วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

4 เรื่องง่ายๆ ที่ทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้น

บางอย่างคุณอาจทำเองได้ บางอย่างเรียกช่างมาจัดการให้ก็ดี บางอย่างดูเป็นเรื่องเล็กๆ บางเรื่องก็เป็นเรื่องใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้เลย แต่ทุกสิ่งล้วนส่งผลต่อการอยู่อาศัยในบ้าน และที่สำคัญ ทุกอย่างต่างส่งผลต่อบรรยากาศและความรู้สึกของคนในบ้านทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเราลองไปดูพร้อมกันว่ามีอะไรบ้างที่เราพอจะทำได้

ผมขอแบ่งเป็น 4 หมวดดังนี้

Refresh สร้างความสดชื่น

1. จัดบ้านทำความสะอาด ขยับมุมใหม่ๆ จัดสิ่งต่างๆ ให้เข้าที่ ทำความสะอาด นอกจากจะทำให้บ้านสดชื่นขึ้น ง่ายต่อการคิดไอเดียใหม่ๆ แล้ว การไล่จัดระเบียบให้บ้านทั้งหลังยังเป็นการเช็กสิ่งผิดปกติ และสัญญาณอันตรายต่างๆ ในบ้านไปพร้อมกันอีกด้วย

2. ปลูกต้นไม้ย้ายกระถาง หากใครเครียดๆ การได้ลงมือลงแรงไปกับเรื่องสวนนั้นได้ผลชะงัดนักแล ต้นไม้ดึงเอาพลังของธรรมชาติเข้ามาช่วยเยียวยาเราได้เป็นอย่างดี และเติมความสดชื่นให้บ้านด้วยเช่นกัน แต่สวนรกๆ คงเป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์ไม่พึงประสงค์เป็นแน่ เพราะฉะนั้นการหมั่นดูแลต้นไม้น้อยใหญ่ในบ้านนอกจากจะเป็นการพักผ่อนที่ดีแล้ว ยังเป็นการดูแลพื้นที่สีเขียวไม่ให้รกเกินไปอีกด้วย

3. ประดับดอกไม้ ดอกไม้สักช่อในแจกันบนโต๊ะอาหารสามารถเติมเต็มวันดีๆ ให้คนในบ้านได้อย่างไม่น่าเชื่อ หรือจะเป็นไม้ดอกที่เด็ดมาง่ายๆ จากในสวน นำมาใส่ในแก้วทรงสูงวางไว้บนโต๊ะกลางของห้องนั่งเล่น สิ่งเหล่านี้เติมเต็มความสุนทรีย์ให้บ้านได้อย่างดี

4. นำภาพไปใส่กรอบ ภาพถ่ายจากทริปล่าสุด ภาพถ่ายเมื่อตอนงานรวมญาติ ภาพวาดกับหลานเมื่อวันก่อน ลองรวบรวมแล้วนำไปเข้ากรอบสำหรับแขวนตกแต่งผนัง ไม่ใช่แค่ดูสวยงาม แต่เรื่องราวและความทรงจำจะทำให้บ้านมีความอบอุ่นของคำว่า “ครอบครัว”

5. เพ้นต์ผนัง ไม่จำเป็นต้องมีฝีมือทางศิลปะก็ได้ ลองชวนเพื่อนฝูงหรือญาติตัวน้อย แล้วหาผนังเหมาะๆ เพ้นต์ลายดูสักที คุณอาจได้อมยิ้มทุกครั้งที่เห็นผนังนี้ก็ได้นะ สวยไหมไม่รู้ แต่ความทรงจำในความสนุกนั้นก็คงยากที่จะลืมเลือน

6. เปลี่ยนปลอกหมอนและผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนลายสวย หรือจะเป็นผ้าปูที่นอนสีสด นำไปซักแล้วเก็บไว้วันหลัง แล้วลองเปลี่ยนชุดเครื่องนอนใหม่ๆ บ้าง อาจเพื่อให้เข้ากับฤดู เทศกาล หรือแค่เพียงลองเปลี่ยนบรรยากาศใหม่ๆ ก็ดูไม่เลวเลยทีเดียว

