วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รู้จัก 'เฟตุลเลาะห์ กูเลน' อดีตมิตรผู้กลายเป็นคู่อาฆาตของผู้นำตุรกี

เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 15 ถึงวันเสาร์ที่ 16 ก.ค. ทหารในประเทศตุรกีก่อการรัฐประหารหมายยึดอำนาจจากประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ซึ่งกำลังพักร้อนที่เมืองตากอากาศมาร์มาริส ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ จนเกิดการปะทะกับกองกำลังที่ภักดีกับรัฐบาลหลายจุดทั่วประเทศ ซึ่งบทสรุปของความรุนแรง คือ กองกำลังฝ่ายกบฏถูกทหารฝ่ายรัฐบาลปราบปรามอย่างราบคาบ ขณะที่ประชาชนมากมายก็ออกมาเดินขบวนแสดงพลังสนับสนุนประธานาธิบดีเอร์โดอัน แต่ความพยายามยึดอำนาจครั้งนี้ก็ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 200 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 1,500 คน

หลังเหตุการณ์สงบลงไม่ถึง 1 วัน รัฐบาลตุรกีก็เริ่มปฏิบัติการกวาดล้างผู้ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อรัฐบาลดังกล่าว โดยจนถึงวันพุธที่ 20 ก.ค. มีเจ้าหน้าที่ในภาคส่วนต่างๆ เช่น กองทัพ, ตุลาการ, ตำรวจ, การศึกษา และสื่อ ถูกจับกุม, ปลดจากตำแหน่ง หรือพักงานแล้วมากกว่า 50,000 คน ขณะที่ประธานาธิบดี เอร์โดอัน ก็ออกโรงกล่าวหา นายเฟตุลเลาะห์ กูเลน อิหม่ามผู้ลี้ภัยในสหรัฐฯ ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความพยายามโค่นอำนาจของเขาในครั้งนี้

เฟตุลเลาะห์ กูเลน เป็นใคร?

ศัตรูทางการเมืองคนสำคัญของประธานาธิบดีเอร์โดอัน อย่าง นายเฟตุลเลาะห์ กูเลน กลายเป็นจุดศูนย์กลางการแบ่งแยกในสังคมตุรกีทั้งระหว่างผู้นับถือศาสนาอิสลาม, ในกองทัพ และรวมไปถึงภายในพรรครัฐบาลเอเคพี ของนายเอร์โดอันเอง

นายกูเลน เกิดที่เมืองเออร์ซูรูมในประเทศตุรกี เมื่อปี ค.ศ. 1941 เป็นบุตรชายของอิหม่าม รามิซ กูเลน โดยปัจจุบันกูเลนผู้ลูกมีอายุ 75 ปี เนรเทศตัวเองหลังเขาเดินทางจากตุรกีเข้าสู่สหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 1999 และไปใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ อยู่ที่เมืองเซย์ลอร์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ไม่ค่อยออกมาแสดงความคิดเห็นกับสื่อ และปฏิเสธการติดต่อขอสัมภาษณ์กับสำนักข่าวใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง ซีเอ็นเอ็น มาตลอด 4 ปี

ในวัยหนุ่ม นายกูเลนสอนศาสนาอิสลามรูปแบบฮานาฟี ซึ่งกลายมาจากคำสอนของ ซาอิด นูรซี นักวิชาการศาสนาอิสลามนิกายสุหนี่ ก่อนจะสร้างกลุ่มเคลื่อนไหวที่ถูกเรียกว่า 'ฮิซเม็ต' ขึ้นมา

กลุ่มฮิซเม็ตอันทรงอิทธิพล

ผู้ภักดีกับนายกูเลนในตุรกีจะถูกเรียกว่า 'กูเลนิสต์' ซึ่งทั้งหมดเป็นสมาชิกกลุ่มเคลื่อนไหว 'ฮิซเม็ต' (Hizmet) ของนายกูเลน ซึ่งถูกรัฐบาลตุรกีจัดให้เป็นองค์กรก่อการร้าย โดยกลุ่มเคลื่อนไหวนี้มีผู้สนับสนุนนับล้านคนในตุรกี และอีกมากมายในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก

