็แตกออกมาตรงหน้า อาจารย์อู๋กดสวนคันเร่งเต็มเหนี่ยวนำเจ้า Huracan LP580-2 พุ่งลิ่วๆ นำห่างออกไปจนไกลลิบทำให้ผมตาเหลือกไล่ตามด้วยความยากลำบาก ผมห้อเจ้า LP580-2 มาจนความเร็วทะยานไปเกือบๆ จะถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ถึงจุดเบรกก่อนเข้าโค้ง 3-4 ซึ่งเป็นโค้งยูเทิรน์ กดเบรกลดความเร็วเต็มเหนี่ยวเนื่องจากต้องการไล่จี้ให้ติดท้ายรถคันนำจึงต้องหวดมาชนิดมิดคันเร่งและต้องใช้เบรคหนักมากกว่าเดิม อาการสอดหัวรถเข้าสู่หัวโค้งของ Huracan รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง LP580-2 ให้ความรู้สึกเบามือที่พวงมาลัยและเข้าโค้งได้เร็วกว่า LP610-4 นิดๆ เนื่องจากไม่มีเฟืองขับหน้า เกียร์ 7 ลดลงมาอยู่ที่เกียร์ 3 ทันทีที่เบรกถูกกดอย่างแรง เสียงเครื่อง V10 แผดสนั่นดังกึกก้องไปทั่วพร้อมรอบการทำงานของเครื่องยนต์ที่ตวัดขึ้นไปยังรอบสูงเมื่อเกียร์ถูกลดแบบอัตโนมัติ การยึดเกาะอันยอดเยี่ยมของยางหลังเมื่อไลน์และความเร็วที่วิ่งเข้าไปสอดรับกับมุมของโค้งทำให้ผมทะยานผ่านโค้ง 2-3 ได้แบบฉิวเฉียดแต่ยังคงห่างจากท้ายรถคันนำของอาจารย์อู๋ เมฆสิทธิ วีระปรศุ ชนิดสุดกู่

ถึงแม้ว่า Huracan เวอร์ชั่นขับสองจะเป็นรองรุ่นขับสี่อยู่นิดๆ แต่ความสามารถของรถรุ่นนี้ก็กลายเป็นที่ใฝ่ฝันของนักเลงลัมโบร์ตัวจริงเสียงจริงเพราะความเร้าอกเร้าใจยังคงมีให้อย่างเต็มที่ Cockpit แบบอลังการงานสร้างพร้อมหน้าจอมาตรวัดแบบ TFT thin film transistor ที่สามารถปรับหน้าจอได้ครอบคลุมมากกว่าจอภาพใน Cockpit ของเครื่องบินรบ F35 ห้องโดยสารโคตรจะแคบของมันนั่งได้กระชับรัดกุมราวกับสูทอิตาเลียนชั้นดีราคาแพง เครื่องยนต์ V10 ตัวเดียวกับ LP610-4 แต่โดนตอนให้ม้าน้อยลงมานิดนึงเนื่องจากทำตัวเป็นรถขับหลังเครื่องวางกลาง พลังของเครื่องยนต์พร้อมการทำงานอันว่องไวของเกียร์ทวินคลัตช์ไม่ได้สร้างความแตกต่างจากรถ Huracan เวอร์ชั่นขับสี่แม้แต่น้อย เกียร์เปลี่ยนลง 3 ตำแหน่งเมื่อเบรกถูกใช้งานอย่างหนักหน่วงก่อนที่จะพุ่งเข้าไปในโค้งความเร็วต่ำที่โค้ง 5 เลียคันเร่งเบาๆให้ความเร็วไม่ลดลงมากจนเกินไปในโค้ง 6-7 พร้อมๆ การการพุ่งพรวดยิงยาวเข้าสู่โค้ง 8 ซึ่งเป็นโค้งต่อเนื่องจาก 6 และ 7 เจ้าวัวขับสองแสดงออกถึงความมาดมั่นและไม่ได้ทำให้ความน่ากลัวของมันลดลงมาแม้แต่น้อย แม้แรงม้ากับแรงบิดจะเป็นรองรุ่นขับเคลื่อนทุกล้อแต่ LP580-2 นั้นมีวิชาตัวเบา โดยเฉพาะด้านหน้าที่เบาขึ้นทำให้รู้สึกได้ถึงความคล่องตัว การกระจายน้ำหนักส่วนใหญ่ตกลงไปที่ด้านหลังมากหน่อยที่ตัวเลข 40/60 ล้อหน้าที่เป็นอิสระปราศจากเฟืองขับทำให้ล้อคู่หน้าปั่นจี๋ตัวเปล่าๆ เติมเต็มภาพลักษณ์และอารมณ์ที่ดุดันโหดดิบชนิดเต็มเหนี่ยวคล้ายกับการควบ Ferrari 458 ช่วงล่างของมันก็ยังให้ความรู้สึกที่ยืดหยุ่นกว่ารุ่นขับสี่นิดๆ ถึงแม้จะลองทำอะไรบ้าๆ ในโค้ง เช่น เหยียบคันเร่งต่อเนื่อง เจ้า LP580-2 จะเริ่มต้นเสียอาการแบบค่อยเป็นค่อยไปซึ่งทำให้สามารถแก้อาการดังกล่าวได้อย่างง่ายดาย

