วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯใช้ ม.44 ผ่าทางตัน รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สั่งคุ้มครอง กก.ดำเนินการ

นายกฯใช้ ม.44 ผ่าทางตัน รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เร่งเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายเดียวกัน สั่งคุ้มครอง กก.ดำเนินการ ไม่ต้องรับผิด ทั้งทางแพ่ง และอาญา หากกระทำโดยสุจริต 

วันที่ 21 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 42/2559 เรื่อง การดําเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ระบุว่า

โดยที่การจัดระบบการขนส่งสาธารณะเป็นเรื่องสําคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและเป็นการอํานวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน แต่เนื่องจากการจัดระบบการขนส่งสาธารณะโดยรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน (สายเฉลิมรัชมงคล) ช่วงหัวลําโพง – บางซื่อ และโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลําโพง – บางแค และช่วงบางซื่อ – ท่าพระ ในปัจจุบันยังมีปัญหาในการเชื่อมต่อและร่วมใช้ระบบรถไฟฟ้า การพิจารณาคัดเลือกเอกชน และการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน เพื่อให้มีการเดินรถแบบต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน (Through Operation) และแม้คณะรัฐมนตรีจะได้มีมติ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2559 เร่งรัดให้มีการดําเนินการแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อและร่วมใช้ระบบรถไฟฟ้าเพื่อให้การเดินรถแล้วเสร็จโดยเร็ว แต่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่สามารถดําเนินการร่วมกันให้เป็นผลสําเร็จได้ ซึ่งจะทําให้การเริ่มเปิดให้บริการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลําโพง – บางแค และช่วงบางซื่อ – ท่าพระ มีความล่าช้าออกไปมาก ส่งผลให้ประชาชนผู้ใช้บริการไม่ได้รับความสะดวก รวมทั้งอาจมีผลกระทบไปถึงระบบความปลอดภัยในการใช้บริการ นอกเหนือไปจากนั้นรัฐยังต้องสูญเสียรายได้และมีภาระค่าใช้จ่าย ตลอดจนมีความสูญเสียทางเศรษฐกิจอีกเป็นจํานวนมาก

ดังนั้น เพื่อให้การดําเนินโครงการดังกล่าวสามารถดําเนินการได้อย่างมีประสิทธิผลและรวดเร็ว อันจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้ใช้บริการและเป็นการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการจัดระบบการขนส่งสาธารณะของประเทศ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ในคําสั่งนี้

“คณะกรรมการคัดเลือก” หมายความว่า คณะกรรมการคัดเลือกโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลําโพง – บางแค และช่วงบางซื่อ – ท่าพระ ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ที่ดําเนินการอยู่ในวันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ

“คณะกรรมการกํากับดูแล” หมายความว่า คณะกรรมการกํากับดูแลโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน (สายเฉลิมรัชมงคล) ช่วงหัวลําโพง – บางซื่อ ตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ที่ดําเนินการอยู่ในวันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ

“โครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล” หมายความว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน (สายเฉลิมรัชมงคล) ช่วงหัวลําโพง – บางซื่อ

“โครงการส่วนต่อขยาย” หมายความว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินส่วนต่อขยายช่วงหัวลําโพง – บางแค และช่วงบางซื่อ – ท่าพระ

ข้อ 2 ภายใต้บังคับข้อ 4 ให้คณะกรรมการคัดเลือกยุติการดําเนินการใดๆ ที่อยู่ระหว่างดําเนินการตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 และให้ดําเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินตามที่กําหนดในคําสั่งนี้

ข้อ 3 ให้คณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กําหนดหลักเกณฑ์การแบ่งปันผลประโยชน์จากค่าโดยสาร รวมถึงหลักเกณฑ์อื่นเพื่อประโยชน์ในการเชื่อมต่อหรือร่วมใช้กิจการรถไฟฟ้าตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาของคณะกรรมการตามข้อ 4 และข้อ 7 สําหรับการดําเนินโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคลและโครงการส่วนต่อขยาย โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องคํานึงถึงความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้บริการของประชาชน ทั้งนี้ให้รับฟังความเห็นของกระทรวงคมนาคม สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริตตามข้อ 9 ประกอบด้วย โดยให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และให้เสนอหลักเกณฑ์พร้อมทั้งความเห็นของหน่วยงานดังกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับ
หลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง

ข้อ 4 เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินให้สามารถเดินรถแบบต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน (Through Operation) และการกําหนดระยะเวลาการดําเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินให้มีระยะเวลาการดําเนินการโครงการสิ้นสุดลงพร้อมกัน หรือสอดคล้องกันให้คณะกรรมการคัดเลือกและคณะกรรมการกํากับดูแลประชุมร่วมกัน เพื่อพิจารณาการดําเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน ในส่วนของงานระบบรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล และโครงการส่วนต่อขยาย โดยให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ความเห็นชอบหลักเกณฑ์ตามข้อ 3

เมื่อคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งดําเนินการจนได้ข้อยุติแล้ว ให้เจรจาร่วมกันกับผู้รับสัมปทานเดินรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคลให้ดําเนินการโครงการส่วนต่อขยาย และดําเนินการให้มีการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคลกับผู้รับสัมปทานดังกล่าว เพื่อให้สามารถเดินรถแบบต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน (Through Operation) โดยให้ดําเนินการเจรจาและแก้ไขสัญญาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกําหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ต้องคํานึงถึงประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้ใช้บริการ และการแบ่งปันผลประโยชน์ต่อภาครัฐอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม และรับฟังความเห็นของคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริตตามข้อ 9 ด้วย

ข้อ 5 ในกรณีที่ไม่อาจดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามข้อ 3 หรือข้อ 4 ให้กระทรวงคมนาคมรายงานผลการดําเนินการ รวมทั้งสาเหตุของการดําเนินการไม่แล้วเสร็จไปยังนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีอาจพิจารณาขยายระยะเวลาออกไปได้อีกตามที่เห็นสมควรก็ได้

ข้อ 6 ในกรณีที่คณะกรรมการคัดเลือกและคณะกรรมการกํากับดูแลไม่อาจดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามข้อ 4 และนายกรัฐมนตรีไม่อนุมัติให้มีการขยายระยะเวลาออกไป ตามข้อ 5 หรือในกรณีที่คณะกรรมการคัดเลือกและคณะกรรมการกํากับดูแลไม่สามารถหาข้อยุติได้ตามข้อ 4 ให้ยุติการดําเนินการดังกล่าวและให้กระทรวงคมนาคมรายงานผลการดําเนินการไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

ข้อ 7 ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีพิจารณารายงานตามข้อ 6 แล้วมีมติเห็นควรให้ดําเนินโครงการต่อไป ให้มีคณะกรรมการพิจารณาการดําเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน ขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ อัยการสูงสุด และผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เป็นกรรมการและผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อทําหน้าที่แทน คณะกรรมการตามข้อ 4 โดยให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติและให้รับฟังความเห็นของคณะกรรมการความร่วมมืป้องกันการทุจริตตามข้อ 9 ประกอบการพิจารณาด้วย ทั้งนี้หากยังดําเนินการไม่ได้ข้อยุติภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้เสนอแนวทางอื่นในการดําเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

ข้อ 8 เมื่อมีการดําเนินการตามข้อ 4 หรือข้อ 7 แล้วแต่กรณี จนได้ผลการเจรจาและร่างสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนแล้ว ให้ถือว่าเป็นการดําเนินการตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ในส่วนของการคัดเลือกเอกชนแล้ว และให้ดําเนินการตามขั้นตอนต่อไปตั้งแต่มาตรา 40 หรือมาตรา 47 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 แล้วแต่กรณี โดยให้สํานักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาร่างสัญญาร่วมลงทุนที่ผ่านการเจรจากับเอกชนหรือผู้รับสัมปทานให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับร่างสัญญาดังกล่าว

ข้อ 9 ให้นําหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางในการใช้ระบบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2558 มาใช้กับการดําเนินการตามข้อ 3 ข้อ 4 และข้อ 7 ตามคําสั่งนี้

ข้อ 10 ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามคําสั่งนี้ ที่ได้กระทําการไปตามอํานาจหน้าที่โดยสุจริต และไม่เกินสมควรแก่เหตุ ย่อมได้รับความคุ้มครองและไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

ข้อ 11 คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 17 กรกฎาคม พุทธศักราช 2559

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