วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

AEC Go On 23/07/59

AEC จัดเป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในระดับแรก คือ เขตการค้าเสรี (Free Trade Area) จากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ 5 ระดับซึ่งแตกต่างจากสหภาพยุโรป (EU) ที่เป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับที่สูงขึ้นไป ทำให้โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์แบบ Brexit เหมือน EU แทบไม่มีเลย เพราะแต่ละ ประเทศสมาชิกของ AEC สามารถดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองในประเทศและระหว่างประเทศได้โดยเอกเทศและเป็นอิสระต่อกัน ผิดกับ EU ที่ต้องดำเนินนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะระหว่างประเทศสมาชิกเหมือนกันภายใต้กฎหมายที่ EU ออกไว้

สำหรับการรวมกลุ่มเศรษฐกิจในระดับที่ 2 คือสหภาพศุลกากร (Customs Union) เป็นเขตการค้าเสรีที่สมาชิกทุกประเทศเรียกเก็บภาษีศุลกากรกับประเทศนอกกลุ่มสมาชิกในอัตราเดียวกัน ซึ่งสหภาพยุโรปเคยผ่านขั้นตอนนี้มาแล้วในปี 1958 หรือ พ.ศ.2501 ส่วนการรวมกลุ่มในระดับที่ 3 ได้แก่ ตลาดร่วม (Common Market) เป็นเขตการค้าเสรีและ สหภาพศุลกากรที่สามารถเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตต่างๆ ทั้งทางด้านทุน แรงงานและเทคโนโลยี รวมทั้งผู้ประกอบการได้โดยเสรี ซึ่ง EU ได้ผ่านขั้นตอนนี้ไปแล้ว ขณะที่ AEC มีบางส่วนที่ปฏิบัติคล้ายๆกับตลาดร่วมคือเคลื่อนย้ายทุน แรงงานบางสาขาและเทคโนโลยีได้เสรีแต่จำกัดการเคลื่อนย้าย แรงงานไม่มีฝีมือ และไม่ได้คิดภาษีศุลกากรจากประเทศนอกกลุ่มเท่ากัน

ระดับที่ 4 คือสหภาพเศรษฐกิจ (Economic Union) เป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจโดยสมบูรณ์ โดยมีความร่วมมือในเรื่องนโยบายทาง เศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง เหมือน EU ในปัจจุบันที่กำหนดเป้าหมายและนโยบายทางเศรษฐกิจและการเมืองเหมือนๆกันภายใต้รัฐสภาของ EU

ส่วนระดับสุดท้ายคือสหภาพเหนือชาติ (Supranational Union) เป็นการรวมกลุ่มในทุกด้าน (เช่น การทหาร การเมือง เป็นต้น) ของประเทศสมาชิกภายใต้รัฐบาลร่วม ซึ่ง EU พยายามเคลื่อนตัวไปสู่การรวมกลุ่มระดับสุดท้ายผ่านความพยายามขยายขอบเขตของ Euro Zone และเรื่องอื่นๆ เหตุผลที่ชาว UK โหวตออกจาก EU เพราะรู้สึกว่า UK ไม่เป็นอิสระในการดำเนินนโยบายต่างๆ ตลอดจนปัญหาแรงงานที่เคลื่อนย้ายเข้ามาทำงานใน UK จำนวนมาก และการที่ UK ต้องจ่ายเงินดูแลประเทศสมาชิก EU อื่นที่มีเศรษฐกิจที่อ่อนแอกว่า.

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ

22 ก.ค. 2559 10:42 ไทยรัฐ