วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"วิรไท" ห่วงปิดสาขาหายเกลี้ยง คลัง-ธปท.พร้อมดูแลฟินเทค มั่นใจแบงก์ไทยมุ่งสู่ยุคดิจิตอล

วิรไท สันติประภพ

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวในโอกาสที่ภาคเอกชน 50 บริษัท รวมตัวกันจัดตั้งชมรมฟินเทคแห่งประเทศไทยว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ภาคเอกชน ร่วมมือกันเพราะไทยอยู่ในช่วงของการพัฒนาฟินเทค (Financial Technology-FinTech) ซึ่งเป็นอีกทางเลือกของระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในส่วนของภาครัฐก็ต้องมีการดูแลให้ทั่วถึงไม่ให้เกิดความเสียหาย เพราะในต่างประเทศมีทั้งกรณีที่ฟินเทคก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน และกรณีที่ฉ้อโกงหลอกลวงประชาชนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมีผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก

“ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องกำกับดูแลส่วนนี้ และต้องวางแผนในการกำกับอย่างต่อเนื่อง โดยอาจจะดูแลฟินเทคส่วนที่เป็นลักษณะของการกู้ยืมรายต่อราย (P2P lending) ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะดูแลฟินเทค ในส่วนที่เป็น ลักษณะการระดมทุนหรือร่วมทุนจากประชาชนโดยตรง (crowdfunding) เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายและดูแลทั่วถึง โดยไทยจะเรียนรู้จากประสบการณ์ที่สำเร็จและล้มเหลวจากต่างประเทศมาปรับใช้ แบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์”

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ได้มีการเตรียมการที่จะดูแลในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินที่มีต้นทุนต่ำลง เช่น สินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ขณะเดียวกัน ผู้ให้กู้เงินสามารถได้ผลตอบแทนการลงทุนสูงขึ้น หรือได้ดอกเบี้ยเงินฝากเงินที่สูงขึ้น และช่วยให้ต้นทุนของระบบการเงินไทยทั้งหมดลดลงด้วย โดย ธปท.ให้ความสำคัญและพร้อมสนับสนุนฟินเทคผ่านผู้ให้บริการ ทั้งที่เป็นสถาบันการเงิน หรือไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) อย่าง FinTech Startups และสนับสนุนผู้ให้บริการทางการเงินสามารถแข่งขันในเวทีภูมิภาคและเวทีโลกได้

“ธปท.มองว่า ฟินเทคเป็นพลังที่ช่วยเติมเต็มการให้บริการทางการเงินของไทย ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของแผนพัฒนาระบบการเงินระยะที่ 3 ของ ธปท.ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในบริการทางการเงิน (Financial Technology-FinTech) จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินและแหล่งเงินได้อย่างทั่วถึง ส่วนการดูแลฟินเทคต้องไม่ให้เกิดปัญหาต่อระบบเสถียรภาพของสถาบันการเงิน เน้นการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีความมั่นคงและปลอดภัยในการใช้บริการ โดยในส่วนของธนาคารพาณิชย์เองก็ต้องปรับตัวเช่นกัน โดยเท่าที่เห็นในปีนี้เป็นปีที่ธนาคารพาณิชย์ปรับตัวมาให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น และเห็นการขอปิดสาขาของธนาคารพาณิชย์จำนวนมาก”.

ธปท.ได้มีการเตรียมการที่จะดูแลในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินที่มีต้นทุนต่ำลง เช่น สินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ขณะเดียวกัน ผู้ให้กู้เงินสามารถได้ผลตอบแทนการลงทุนสูงขึ้น 22 ก.ค. 2559 01:58 ไทยรัฐ