ฮิซเม็ตก่อตั้งองค์กรอิสระ (เอ็นจีโอ) มากมาย รวมทั้งโรงเรียนสหศึกษาหลายร้อยแห่ง, ศูนย์กวดวิชาฟรี, โรงพยาบาล และหน่วยงานบรรเทาทุกข์ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าช่วยแก้ปัญหาทางสังคมหลายอย่างในตุรกี ปัจจุบันนายกูเลนและผู้สนับสนุนเขายังขยายเครือข่ายโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไปกว่า 180 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศมุสลิม ขณะที่ในสหรัฐอเมริกาก็มีโรงเรียนของเขาอีกนับร้อยแห่ง

ขณะที่นักวิเคราะห์ทั้งในตุรกีและในต่างประเทศเชื่อว่า นายกูเลนยังมีฝ่ายสนับสนุนเขาในรัฐสภาตุรกี และกลุ่มเคลื่อนไหวของเขาควบคุมสื่ออิสลามอนุรักษนิยมที่มีผู้อ่านกว้างขวางอย่างหนังสือพิมพ์ 'ซามาน', ธนาคารเอกชน 'แบงก์ อัสยา', สถานีโทรทัศน์ 'ซามานยูลู ทีวี' รวมทั้งสื่อและธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย ไม่เว้นแม้แต่เหมืองทองคำ

ลี้ภัยในสหรัฐฯ

หลังจากการรัฐประหารของกองทัพในปี 1980 นายพลของตุรกีหลายคนตั้งข้อสงสัยในคำสอนของนายกูเลน และกล่าวหาเขาว่า พยายามล้มล้างรัฐบาลและตั้งการปกครองโดยกฎหมายอิสลาม พวกเขายังนำใบประกาศจับของนายกูเลนไปติดที่สถานีรถประจำทางที่ผู้คนพลุกพล่านที่สุดในตุรกีด้วย

เรื่องดังกล่าวทำให้ กูเลนต้องเกษียณตัวเองจากหน้าที่สอนศาสนาในรูปแบบเป็นทางการในปี 1981 แต่หลังจากหลบหนีการจับกุมมา 6 ปี ในที่สุดเขาก็ถูกจับกุมตัวได้ อย่างไรก็ตาม เขาได้รับการช่วยเหลือจากนาย ตูร์กุต โอซัล นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นและได้รับอิสรภาพ จากนั้นระหว่างปี 1988-1991 นายกูเลนได้ไปเทศนาตามมัสยิดต่างๆ ในเมืองใหญ่ๆ ของตุรกี กูเลนยังได้พบปะกับพระสันตะปาปาจอห์น ปอล ที่ 2 เมื่อปี 1998 และได้เริ่มมีการติดต่อเจรจาและปฏิสัมพันธ์กับชาวคาทอลิกเป็นต้นมา และได้เริ่มเคลื่อนไหวเผยแพร่แนวคิดของเขาต่อสังคมและทำงานร่วมมือกับทางโบสถ์ของชาวคาทอลิกมาโดย

ตลอดต่อมาในปี 1999 นายกูเลนเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เพื่อตรวจสุขภาพ โดยอ้างเรื่องปัญหาสุขภาพที่ย่ำแย่ลง หลังจากเขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานในช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 และเริ่มมีอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม สถานีโทรทัศน์เอกชนในตุรกีได้เผยแพร่คลิปวิดีโอการเทศนาของนายกูเลนที่รั่วไหลออกมา ซึ่งอดีตอิหม่ามผู้นี้กล่าวว่า

"ระบบที่มีอยู่ยังคงมีอำนาจ พวกพ้องของเราซึ่งมีตำแหน่งในองค์กรนิติบัญญัติและบริหารควรเรียนรู้รายละเอียดของมัน และคอยระแวดระวังตลอดเวลา เพื่อให้พวกเขาสามารถเปลี่ยนมันและให้มันผลิดอกออกผลมากขึ้นในนามของอิสลาม เพื่อทำให้การฟื้นฟูทั่วประเทศเสร็จสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม พวกเขาควรรอจนกว่าเงื่อนไขต่างๆ จะเอื้ออำนวยกว่านี้ หรือพูดอีกอย่างคือ พวกเขาไม่ควรออกมาเร็วเกินไป"

