วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สูดลมหายใจสู้  Medicine Men ห้ามทิ้งฝัน! วงอันเดอร์กราวไทยต้องไม่ตาย!

สูดลมหายใจสู้ Medicine Men ห้ามทิ้งฝัน! วงอันเดอร์กราวไทยต้องไม่ตาย!

  • Share:

4 เด็กหนุ่มที่มีฝัน ฝันของพวกเขาคือดนตรี แม้ในความฝันนั้น พวกเขาจะตัวเล็กๆ ก็ตามแต่พลังการต่อสู้นั้นไม่ธรรมดา รายงานพิเศษโดยทีมข่าวบันเทิงไทยรัฐออนไลน์พาไปรู้จัก 4 หนุ่มนักดนตรีวง Medicine Men ที่กว่าจะถึงวันนี้ โอม วริทธิ์ธร วิชชุเกรียงไกร (ร้องนำ), เอ็ม ชนะ สุขเมือง (กีตาร์), ปุณ ปุณณวิช วงศ์ดอกไม้ (เบส) และ พูมิ ธนภูมิ ประมวลทรัพย์ (กีตาร์)

วงการเพลงไทยเปิดโอกาสให้วงหน้าใหม่

Medicine Men เปิดฉากเล่าให้เราฟังโดย เอ็ม ว่าแรกเริ่มเดิมทีจริงๆ วงมีกันสองคนคือเขาและโอมนักร้องนำ ส่วนมือเบสอย่าง ปุณ เคยเล่นวงเดียวกันตั้งแต่สมัยเรียนก่อนแยกย้ายกันไป จนวันหนึ่งได้กลับมาร่วมกันอีกครั้งก็ลุยตามฝันกันอย่างจริงจัง ส่วนที่มาของชื่อวง Medicine Men โอม เล่าเสริม "จริงๆ คิดชื่อวงกันมาเยอะมากจนวันหนึ่งไปนั่งที่หอแล้วเห็นกระปุกยาตั้งอยู่ก็เลยเอาชื่อนี้แหละ medicine men เลือกเพราะชอบล้วนๆ พวกผมไม่ได้เป็นเภสัชอย่างที่หลายคนเข้าใจนะครับ (หัวเราะ)"

"ตอนแรกอย่างที่บอกทำกันสองคนปล่อยซิงเกิลแรกไปเมื่อปี 2014 สองคนนี้คือขั้นตอนการทำงานเพลงนะครับ แต่จะมีพี่โปรดิวเซอร์คอยช่วยอยู่อีกคน และเวลาไปเล่นก็จะมีแบ็กอัพมาเสริม" โอมเล่าให้เรา โดยหลังจากนั้นพอทำงานเพลงสองคนมาได้สักพักทั้ง โอม และเอ็ม ก็อยากได้เรื่องความเข้มข้นทางดนตรีที่เพิ่มขึ้น หากทำกันแค่สองคนมุมมองอาจจะดูแคบเลยมี พูม กับ ปุณ เข้ามาเสริมทีมให้แน่นขึ้น โดย ปุณ เป็นอดีตเพื่อนร่วมวงที่เคยผ่านเวทีโค้กมิวสิคอวอร์ดมาด้วยกันส่วน พูม เป็นรุ่นน้องที่ดุริยางคศิลป์ มหิดล

โอม วริทธิ์ธร วิชชุเกรียงไกร (ร้องนำ)
ปุณ ปุณณวิช วงศ์ดอกไม้ (เบส)

แรงบันดาลใจจาก OASIS 1 ในตำนานแห่ง BRITPOP ยุค 90

Medicine Men ยืนยันว่าพวกเป็นเป็นวงดนตรีป๊อบร็อกที่มีความเป็น BRITPOP "เพลงร็อกจะมีซาวด์กีตาร์ที่แตกต่างกันไปแต่ละวงของเราก็จะเป็นซาวด์ที่มีความเป็นร็อกแบบอังกฤษยุค 90 เรารู้สึกว่าชอบแบบนี้ ฟังสไตลนี้เยอะก็เลยติดมาครับ เราฟังเพลงแบบนี้พอทำเพลงตัวเองก็เลยเป็นแบบนี้แต่พื้นฐานก็คือเป็นร็อก แต่ไม่หนัก เมโลดี้และเนื้อหามีความเข้าใจง่ายไม่ต้องตีความอะไรมาก" โอมรับหน้าที่อธิบาย