วิศวกรของ Lamborghini แจ้งว่าได้ทำการปรับจูนค่าของโช้คอัพและสปริงใหม่หมดรวมถึงการปรับขนาดของเหล็กกันโคลงเพื่อส่งให้เจ้าวัวขับสองมีแฮนด์ลิ่งที่เฉียบคมมากยิ่งขึ้นและเหมาะกับพวกขาแรงสุดยอดฝีมือ ล้ออัลลอยลดขนาดจาก 20 นิ้วมาเป็น 19 นิ้วซึ่งสอดรับกับการคำนวณทางเรขาคณิต บริษัทยางอย่าง Pirelli พยายามปรับยางรุ่นใหม่ P Zero Corsa ให้มีแก้มยางแข็งขืนมากยิ่งขึ้นเพื่อสมรรถนะของการยึดเกาะ ส่งผลให้มันเกาะผิวแทรคราวกับตีนตุ๊กแกและให้ความรู้สึกของการควบคุมที่เป็นธรรมชาติมากกว่าการควบคุมที่ผ่านการสังเคราะห์ของอิเล็กทรอนิกส์ในรถซุปเปอร์คาร์คู่แข่งร่วมสัญชาติอิตาเลี่ยนอย่าง Ferrari ความเร้าใจในสไตล์กระทิงเถื่อนพันธุ์แท้ และการตอบสนองที่เต็มไปด้วยสีสันให้การควบคุมที่สนุกตื่นเต้นยิ่งกว่า Huracan LP610-4 มันเหมือนกับพวกตัวแสบที่มีทั้งพลังความแรงในระดับที่ไม่ธรรมดาและต้องการฝีมือในการควบคุมมากกว่าปกติ มือระดับไก่อ่อนสอนขันจึงไม่เหมาะกับการขับเจ้าวัวเวอร์ชั่นขับสองในแบบจัดเต็ม บนทางตรงยาวผมเร่ง LP580-2 ไปได้ถึง 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก่อนที่จะต้องเบรกกันเต็มเหนี่ยวแต่ก็ยังมีเพื่อนสื่อมวลชนบางคนที่สามารถทำความเร็วทางตรงได้ถึง 245 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

ความเร้าอกเร้าใจที่มากกว่า LP610-4 ด้วยส่วนหน้าของตัวรถที่เบากว่าทำให้ Huracan เวอร์ชั่นขับสองกลายเป็นที่ถวิลหาของพวกยอดฝีมือและพวกชอบขับแบบดริฟท์ การตอบสนองที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสีสันของความน่าประหวั่นพรั่นพรึงเมื่อเหนี่ยวเข้าไปในโค้งแรงๆ กลับกลายเป็นความชอบของพวกขาโหดไปโดยปริยาย โหมด Sport สร้างความสนุกปะปนไปกับความเสียวสยองเมื่อท้ายเริ่มบานออกทีละนิดทำให้ต้องคอยแต่งมุมองศาของพวงมาลัยเพิ่มอยู่ตลอดเวลาแตกต่างจาก LP610-4 ที่เข้าโค้งได้เนียนกว่าเนื่องจากระบบขับเคลื่อนทุกล้อคอยช่วยเหลือ อาการโอเวอร์สเตียร์บางๆ แบบค่อยเป็นค่อยไปใน LP580-2 เหมือนกับการเติมน้ำปลาชั้นดีลงไปในแกงจืดทำให้คุณซดมันได้คล่องคอมากยิ่งขึ้น

