วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บทเรียนสำคัญ

เป็นข่าวดีที่คนไทยทั้งประเทศโล่งใจ เมื่อ “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ ผ่านวิกฤติในชีวิตไปได้ด้วยดีกับกรณีตรวจพบสารกระตุ้นที่สร้างความตกอกตกใจให้กับคนไทยมาชั่วระยะเวลาหนึ่งก่อนจะจบลงด้วยดี เด็กไทยของเราได้ไปแข่งขันแบดมินตันในกีฬาโอลิมปิก 2016 ที่เมืองริโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิลในเดือนหน้า

และไปด้วยความหวังเต็มเปี่ยมที่จะมีเหรียญคล้องคอ สร้างความสุขให้กับชาวไทยทั้งชาติ เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง!

ซึ่งก็ถือเป็นความสำเร็จของสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ ภายใต้การนำของ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ที่สามารถประสานงานแก้ไขสถานการณ์จนลุล่วงไปได้ด้วยดี ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้เกี่ยวข้องในส่วนของ “สาเหตุ” แต่ก็ต้องมา “แก้ไข” ในฐานะของผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง

แม้ว่าจะจบลงอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้ง และไม่อยากจะฟื้นฝอยหาตะเข็บ แต่ก็ไม่ควรจะให้ปล่อยผ่านกันไปเฉยๆ สมควรที่จะต้องมีการศึกษา และระมัดระวังไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีกในอนาคต

ซึ่งก็ต้องยอมรับความจริงว่า เมื่อมัน “เป็นเรื่อง” ก็ย่อมต้องมี “เรื่อง” อันมีที่มาที่ไป และย่อมเกี่ยวกับ “คน” รวมถึงวิธีปฏิบัติ

ประเด็นของการเกิดเรื่อง ย่อมหนีไม่พ้นอยู่ 2 จุดใหญ่ๆ แน่นอนเรื่องนี้ย่อมเกิดจากการรักษาอาการบาดเจ็บ ซึ่งก็ต้องมี “หมอ” เข้ามาเกี่ยว กับประเด็นของการเกิด “ข่าว” ซึ่งก็มีหมอบางท่านออกมาต่อว่าต่อขานสื่อสารมวลชน ที่เสมือนว่าเอามาเป็นข่าวทั้งๆ ที่ควรจะเป็นเรื่องที่แก้ไขกันในทางลับ อันเสี่ยงต่อการให้ตัวนักกีฬาเสียชื่อ หรือภาพรวมของประเทศเสียหาย

จุดแรกเรื่องของการรักษานั้น ดูเหมือนจะเป็นคำถามที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่แรกๆ ว่าหมอท่านใดเป็นคนฉีดยาให้กับน้องเมย์ ซึ่งก็ไม่เคยมีใครพูดตรงๆ เพียงแต่พยายามอธิบายเรื่องตัวยา และวิธีการ ทั้งๆที่ประเด็นน่าจะมีเรื่องของการ “รู้จริง” กับกฎเกณฑ์และตัวยา รวมถึงวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง ของหมอท่านนั้นๆ หรือไม่ อันเป็นเรื่องเฉพาะตัว และอาจจะโยงใยถึงการทำหน้าที่แพทย์ของทีมกีฬาว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ต่อไปด้วย

อีกจุดกับการมี “ข่าว” แน่นอน นักข่าวคงไม่มีใครรู้เอง คิดเองขึ้นมาได้ และยิ่งแต่ละคนที่เกี่ยวข้องบอกเป็นเรื่อง “ลับ” คนข่าวทั้งหลายย่อมไม่มีทางรู้ก่อน อีกทั้งสื่อต่างชาติก็ไม่ได้ออกข่าวก่อนสื่อไทย เหมือนการพบโด๊ปในเคสอื่นๆ นั่นย่อมชัดเจนว่ามีการ “พูด” หรือ “ปล่อย” ประเด็นเรื่องนี้ออกมาจากคนไทยกันเองนี่แหละจะเป็นด้วยการจงใจหรือไม่เท่านั้น!

และคนที่ให้ข่าวหรือปล่อยข่าว ก็ไม่มีการระบุว่าใครเป็นต้นตออย่างเป็นทางการ มีแต่ชื่อหนึ่งที่ผุดขึ้นมาตรงกันจากหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งในวงการแบดมินตัน และคนในคณะกรรมการโอลิมปิกเอง ซึ่งแน่นอนไม่ได้เป็นมิตรกับสมาคมแบดมินตันในยุคนี้

แถมยิ่งแปลกหนักไปอีก เมื่อมีการรับรู้ท่าทีของคนคนนี้ว่า ไม่คิดจะช่วยแก้ปัญหานี้เสียด้วยซ้ำ

นึกถึงเพลง คนที่คุณก็รู้ว่าใคร ขึ้นมาตงิดๆ ครับ...

“เบี้ยหงาย”

22 ก.ค. 2559 00:39 ไทยรัฐ