ซิงเกิลใหม่ที่พวกเขาปล่อยออกมาอย่าง "ขอให้เธอได้ทุกๆ อย่างที่ต้องการ (wishing well)" ไต่ขึ้นชาร์ตคลื่น Cat Radio อย่างมีน้ำอดน้ำทนจากอันดับ 29 สู่ 22 19 และติดอันดับ 12 ในที่สุดแม้ยังไม่ติดท็อปเทน แต่ 4 หนุ่ม Medicine Men ก็ภูมิใจแล้วกับความสำเร็จครั้งนี้

เพลงนี้กลิ่นอายเหมือน OASIS จนโดนวิจารณ์ว่าก๊อบปี้นะเราถาม 4 หนุ่มตรงหน้าตรงๆ ซึ่ง โอม ก็ตอบมาแบบตรงๆ เช่นกัน "ใช่ครับถ้ากลิ่นอายต้องแน่นอน เพราะพวกผมบ้าวงนี้มากเราเคยพยายามหนีกันมาตลอดจนรู้สึกว่าหนียังไงก็หนีไม่พ้นเราก็คงต้องทำแบบที่เราชอบแล้วล่ะ"

ท้อ เซ็ง เบื่อ เมื่อฝันไม่ถึงฝัน ก็หยุดฝัน!

ทั้ง 4 คน Medicine Men ยอมรับว่าเคยเลิกทำวง เพราะความท้อ เหนื่อย ผ่านอะไรกันมากมาย "คือในมุมเรา เราว่าผ่านมาเยอะนะ แต่ด้วยอายุเราแค่ 23-24 มันก็คงไม่เยอะหรอกถ้าเทียบกับหลายๆ คนที่เขาประสบความสำเร็จ ที่ท้อส่วนใหญ่ก็คือส่งเพลงไปค่ายเพลงแล้วไม่ผ่าน พวกเราส่งกันไป 40-50 เพลงก็ไม่ได้สักที ก็เกิดอาการหมดแรง ทำไมไม่ได้วะ วงอื่นเขาส่งไปก็ได้แล้ว ยิ่งเครียดก็ยิ่งคิดเพลงไม่ออก พอมาถึงจุดหนึ่งก็มีการทะเลาะกันเกิดขึ้น โอเคงั้นไม่ต้องทำเลิก แยกย้ายกันไปทำงานประจำ

เราเลิกกันไปเลย หายกันไป แต่สุดท้ายหลังจากนั้นปีกว่าก็กลับมาทำเพลงด้วยฝันกันอีกจนได้ กลับมาคุยกันอีกครั้ง ก็บอกกันว่าพวกเราไม่ต้องคิดเยอะ ทำอะไรแบบที่ชอบ ใครว่าปล่อยเขาว่าไป แต่ขอทำแบบที่ตัวเองชอบ ซึ่งแน่นอนพอแบบที่ชอบมันก็มีความเป็น OASIS อยู่แล้ว แต่เราไม่ได้ก๊อบปี้งานเขา เราทำโดยมีเขาแบบแนวทาง ซึ่งพวกเราเชื่อว่าศิลปินทุกคนก็มีแรงบันดาลใจส่วนตัวของตัวเอง"

OASIS ยุค 90 คือแรงบันดาลใจ

ทำงานเอง ออกเงินเอง ชะตาชีวิตวงดนตรีเล็กๆ ที่ไม่มีค่ายใหญ่สนับสนุน

ปุณ มือเบสที่นั่งเงียบอยู่นาน เล่าให้เราฟังว่า กระบวนการทำงานของพวกเขาเริ่มจากคุยกัน "เราคุยกันนี่แหละครับ คอนเซปต์เพลงนี้จะเป็นอะไร ลุยกันเองเลยทำในแบบที่เราชอบ เอ็มจะแต่งไลน์ดนตรีมาให้พวกเราฟังว่าภาพรวมของเพลงจะเป็นประมาณไหนจากนั้นเนื้อร้อง ทำนองดนตรีก็ตามมา ส่วนจะนานมั้ยก็แล้วแต่เพลง อย่างเพลงนี้ 4-5 เดือนเสร็จ เอ็มวีพวกเราก็ทำกันเอง"

