วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตั้งกองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอี เปิดโครงการพี่ช่วยน้องลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

กระทรวงการคลังชงมาตรการช่วยธุรกิจเอสเอ็มอีเข้า ครม.สัปดาห์หน้า ตั้งกองทุนฟื้นฟู 2,000 ล้านบาท พร้อมโครงการพี่ช่วยน้อง “สมคิด” ตะเพิดแบงก์ไม่ดูแลเอสเอ็มอีให้ไปทำโรงรับจำนำดีกว่า มอบกระทรวงอุตสาหกรรมปรับโครงสร้างรองรับการ สร้างผู้ประกอบการในอนาคต แบงก์ออมสินปล่อยกู้ซอฟท์โลน 30,000 ล้านบาท

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานพิธีเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ว่า ได้ลงนามในเอกสารเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 26 ก.ค.นี้ พิจารณาการตั้งกองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอี วงเงิน 2,000 ล้านบาท และโครงการพี่ช่วยน้อง ซึ่ง จะให้ผู้ประกอบการรายใหญ่สามารถนำค่าใช้จ่ายที่ให้การช่วยเหลือเอสเอ็มอีไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ขณะเดียวกัน ธนาคารออมสินได้จัดเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ย 4% ไว้ให้เอสเอ็มอี รวมทั้งทางสมาคมธนาคารไทยได้แจ้งให้ทราบว่าจะมีสินเชื่อสำหรับเอสเอ็มอี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 4% เช่นเดียวกับธนาคารออมสินไว้ให้เอสเอ็มอีกู้ในวงเงินรวม 10,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ เอสเอ็มอีส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องการเงิน เพราะตามปกติแล้วไม่มีเอสเอ็มอีรายใดที่มีทรัพย์สินหรือเงินจำนวนมาก จึงมีจุดเริ่มต้นที่อ่อนแอ ต้องดูว่าเอสเอ็มอีแต่ละรายมีศักยภาพหรือไม่ แล้วจึงสนับสนุนให้ก้าวขึ้นมาให้ได้ เหมือนกับประเทศญี่ปุ่น ที่ธุรกิจขนาดยักษ์ในปัจจุบันก็ล้วนเป็นเอสเอ็มอีมาก่อน เมื่อไปขอกู้เงินไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ทางธนาคารต้องการช่วยเหลือให้ยืนอยู่ให้ได้ ก็ส่งพนักงานเข้าไปช่วยพัฒนาศักยภาพให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้น และธนาคารพาณิชย์หลายแห่งของไทยเริ่มใช้วิธีนี้เช่นเดียวกัน

“ปัญหาสำคัญของเอสเอ็มอีคือ เมื่อหันไปพึ่งสถาบันการเงินก็มักจะเน้นเรื่องความปลอดภัย เน้นเรื่องความเสี่ยง ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ถ้าต้อง การปล่อยสินเชื่อโดยไม่มีความเสี่ยง ก็ไปเป็นโรงรับ จำนำเสียดีกว่า อย่าทำแบงก์เลย ถ้าจะสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมาต้องคิดทั้งวันทั้งคืนว่าจะช่วยเอสเอ็มอีได้อย่างไร ยิ่งช่วยเอสเอ็มอีมากเท่าใดก็จะยิ่งช่วยประเทศชาติมากเท่านั้น เพราะเอสเอ็มอี 1 ราย มีการจ้างงาน 5-10 คน เอสเอ็มอี 3 ล้านราย จะจ้างงานได้กี่ล้านคนและผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะเพิ่มอีกเท่าไหร่”

อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์มีสิทธิ์เสรีภาพที่จะดำเนินธุรกิจว่าจะปล่อยสินเชื่อหรือไม่ แต่สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้งธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ต้องหาวิธีการใหม่ๆ มาช่วยเหลือ ต้องมีสปิริตในการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ถ้าไม่มีสปิริตก็ให้ออกไปทำธนาคารเอกชน เพราะสถาบันการเงินเฉพาะกิจเหล่านี้ได้สิทธิพิเศษ

“นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงและกังวลเรื่องการช่วยเหลือเอสเอ็มอีมาก ในวันที่ได้รับการร้องเรียนจากเอสเอ็มอี นายกรัฐมนตรีรู้สึกเจ็บปวดและกังวลใจว่าทำไมช่วยเอสเอ็มอีไม่ได้ และให้ไปหาทางช่วยเอสเอ็มอีทั้งประเทศให้ได้ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือเอสเอ็มอีขึ้นมา เพื่อรับฟังความทุกข์ว่าอยู่ตรงไหน จะช่วยได้อย่างไร ซึ่งปัญหาหลักก็คือเรื่องสภาพคล่อง หน้าที่ของรัฐไม่ใช่แค่ต้องการสร้างเอสเอ็มอีธรรมดาๆ แต่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้แข็งแรงขึ้นมา และมีประสิทธิภาพ และไปสู่ดิจิตอล เอสเอ็มอี หรือเอสเอ็มอี 4.0 ในอนาคตข้างหน้าสามารถแข่งกับโลกได้ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมต้องไปออกแบบองค์กรใหม่ให้รองรับหน้าที่ในการสร้างผู้ประกอบการใหม่ในอนาคตด้วย”

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.59 เป็นต้นไป ธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด 18 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการซอฟท์โลน ระยะที่ 3 วงเงิน 30,000 ล้านบาท เพื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตามมติ ครม. จะสามารถยื่นเรื่องขอกู้เงินจากธนาคารออมสินได้ และในวันที่ 28 ก.ค.นี้ จะเริ่มเบิกจ่ายเงินกู้ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ภายใต้เงื่อนไขต้องทยอยเบิกจ่ายเงินกู้ทั้งหมดภายในเดือน มิ.ย.60 ซึ่งเป็นโครงการระยะที่ 3 หลังจากออก ไปแล้ว 2 ระยะคือ 1.วงเงินกู้ 100,000 ล้านบาท โดยไม่จำกัดวงเงินกู้ 2.วงเงินกู้ 50,000 ล้านบาท กู้ไม่เกินรายละ 10 ล้านบาทเพื่อเสริมสภาพคล่องและเงินสดหมุนเวียน ส่วนระยะที่ 3 จะเน้นการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสำหรับ

ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ภายใต้เงื่อนไข 3 ประการคือ 1.กู้เงินเพื่อซื้อเครื่องจักร 2.กู้เงินเพื่อลงทุนทางด้านซอฟต์แวร์และระบบคอมพิวเตอร์ 3.กู้เงินเพื่อก่อสร้างอาคารคลุมเครื่องจักรใหม่

“โครงการนี้มีเวลาในการผ่อนชำระเงินกู้ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี ในปีแรกจะปลอดดอกเบี้ย คาดว่าจะมีธนาคารพันธมิตรส่งลูกค้ามากู้เงินจากโครงการหมดภายใน 3 เดือน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยต่ำ ที่สุด คาดว่าจะช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ 2,000 ราย”.

กระทรวงการคลังชงมาตรการช่วยธุรกิจเอสเอ็มอีเข้า ครม.สัปดาห์หน้า ตั้งกองทุนฟื้นฟู 2,000 ล้านบาท พร้อมโครงการพี่ช่วยน้อง “สมคิด” ตะเพิดแบงก์ไม่ดูแลเอส-เอ็มอีให้ไปทำโรงรับจำนำดีกว่า มอบกระทรวงอุตสาหกรรมปรับโครงสร้างรองรับการ 22 ก.ค. 2559 02:00 22 ก.ค. 2559 02:16 ไทยรัฐ