คลิปดังกล่าวทำให้นายกูเลนถูกกล่าวหาอย่างกว้างขวางว่า เขากำลังแทรกซึมคนของเขาในกลุ่มข้าราชการ, ตุลาการ และตำรวจ แม้นายกูเลนจะปฏิเสธ ชี้ว่าคลิปวิดีโอนี้ถูกตัดต่อก็ตาม เรื่องนี้นำไปสู่การพิจารณาคดีนายกูเลนแบบลับหลังพยานในปี 2000 เนื่องจากเขาไม่ยอมกลับมาจากสหรัฐฯ โดยอัยการกล่าวหาว่า เขาก่อตั้งองค์กรผิดกฎหมายเพื่อบ่อนทำลายรากฐานของสาธารณรัฐ

การพิจารณาคดีคาราคาซังอยู่นาน 8 ปี โดยนายกูเลนได้กรีนการ์ดให้ทำงานในสหรัฐฯ ในปี 2001 โดยเขาไปอาศัยอยู่ที่บ้านในเมืองเซย์ลอร์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ที่สมาคมชาวตุรกีกลุ่มหนึ่งซื้อเอาไว้เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน จนกระทั่งเขายื่นขอเป็นพลเมืองถาวรในสหรัฐฯ ก่อนจะได้รับการตัดสินให้พ้นข้อกล่าวหาในปี 2008 โดยรัฐบาลใหม่ ภายใต้การนำของพรรคเอเคพี และนายกรัฐมนตรี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ซึ่งรับตำแหน่งในปี 2003

ความสัมพันธ์ของกูเลนกับเอร์โดอัน

หลังจากพ้นผิด นายกูเลนตัดสินใจไม่เดินทางกลับตุรกี ขณะที่สถานการณ์ในประเทศบ้านเกิดของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงไป โดยตามการเปิดเผยของ นายแอลป์ อัสลันโดกัน โฆษกของกลุ่มฮิซเม็ต กองทัพเริ่มมีท่าทีที่จะเข้าไปแทรกแซงการปกครอง ทำให้นายกูเลนและนายเอร์โดอันต้องเป็นพันธมิตรกัน โดยนายกูเลนและกลุ่มเคลื่อนไหวของเขา อยู่ในตำแหน่งที่ทำให้กองทัพไม่สามารถเข้าไปมีบทบาทในการเมืองภายในประเทศได้โดยตรง

นายกูเลนกับเอร์โดอันยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดี แม้ว่าจะเกิดข่าวเกี่ยวกับการเตรียมการเพื่อก่อรัฐประหาร โดยฝีมือของกลุ่มก่อการ้ายที่ถูกเรียกว่า 'เออร์เกเนคอน' ในปี 2007 จนเกิดการกวาดล้างจับกุมครั้งใหญ่ และมีการกล่าวหากลุ่มฮิซเม็ต ว่าได้แทรกซึมผู้สนับสนุนของนายกูเลนในหน่วยงานต่างๆ ทั้ง ตำรวจ, อัยการ, ผู้พิพากษา และนักข่าว
แต่ทว่าความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่ายก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนายอัสลันโดกันระบุว่า รัฐบาลเอเคพีค้นพบว่า มีการเพิ่มขึ้นของผู้สนับสนุนของนายกูเลนในรัฐบาลของพวกเขามานานหลายปี และนี่เป็นสิ่งที่แกนนำพรรคเอเคพีสาบานว่าจะต้องหยุดยั้ง