ใช้เงินเยอะหรือไม่กับการทำวงดนตรีกันเอง? "ก็มีค่าใช้จ่ายประมาณหนึ่ง จริงๆ อาชีพนักดนตรีเป็นอาชีพที่ต้นทุนสูง แต่รายได้ตอบแทนในเบื้องต้นไม่ดี บางทีเราเล่นงานหนึ่งค่าซ้อมแทบจะเยอะกว่าค่าตัวอีก ก็อยู่ที่การบริหารจัดการเงินของวง วงเราก็พยายามบริหารไม่ให้เข้าเนื้อมากเกินไป โชคดีที่ตอนนี้มีสังกัดเล็กๆ ในเชียงใหม่เห็นงานของเราแล้วเขาชอบติดต่อให้เข้าสังกัด พวกผมก็โอเค ตอนนี้ก็มีทางค่ายช่วยจัดการเรื่องต่างๆ ในวงให้"

สังกัดที่ โอม พูดถึงคือ Summer Disc Record ค่ายเพลงเล็กๆ อยู่จังหวัดที่เชียงใหม่ แม้จะไม่ใช่ค่ายใหญ่ค่ายโต แต่ก็เลือกจะสนับสนุนคนมีฝันในงานเพลงทุกคน

เชื่อหรือไม่ที่ผ่านตลอดเวลาหลายปี Medicine Men ส่งเพลงไปทุกคลื่นวิทยุเองและที่สำคัญขอเพลงตัวเอง! พวกเขาทั้ง 4 ช่วยกันโทรเขาไปขอเอง ยากแค่ไหนกับการที่วิทยุจะเลือกเปิดเพลงเรา? "เอาความจริงหรือความไม่จริง(หัวเราะ) ถ้าเอาความจริงคือเราช่วยกันขอ ถ้าให้เปิดเองคงลำบากยากนิดนึงครับสำหรับวงเรา แต่ก็จะมีนะคลื่นที่เขาเปิด เพราะแต่ละคลื่นเขาก็คาแรกเตอร์ต่างกันไปซึ่งคลื่นที่เขาพอจะก็เปิดให้ก็มีอยู่ แต่ก็มีคลื่นที่ส่งไปแล้วเขาไม่เปิดให้เลย (ยิ้ม)แต่ตอนนี้มีค่ายแล้ว ทางค่ายก็จัดการส่งเพลงไปคลื่นวิทยุให้"

เอ็ม ชนะ สุขเมือง (กีตาร์)
พูมิ ธนภูมิ ประมวลทรัพย์ (กีตาร์)

Medicine Men ยังอยู่ในจุดที่ไม่ต้องแคร์ตลาด

เมื่อบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ถามพวกเขาว่าการทำเพลงของวงนี้ต้องแคร์ตลาดหรือเปล่า "สำหรับ Medicine Men อยู่ในจุดที่ยังไม่ต้องแคร์ตลาด ณ วันนี้นะพวกเราอยู่ในช่วงเวลาสร้างคาแรกเตอร์ของวง เราคงทำให้ทุกคนชอบไม่ได้เราคงแมสไม่ได้ เพราะแมสอาจจะยังไม่มีที่ให้เรายืน เราจึงต้องแสดงความเป็นตัวตนของเราให้ชัดเจนในเนื้อเพลงและดนตรี ซึ่งเรามีความเชื่อว่าต้องมีคนกลุ่มหนึ่งชอบ และก็เริ่มสร้างแฟนเพลงจากตรงนั้นไปก่อน ณ จุดนี้เราก็แฮปปี้กับแฟนเพลงกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้ของเรา แต่เมื่อถึงวันหนึ่งเพลงกับธุรกิจมันเป็นเรื่องที่คู่กันปฏิเสธไม่ได้ถึงแม้นักดนตรีจะบอกว่าเพลงต้องไม่มีเงิน ไม่มีการทำตามตลาดมาเกี่ยวข้อง แต่เชื่อเหอะว่าเป็นเรื่องปฏิเสธไม่ได้เพราะมันเป็นของคู่กัน วันหนึ่งถ้าจำเป็นมันก็ต้องทำ"

วงการดนตรีไทยทุกวันนี้การทำเพลงยังเป็นตัวเลือกที่ดีอยู่หรือ?

