วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โชว์หวิวชวนเสน่หา ล่อป๋าให้หลงใหล เข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่?

อุบ๊ะ! เรื่องใกล้ตัวที่เกิดขึ้นเมื่อหนุ่มเมืองกรุงเก่า ถูกแม่แท้ๆ แจ้งความ หลังอยากเป็นเสี่ยกระเป๋าตุงขโมยเงินในบัญชีแม่โอนแจกวีเจสาวสวยในโปรแกรมแชต โดยยอมรับว่าให้ด้วยความสมัครใจ ไม่ได้มีการบังคับใดๆ ทั้งสิ้นด้วย

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ไม่รอช้าสอบถามไปยังผู้เกี่ยวข้องในเรื่องของการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ ว่า หากมีการโชว์เรือนร่าง เพื่อให้ผู้ชมเกิดความสนุกสนานจนเลยเถิด ทุ่มเททั้งของขวัญ เงินทอง ด้วยความเสน่หา ผู้โชว์เข้าข่ายผิดกฎหมายด้วยหรือเปล่า?

เส้นกั้นบางๆ ระหว่าง ‘ลามก’ กับ ‘บันเทิง’

พ.ต.อ.สมพร แดงดี รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เปิดเผยว่า ประเด็นที่ตั้งคำถามข้างต้น หากเป็นกรณีที่ถ่ายทอดสดโชว์ให้แก่ประชาชนทั่วไปก็ถือว่าประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ แต่ว่าจะลามกหรือไม่ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ

อย่างเช่น บางเรื่องเป็นเรื่องของความบันเทิง เช่น โคโยตี้ หรือพริตตี้ ที่คอยสร้างความบันเทิง ก็ไม่ถือว่าเป็นการลามก ซึ่งคำว่า ‘ลามก’ กับ ‘บันเทิง’ มีเส้นบางๆ กั้นอยู่ว่าพฤติกรรมดังกล่าวนั้น สื่อไปในแนวทางไหน ถ้าสื่อไปในทางกามารมณ์ให้เกิดความรู้สึกทางเพศ ก็ถือว่าเป็นเรื่องลามก แต่หากแค่วับๆ แวมๆ โชว์ให้เป็นสีสันก็เป็นเรื่องของความบันเทิง

โชว์สยิวผ่านแอพฯ แลกของขวัญ เงินทอง ฉ้อฉลหรือไม่?

พ.ต.อ.สมพร กล่าวต่อว่า หากมีการถ่ายทอดสดโชว์เรือนร่างเปลื้องผ้าอย่างโจ่งแจ้งเข้าข่ายลามกแน่นอน แต่คนที่เข้าไปดูเกิดความชื่นชอบ ลุ่มหลง จนทุ่มเทซื้อของขวัญหรือให้เงินทองแก่ผู้โชว์นั้น ผู้โชว์ย่อมไม่มีความผิดในเรื่องนี้ เพราะถือว่าเป็นเรื่องของความเสน่หาส่วนบุคคล เมื่อคนดูมีเงินก็อยากจะหาความบันเทิงให้กับตัวเองเป็นความพึงพอใจของตัวผู้ให้ เหมือนกับไปเที่ยวสถานเริงรมย์และไปให้ทิปคนที่ถูกใจก็เป็นเรื่องของความพอใจส่วนบุคคล

“ถามว่าเข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่ ก็คงจะไม่ถึงขั้นนั้น ไม่ใช่เป็นการฉ้อฉลหลอกลวง เป็นเหมือนกับการสนุกสนานจนเลยเถิด คนดูถูกผู้โชว์มอมเมา ทำให้เคลิ้มตามหรือหลงตาม โน้มน้าวให้คนดูแจกของขวัญให้เท่านั้น ถ้าผู้โชว์จะผิดก็ต้องเป็นการกระทำที่หลอกลวง”

นอกจากนี้ การโชว์เรือนร่างถ่ายทอดสดก็อาจจะเป็นการร่วมมือกันทั้งผู้แสดงเปลื้องผ้า กับผู้ที่นำเข้าไปในระบบคอมฯ เป็นลักษณะการกระทำผิดร่วมกันด้วย

การให้ ‘โดยเสน่หา’ ผู้เสียหายฟ้องเรียกทรัพย์คืนได้หรือไม่?

ส่วนในทางกฎหมายนั้น ผู้สื่อข่าวยิงประเด็นคำถามปรึกษากับทนายความชื่อดัง นายนิติธร แก้วโต ว่า กรณี การให้โดยเสน่หา แล้วเกิดทราบในภายหลังว่า “โดนหลอก” นั้น ผู้เสียหายสามารถฟ้องเรียกทรัพย์คืนได้หรือไม่ นายนิติธร ไขข้อข้องใจให้ฟังว่า กรณีการให้โดยเสน่หา จะฟ้องเรียกคืนทรัพย์ได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุเพิกถอนการให้ เพราะเหตุประพฤติเนรคุณ โดยผู้ให้ต้องยังไม่ได้ให้อภัยแก่ผู้รับในเหตุประพฤติเนรคุณนั้น และต้องฟ้องถอนคืนการให้ภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่เมื่อทราบถึงเหตุประพฤติเนรคุณ แต่ไม่เกิน 10 ปี ภายหลังเหตุการณ์ประพฤติเนรคุณนั้น