ถึงจุดแตกหักกับเอร์โดอัน

นายอาห์เม็ต ซิค นักข่าวชาวตุรกีผู้ถูกคุมขังนานถึง 376 วัน ในเหตุการณ์กวาดล้างเออร์เกเนคอน เคยระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างนายกูเลนกับเอร์โดอัน เป็นเหมือนกับคู่ที่ถูกบังคับให้ต้องแต่งงานกัน และต่างฝ่ายต่างแย่งชิงที่จะเป็นหัวหน้าครอบครัว

ความสัมพันธ์ดังกล่าวมาถึงจุดแตกหักในเดือน ธ.ค.ปี 2013 ซึ่งตำรวจดำเนินการจับกุมบุคคลสำคัญในรัฐบาลตุรกีของพรรคเอเคพีจำนวนมาก ในข้อหาทุจริตคอร์รัปชัน จนเหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า 'เหตุอื้อฉาวคอร์รัปชัน 2013' โดยผู้สนับสนุนพรรคเอเคพีและตัวนายเอร์โดอันกล่าวหานายกูเลนว่าเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ หลังจากก่อนหน้านั้นรัฐบาลตุรกีตัดสินใจปิดโรงเรียนเตรียมหาวิทยาลัยเอกชนในตุรกีของนายกูเลนหลายแห่ง ซึ่งแน่นอนว่านายกูเลนปฏิเสธ

เหตุการณ์นี้ยังส่งผลให้กลุ่มเคลื่อนไหว ฮิซเม็ต ถูกกล่าวหาว่า แทรกแซงกองกำลังตำรวจและฝ่ายตุลาการ, พยายามโค่นล้มรัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งอย่างเป็นประชาธิปไตยด้วยการรัฐประหารทางตุลาการ โดยใช้การสืบสวนคดีคอร์รัปชันเป็นเครื่องมือ รัฐบาลพรรคเอเคพียังกำหนดให้ฮิซเม็ตเป็นภัยคุกคามของชาติ และดำเนินการยึดหนังสือพิมพ์ซามาน และบริษัทอีกหลายแห่งที่กลุ่มนี้เป็นเจ้าของ

หลังจากนั้นเป็นต้นมา นายกูเลนรวมทั้งผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุนเขานับร้อยคน ถูกดำเนินคดีทั้งต่อหน้าและลับหลังจำเลย และถูกตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีการภาคทัณฑ์ ซึ่งเป็นโทษสูงสุดของตุรกี

แล้วกูเลนอยู่เบื้องหลังการรัฐประหารจริงหรือ?

ประธานาธิบดีเอร์โดอันมั่นใจอย่างมากว่า ศัตรูของเขาอย่างนายกูเลนคือผู้อยู่เบื้องหลังการก่อรัฐประหารเมื่อ 16 ก.ค. โดยเขาได้เรียกร้องไปยังสหรัฐฯ และประธานาธิบดีบารัค โอบามา ให้ส่งตัวนายกูเลนกลับตุรกีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน

ขณะที่ฝ่ายนายกูเลน ปฏิเสธว่าตัวเขาไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับความพยายามยึดอำนาจ ทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า การรัฐประหารทั้งหมด อาจเป็นเพียงแค่การจัดฉากเท่านั้น "ผมไม่เชื่อว่าโลกจะเชื่อในคำกล่าวหาของประธานาธิบดีเอร์โดอัน มันมีความเป็นไปได้ที่นี่อาจจะเป็นการจัดฉากรัฐประหาร และอาจมีขึ้นเพื่อเพิ่มข้อกล่าวหา (ให้กูเลนและผู้สนับสนุนของเขา)"

ซึ่งจนถึงตอนนี้ คำถามนี้ที่ว่า กูเลนอยู่เบื้องหลังการรัฐประหารจริงหรือไม่ คงจะมีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้อยู่แก่ใจว่าจริงหรือมั่ว.

หลังเกิดการก่อรัฐประหารที่ไม่สำเร็จในตุรกี ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ก็กล่าวหาศัตรูของเขาอย่างนาย เฟตุลเลาะห์ กูเลน ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องเรื่องนี้ แล้วชายผู้ลี้ภัยในสหรัฐฯ รายนี้เป็นใคร มีปัญหาอะไรกับเอร์โดอัน...