ทันทีที่เราถามความสงสัยนี้ เอ็ม นักร้องนำรีบตอบทันที "สำหรับคนที่รักเพลงมันดีอยู่แล้ว คือถ้าในด้านรายได้ก็คงไม่ แต่ถ้าเรื่องเติมเต็มความฝันมันก็ใช่ เราอายุแค่นี้ เราควรทำ ณ ตอนนี้ ถ้ามานั่งรอมีตังค์มาทำตอนอายุ 40 มันก็อาจจะหมดไฟ เรายังเป็นช่วงอายุที่ต้องลุยและต้องสู้ไหว พวกเราก็มีวิธีหาเงินประมาณหนึ่ง พยายามหาช่องทางทำรายได้ เพื่อมาเล่นดนตรีตอบสนองความฝันของตัวเอง เราอยากสร้างผลงานให้คนรู้จักท้อเหนื่อยก็มีบ้าง แต่เอาจริงๆ ไม่ว่าทำอาชีพอะไรก็ต้องมีจุดแบบนี้แหละ เพราะฉะนั้นก็ขอสู้ในสิ่งที่ตัวเองรักและถนัดในวันที่มีแรงดีกว่าครับ"

แต่ ณ วันนี้วงการเพลงไทยค่ายใหญ่โยนเงินโครมๆ ทุ่มให้กับการทำทีวีดิจิตอลหมดแล้ว เด็กมีฝันอย่างเราจะเห็นแสงสว่างกันได้อย่างไรในเมื่ออยู่ใต้ดินไม่มีคนชี้ทาง "ไม่รู้สิแต่สำหรับพวกเรา เราว่าวงการเพลงไทยมันดีขึ้นนะ"

โอม ตอบในสิ่งที่เรานึกไม่ถึง นี่เป็นคนไม่กี่คนที่บอกเราว่าวงการเพลงไทยดีขึ้น! "ถ้าเป็นเมื่อ 10-20 ปีที่แล้ว เราอาจจะมีค่ายใหญ่ค่ายเดียวที่คุมทุกอย่างตอนนี้เรามีสื่อเยอะขึ้นโดยเฉพาะออนไลน์กับโซเชียลตรงนี้ทำให้เปิดกว้างมากขึ้น คนทำเพลงมีที่ได้ปล่อยของ จริงๆ มันก็เหมือนดาบสองคมแหละ เพราะบางทีคนก็เสพดนตรีกันมั่ว เมืองไทยเรื่องลิขสิทธ์ยังน่ากลัว เรื่องการสนับสนุนศิลปินยังน้อย ถ้าคุณบอกว่าคุณรักวงนี้จริง ต้องดูเขาเล่นไม่ใช่เปิดยูทูบฟังเพลงเขาฟรี แต่นั่นในมุมคนที่เขาติดตลาดแล้วไง เพราะสำหรับวงหน้าใหม่อย่างพวกผมการมีโซเชียลมันดีนะ เพราะเรามีโอกาสได้ส่งเพลงเข้าถึงหูคนฟังได้ง่ายขึ้น อีเวนต์ทางเลือกสำหรับวงใหม่ๆ ก็มีมากขึ้น ปกติต่างจังหวัดก็จะมีแต่วงใหญ่ๆ ได้เข้าไป แต่เดี๋ยวนี้หลายๆ จังหวัดเริ่มมีวงนอกกระแส อันเดอร์กราวเติบโตกันขึ้นมา นี่แหละผมถึงคิดว่าจริงๆ แล้ววงการเพลงไทยเติบโตขึ้น"

ทำไว้ในที่ยังมีแรง
เต็มที่กับทุกงาน

พูม มือกีตาร์อีกคนที่นิ่งๆ มาตลอดการพูดคุย อยู่ๆ ก็ทิ้งประโยคเด็ดปิดท้าย "ตอนนี้วงการเพลงไทยมันดีครับ เหมือนมีเห็ดผุดขึ้นมาเต็มไปหมดแต่ก็ต้องวัดกันว่าเห็ดดอกไหนมันจะอยู่ได้นาน อยู่ที่ใครจะมีของและอดทนได้มากที่สุด ผลงานต้องต่อเนื่อง วงดนตรีเกิดใหม่ขึ้นมาเยอะ แต่บางวงสองเพลงหายสามเพลงหาย มันก็ไม่สำเร็จสิ เราจึงต้องอดทนทำให้ต่อเนื่อง"

เมื่อมีฝันจงทำฝัน ไม่มีข้ออ้างว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหน สังคมจะไม่เอื้ออำนวยเท่าที่ไร ถึงเวลาคุณเท่านั้นที่จะเป็นคนลงมือทำเพื่อกำหนดว่าคุณจะเป็นเห็ดหายาก มากประโยชน์ ราคาแพงหรือเป็นได้เพียงเห็ดมีพิษที่นอกจากไม่มีราคาแล้วอาจถึงตายเมื่อกิน!

ฝันนั้นจะสำเร็จเมื่อลงมือทำ มีฝันอย่าทิ้งฝัน จงจำให้ขึ้นใจ.

ขอแค่ได้ทำเพลง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้