ตามมาตรา 531 ผู้ให้จะเรียกถอนคืนการให้ เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณนั้น จะเรียกได้แต่เพียงในกรณีดังต่อไปนี้ (1) ถ้าผู้รับได้ประทุษร้ายต่อผู้ให้เป็นความผิดฐานอาญาอย่างร้ายแรง ตามประมวลกฎหมายลักษณะอาญา หรือ (2) ถ้าผู้รับได้ทำให้ผู้ให้เสียชื่อเสียง หรือหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง หรือ (3) ถ้าผู้รับได้บอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่ผู้ให้ ในเวลาที่ผู้ให้ยากไร้และผู้รับยังสามารถจะให้ได้

ส่วนการให้ที่ไม่สามารถฟ้องขอเพิกถอนคืนการให้ได้ เพราะเหตุเนรคุณนั้น ได้แก่ 1. ให้เป็นบำเหน็จสินจ้างโดยแท้ 2. ให้สิ่งที่มีค่าภาระติดพัน 3. ให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยา และ 4. ให้ในการสมรส

รอผู้เสียหายร้องทุกข์ ไอซีทีเตรียมเข้าตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม นายธนิต ประภาตนันท์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ต้องมีผู้เสียหายแจ้งความด้วยความชัดเจนว่า เกิดความเสียหายอย่างไร และหากมีการร้องเรียนเข้ามาที่ไอซีทีว่า พฤติกรรมดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายที่จะผิดกฎหมายและศีลธรรมอันดีงาม ทางไอซีทีจะยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้ศาลวินิจฉัย เมื่อศาลสั่งให้ดำเนินการปิดหรือบล็อก ทางไอซีทีจะดำเนินการตามคำสั่งศาลต่อไป ซึ่งจะต้องมีการแจ้งความร้องทุกข์เกิดขึ้นก่อน ไอซีทีจึงจะเข้าไปตรวจสอบ ส่วนจะเข้าข่ายอนาจารหรือไม่นั้น ต้องดูเฉพาะบุคคลไป

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ทางไอซีที จะมีมาตรการเข้าไปควบคุมและดูแลมากขึ้นหรือไม่นั้น นายธนิต กล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับว่ามีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งกับไอซีทีหรือไม่ อย่างเช่น มีผู้เสียหายเกิดขึ้น และได้มีการแคปเจอร์หน้าจอและส่งมาให้ดำเนินการตรวจสอบ เมื่อมีการทำตามกระบวนการ ไอซีทีก็สามารถสืบสวนต่อไปได้ หากไม่มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งไอซีทีไม่สามารถดำเนินการได้

แนะ ประชาชนอย่าหลงเชื่อโลกสมมติ สื่อสารอย่างระวัง

สำหรับด่านแรกในการป้องกันภัยไม่ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่เป็นภัยทางเทคโนโลยีนั้น ผอ.สำนักป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวว่า ไอซีทีได้เผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน ให้ระวังอย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ ต้องไตร่ตรองก่อน ส่วนการจะบล็อกเว็บไซต์นั้น ต้องเข้าใจก่อนว่าเว็บไซต์ไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นการหลอกลวง และบางอย่างยังมีส่วนดีอยู่มาก มีทั้งดีทั้งเสีย การที่ไอซีทีจะเข้าไปปิดทั้งหมดคงไม่ได้ ต้องรอผู้เสียหายแจ้งเข้ามาก่อน

ฉะนั้น วิธีป้องกันที่สำคัญที่สุด คือ ต้องสร้างความตระหนักให้ประชาชนเข้าใจว่า เมื่อพบเห็นอะไร อย่าหลงเชื่อ ต้องไตร่ตรองดูก่อนใคร่ครวญด้วยเหตุและผลจึงค่อยเชื่อ เพราะสื่อโซเชียลสามารถบิดเบือนความจริง จูงใจให้คนเชื่อได้ง่ายๆ ซึ่งบางครั้งมันไม่มีตัวตนจริง เป็นเพียงโลกสมมติ ประชาชนควรจะต้องใช้วิจารณญาณให้มากขึ้นกว่าปกติ

ด้าน รอง ผบก.ปอท. กล่าวเสริมว่า ปอท. มีศูนย์เฝ้าระวังเป็นการทั่วไป ส่วนที่คิดว่าถูกหลอกถูกฉ้อฉล ต้องให้ข้อเท็จจริงนี้เพื่อประกอบการพิจารณา แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ ปอท. มองเห็นแล้วว่า เป็นการเปิดเผยเรือนร่างในทางลามก ไม่ต้องรอพิจารณาสามารถดำเนินคดีได้เลย

“ฝากถึงประชาชนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตว่า อย่าเพิ่งเชื่ออะไรง่ายๆ ต้องระวัง เพราะว่ายังมีผู้ซึ่งใช้ช่องว่างทางไอที มาเป็นช่องทางในการทุจริต มอมเมา ผู้ปกครองต้องช่วยกันดูแลบุตรหลาน เพราะอินเทอร์เน็ตดูได้ เป็นโลกแห่งความบันเทิง โลกสมมติ ไม่ใช่โลกแห่งความเป็นจริง ฉะนั้น ต้องสื่อสารกันอย่างระมัดระวังด้วย” รอง ผบก.ปอท. แนะนำ

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่
    

reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

โชว์สยิวสดผ่านโปรแกรมแชต มอมเมาคนดูให้ลุ่มหลงด้วยความเสน่หา จนทุ่มเททั้งของขวัญ เงินทอง เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่? 21 ก.ค. 2559 18:45 ไทยรัฐ