แม้แฮนด์ลิ่งจะมีความสมดุลและแชสซีส์ตอบโต้กลับมาด้วยความเที่ยงตรงแต่ Huracan LP580-2 ก็ยังต้องการคนขับที่มีฝีมือมากกว่า LP610-4 ที่ขับได้ง่ายกว่าแต่ไม่สนุกเท่าอยู่ดี ระหว่างรอบสุดท้ายที่สื่อมวลชนทุกคนผลักดันตัวรถเข้าสู่โหมด Corsa ซึ่งเป็นโหมดท้ารบผมกลับปล่อยให้โหมด Sport ทำงานไปตามเรื่องตามราวพร้อมกับผ่อนคันเร่งลงเพื่อดื่มด่ำกับจักรกลพิฆาตซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับมาพบกันอีก การยกคันเร่งในจังหวะของการเลี้ยวโค้ง น้ำหนักของ LP580-2 จะถ่ายออกด้านนอกของโค้งทำให้ส่วนท้ายของมันเบาขึ้นในชั่วขณะหนึ่ง การกระทำดังกล่าวช่วยให้มือระดับเกจิสามารถดริฟท์เจ้าวัวขับสองได้อย่างคล่องคอท่ามกลางควันของยางที่เริ่มไหม้อย่างรุนแรง นับเป็นลัมโบที่ดิบเถื่อนและแสดงออกถึงความโหดที่พร้อมชวนทะเลาะได้ทุกเมื่อเท่าที่คุณต้องการ.

Lamborghini Huracan LP610-4
เฟรมตัวถัง.....................อะลูมิเนียม คาร์บอนไฟเบอร์
พื้นผิวตัวถัง....................อะลูมิเนียม
ระบบกันสะเทือน...............ปีกนกคู่ ดับเบิ้ลวิชโบน
ระบบควบคุมการทรงตัว.......ESC
ระบบบังคับเลี้ยว...............พวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผัน LDS
ล้อและยาง
ล้อหน้า......................... อัลลอย 8.5jx20 245/30ZR20
ล้อหลัง..........................อัลลอย 11jx20 305/30ZR20
ระบบเบรก
ด้านหน้า........................จานเบรกคาร์บอนเซรามิก พร้อมคาร์ลิปเปอร์ 6 พอต
ด้านหลัง........................จานเบรกคาร์บอนเซรามิก พร้อมคาร์ลิปเปอร์ 4 พอต

เครื่องยนต์
แบบเครื่องยนต์.................V10 90' LDS 4 วาว์ลต่อสูบ
ปริมาตรความจุ.................5.2 ลิตร
กระบอกสูบxช่วงชัก.............84.5 mm x 92.8 mm
อัตราส่วนกำลังอัด...............12.7:1
กำลังสูงสุด.......................499 กิโลวัตต์ 610 แรงม้า ที่ 8,250 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด.....................560 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที
มาตรฐานมลพิษ..................EURO-6

ระบบขับเคลื่อน...................4WD
ระบบส่งกำลัง.....................เกียร์ทวินคลัตช์ LDF 7 Speed

สมรรถนะ
อัตราเร่งจาก 0-100...........3.2 วินาที
อัตราเร่งจาก 0-200...........9.9 วินาที
ความเร็วสูงสุด...................325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

มิติตัวรถ
ความกว้าง.......................1,924 มิลลิเมตร
ความยาว.........................4,459 มิลลิเมตร
ความสูง...........................1,165 มิลลิเมตร
ฐานล้อ.............................2,620 มิลลิเมตร
ความกว้างฐานล้อหน้า...........1,668 มิลลิเมตร
ความกว้างฐานล้อหลัง...........1,620 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการกระจายน้ำหนัก....43:57
น้ำหนักรถ.........................1,422 กิโลกรัม

