วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


อยากมีงานทำมั้ย?? 5 สเต็ปขั้นเทพ สัมภาษณ์ให้ผ่านฉลุย

ทำไมเดินสายสัมภาษณ์งานทีไร ถึงเงียบหายทุกครั้ง โปรไฟล์ก็ดี พรีเซนต์ก็พอได้ แต่ทำไม๊ ทำไม ถึงยังตกงานอยู่เรื่อยไป พี่แคมปัสมีวิธี 5 สเต็ปขั้นเทพ บอกลาอาการตกงาน ที่อาจส่งผลต่อลำไส้ ที่อาจแห้งขอดเพราะตกงานได้ ลองมาดูวิธีเหล่านี้ จะช่วยคุณน้องๆ หนูๆ ให้ได้งานอย่างสาสมแก่ใจ

สเต็ปที่ 1 เตรียมความคิด ทำการบ้าน

เริ่มจากศึกษาตำแหน่งที่จะไปสัมภาษณ์งาน และเตรียมคิดว่า เรามีความรู้หรือคุณสมบัติอะไร ที่ทำให้บริษัทที่หมายตาไว้ หรือเขาควรจ้างเราบ้าง เช่น ความสามารถในการสื่อสารระหว่างบุคคล, ความสามารถทางด้านการขาย ฯลฯ ต้องทำการบ้านเอาไว้ล่วงหน้าก่อน เพื่อที่จะสามารตอบคำถามได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นธรรมชาติ และแสดงศักยภาพของเราออกมาอย่างเต็มที่ รวมถึงเขียนเรซูเม่ให้น่าสนใจ เน้นทักษะที่ตรงกับคุณสมบัติของงานลงไป จัดหน้าให้อ่านง่าย และแบ่งหัวข้อชัดเจน ส่วนรูปภาพควรปรับแสง รีทัชแต่พอดี แค่นี้ก็พร้อมสำหรับการเตรียมตัวสเต็ปถัดไป

สเต็ปที่ 2 เติมทักษะที่ขาด  

น้องๆ หนูๆ จะต้องขวนขวายเพิ่มเติมทักษะที่จำเป็นในงานเป้าหมาย เพื่อทำให้เราเป็นเหมือนทรัพยากรที่มีค่ากับองค์กรมากขึ้น รวมถึงอาจจะเป็นคนที่พัฒนาองค์กรได้ถูกทิศถูกทางมากขึ้นด้วย เช่น HR ในปัจจุบัน นอกจากจะเป็นผู้คัดสรรบุคคลแล้ว ยังต้องมีความรู้ด้านการตลาด การบริหาร เพื่อสร้างกระบวนการสรรหาที่ตอบโจทย์องค์กรมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าทักษะภาษาอังกฤษนั้น ยังเป็นทักษะทางภาษาอันดับ 1 ที่องค์กรต้องการ แต่หากมีภาษาที่ 2 หรือ 3 ด้วย ก็จะเป็นที่หมายตามากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับทักษะคอมพิวเตอร์ แค่ Microsoft office คงยังไม่พอ อาจต้องเรียนรู้ทักษะโปรแกรมอื่นๆ เพิ่มเติม

สเต็ปที่ 3 ว่าด้วยเรื่องของ "ทัศนคติ"

ทัศนคติเชิงบวก เป็นสิ่งที่องค์กรและบริษัทต่างๆ ต้องการมาก เพราะบุคคลที่มีทัศนคติเชิงบวก มักจะดึงดูดความสำเร็จเข้ามา ด้วยแนวคิดแง่ดี เช่น เราสามารถทำได้ เรามีความสุข และเราต้องทำให้ได้ แนะนำว่าก่อนสัมภาษณ์งาน ควรทำความรู้จักแบล็กกราวด์ของบริษัทที่เรากำลังจะไปสัมภาษณ์ ดูว่าลักษณะงานตรง กับสิ่งที่เรากำลังมองหาอยู่หรือไม่ จากนั้นลิสต์แนวคำถามและคำตอบ ที่คาดว่าจะถูกถามไว้คร่าวๆ เพื่อเตรียมพร้อม แต่ขณะเดียวกัน ต้องมีสติบวกกับไหวพริบในการแก้ปัญหาของตัวเองด้วย ในกรณีที่เจอคำถามที่ให้แสดงความคิดเห็น จำไว้ว่า จงเป็นตัวของตัวเองและมองโลกในแง่บวกเข้าไว้ ซึ่งถ้าผ่านไปได้ ก็จะแสดงถึงความมีสติ รอบรู้ และความเป็นผู้นำของเรา