Lamborghini Huracan Spyder LP610-4
เฟรมตัวถัง.....................อะลูมิเนียม คาร์บอนไฟเบอร์
พื้นผิวตัวถัง....................อะลูมิเนียม
ระบบกันสะเทือน...............ปีกนกคู่ ดับเบิ้ลวิชโบน
ระบบควบคุมการทรงตัว.......ESC
ระบบบังคับเลี้ยว...............พวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผัน LDS
ล้อและยาง
ล้อหน้า......................... อัลลอย 8.5jx19 ET42 245/35ZR19
ล้อหลัง..........................อัลลอย 11jx19 ET40 305/35ZR19
ระบบเบรค
ด้านหน้า........................จานเบรกคาร์บอนเซรามิก พร้อมคาร์ลิปเปอร์ 6 พอต
ด้านหลัง........................จานเบรกคาร์บอนเซรามิก พร้อมคาร์ลิปเปอร์ 4 พอต

เครื่องยนต์
แบบเครื่องยนต์.................V10 90' LDS 4 วาว์ลต่อสูบ
ปริมาตรความจุ.................5.2 ลิตร
กระบอกสูบxช่วงชัก.............84.5 mm x 92.8 mm
อัตราส่วนกำลังอัด...............12.7:1
กำลังสูงสุด.......................499 กิโลวัตต์ 610 แรงม้า ที่ 8,250 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด.....................560 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที
มาตรฐานมลพิษ..................EURO-6

ระบบขับเคลื่อน...................4WD
ระบบส่งกำลัง.....................เกียร์ทวินคลัตช์ LDF 7 Speed

สมรรถนะ
อัตราเร่งจาก 0-100...........3.4 วินาที
อัตราเร่งจาก 0-200...........10.2 วินาที
ความเร็วสูงสุด...................324 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

มิติตัวรถ
ความกว้าง.......................1,924 มิลลิเมตร
ความยาว.........................4,459 มิลลิเมตร
ความสูง...........................1,165 มิลลิเมตร
ฐานล้อ.............................2,620 มิลลิเมตร
ความกว้างฐานล้อหน้า...........1,668 มิลลิเมตร
ความกว้างฐานล้อหลัง...........1,620 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการกระจายน้ำหนัก....43:57
น้ำหนักรถ.........................1,542 กิโลกรัม

Lamborghini Huracan LP580-2
เฟรมตัวถัง.....................อะลูมิเนียม คาร์บอนไฟเบอร์
พื้นผิวตัวถัง....................อะลูมิเนียม
ระบบกันสะเทือน...............ปีกนกคู่ ดับเบิ้ลวิชโบน
ระบบควบคุมการทรงตัว.......ESC
ระบบบังคับเลี้ยว...............พวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผัน LDS
ล้อและยาง
ล้อหน้า......................... อัลลอย 8.5jx20 245/30ZR20
ล้อหลัง..........................อัลลอย 11jx20 305/30ZR20
ระบบเบรก
ด้านหน้า........................จานเบรกคาร์บอนเซรามิก พร้อมคาร์ลิปเปอร์ 6 พอต
ด้านหลัง........................จานเบรกคาร์บอนเซรามิก พร้อมคาร์ลิปเปอร์ 4 พอต

เครื่องยนต์
แบบเครื่องยนต์.................V10 90' LDS 4 วาล์วต่อสูบ
ปริมาตรความจุ.................5.2 ลิตร
กระบอกสูบxช่วงชัก.............84.5 mm x 92.8 mm
อัตราส่วนกำลังอัด...............12.7:1
กำลังสูงสุด.......................426 กิโลวัตต์ 580 แรงม้า ที่ 8,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด.....................540 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที
มาตรฐานมลพิษ..................EURO-6 REV-2

ระบบขับเคลื่อน...................ขับเคลื่อนล้อหลัง
ระบบส่งกำลัง.....................เกียร์ทวินคลัตช์ LDF 7 Speed

สมรรถนะ
อัตราเร่งจาก 0-100...........3.4 วินาที
อัตราเร่งจาก 0-200...........10.1 วินาที
ความเร็วสูงสุด...................320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

มิติตัวรถ
ความกว้าง.......................1,924 มิลลิเมตร
ความยาว.........................4,459 มิลลิเมตร
ความสูง...........................1,165 มิลลิเมตร
ฐานล้อ.............................2,620 มิลลิเมตร
ความกว้างฐานล้อหน้า...........1,668 มิลลิเมตร
ความกว้างฐานล้อหลัง...........1,620 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการกระจายน้ำหนัก....43:57
น้ำหนักรถ.........................1,389 กิโลกรัม

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้