สเต็ปที่ 4 เช็กบุคลิกภาพและการแต่งกายให้พร้อม

เพราะบุคลิกภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ทางที่ดีขณะที่สัมภาษณ์งานอยู่นั้น ควรนั่งหลังตรง และพยายามใช้ท่าทางประกอบการพูด เพื่อให้ดูผ่อนคลาย เป็นธรรมชาติ สง่า แต่ก็ต้องไม่มากเกินไปจนน่าเกลียด ที่สำคัญต้องมีศิลปะในการพูด โดยตอบคำถามอย่างมีเหตุมีผล ตรงประเด็น ฉะฉาน และมีน้ำเสียงชวนฟัง พร้อมกับเตรียมเรื่องการแต่งกายให้พร้อม เนื่องจากจุดนี้เป็นตัวบ่งบอกถึงความพิถีพิถันและเอาใจใส่ตัวเอง ทุกครั้งที่ไปสัมภาษณ์งาน ควรเลือกเครื่องแต่งกายที่ถูกกาลเทศะ เหมาะกับบุคลิกภาพของตัวเอง อย่าให้มากหรือน้อยเกินไป

สเต็ปที่ 5 สร้างความประทับใจผ่านการสื่อสารทางสายตา

สายตาบ่งบอกความรู้สึกได้ ไม่ว่าจะรัก จะชอบ ไม่ชอบ เคารพนับถือ ไปจนถึงความรู้สึกมุ่งมั่น ดังนั้น เวลาสบสายตาผู้สัมภาษณ์ เราต้องใช้สายตาที่มีความสุภาพเรียบร้อย จะได้ไม่ทำให้ดูก้าวร้าว และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะทำตาล่อกแล่ก เมื่อเจอคำถามสุดหิน เพราะนั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณกำลังรู้สึกไม่มั่นใจนั่นเอง ส่วนคนไหนที่สายตาสั้นแล้วใส่แว่นสายตาอยู่นั้น อาจจะลองมองหาตัวช่วยเพิ่มความคล่องตัวและปรับบุคลิกภาพให้ดูกระฉับกระเฉง เสริมความมั่นใจผ่านการแสดงออกทางสายตามากขึ้นด้วยการใส่คอนแทคเลนส์ จะได้ไม่ต้องคอยจับแว่นตาในระหว่างสัมภาษณ์งานเวลาที่ขยับตัวแล้วแว่นตา เคลื่อนไปมาส่งผลให้ไม่โฟกัสในสิ่งที่กำลังสัมภาษณ์และยังทำให้เสียบุคลิกอีกด้วย หรือจะทดลองใส่คอนแทคเลนส์ล่วงหน้าก่อนสัมภาษณ์งานสัก 2-3 วัน เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความมั่นใจในขณะสัมภาษณ์มากยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้ดวงตาก็จะดูสุภาพ น่าเชื่อถือ สวยมั่นใจ สร้างความประทับใจแรกพบได้แน่นอน
 
พี่แคมปัสเอาเคล็ดลับดีๆ จาก Johnson & Johnson vision care Thailand มาฝากแล้ว ที่เหลือส่งมอบหน้าที่ให้น้องๆ ไปปฏิบัติตามกันต่อ หวังว่าทุกคนที่อยากได้งานทำ จะได้ทำงานในเร็วๆ วันนี้นะ เพี้ยง....

ทำไมเดินสายสัมภาษณ์งานทีไร ถึงเงียบหายทุกครั้ง โปรไฟล์ก็ดี พรีเซนต์ก็พอได้ แต่ทำไม๊ ทำไมถึง... 22 ก.ค. 2559 15:56 24 ก.ค. 2559 00:35 ไทยรัฐ