7. เปลี่ยนผ้าม่าน นอกจากการทาสีห้องแล้ว การเปลี่ยนผ้าม่านก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้บ้านหลังเดิมของคุณเปลี่ยนไปได้อย่างหมดจด จะเป็นผ้าโปร่งลายลูกไม้ หรือผ้าม่านลายเก๋เข้าชุดกับโซฟาก็ลองเลือกดูแล้วกัน

Maintenance ดูแลรักษา

1. ลงน้ำมันให้งานไม้ภายในบ้าน งานไม้ก็เหมือนกับผิวของคนเรา ซึ่งต้องการความชุ่มชื้นและการดูแลที่เหมาะสม การลงน้ำมันให้งานไม้ ทำได้ง่ายกว่าการทาแล็กเกอร์หรือวานิช ทั้งยังให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่าด้วย ที่สำคัญ ยังสามารถเลือกใช้ชนิดที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ขี้ผึ้ง หรือน้ำมันมะพร้าวได้ด้วย

2. ทาสีห้อง ใช้งบประมาณไม่มาก แต่ให้ผลลัพธ์ที่ทรงพลังเหลือเชื่อ การเปลี่ยนสีให้ห้องนั้นส่งอิทธิพลให้อารมณ์และความรู้สึกของห้องเปลี่ยนไปได้โดยสิ้นเชิง อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมสนุกๆ ที่ใครๆ ก็มาช่วยกันทำได้ตั้งแต่เด็กๆ ไปจนถึงผู้สูงอายุ เพียงแค่หาวันหยุดยาวสักสองสามวัน คุณก็สามารถเปลี่ยนห้องเดิมๆ ให้กลาย
เป็นห้องใหม่ได้แล้ว

3. เปลี่ยนวอลล์เปเปอร์ อีกหนึ่งวิธีเปลี่ยนอารมณ์ห้องที่ได้ผลดีก็คือ การเลือกวอลล์เปเปอร์ เพราะไม่ใช่แค่เพียงสีสัน แต่พื้นผิวที่ต่างออกไปก็สร้างบรรยากาศใหม่ๆ ให้การจัดสรรพื้นที่ของคุณได้แล้ว

4. เช็ดกระจก อาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แต่หลายคนก็มักละเลยไป กระจกที่สะอาดใสเป็นกรอบบานเชื่อมภายในและภายนอกเข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้นทำความสะอาดเสียอย่าให้ความขมุกขมัวมาทำให้ชีวิตคุณต้องหมองโดยไม่รู้ตัว

Repair บำรุงซ่อมแซม

1. ขัดหน้าไม้ปาร์เกต์ พื้นไม้ปาร์เกต์เมื่อเวลาผ่านไป จะเกิดการขยายตัวและกระเดิดขึ้น พาให้เดินสะดุด บ้างก็อาจหลุดร่อน การขัดไสหน้าไม้ให้เรียบแล้วเคลือบใหม่บ้าง รับรองว่าบ้านจะดูเหมือนใหม่เลยทีเดียว

2. ดูแลรางน้ำ หลังจากฤดูหนาว รางน้ำอาจมีใบไม้แห้งเข้าไปติดอยู่เยอะ จัดการทำความสะอาดบ้าง เพราะเมื่อผ่านฤดูร้อนมาจนถึงฤดูฝนอีกครั้งจะได้ไม่ประสบปัญหาน้ำฝนระบายไม่ทัน แล้วจะรั่วซึมเข้าสู่หลังคาและฝ้าได้ จากปัญหาเล็กๆ จะกลายเป็นบานปลายไปเสีย

Improvement ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง

1. ซื้อเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ อีกหนึ่งวิธีเติมความสุขให้บ้านที่ได้ผลชะงัดก็คือ การหาเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ แต่ไม่ใช่ว่าจะหยิบฉวยเอาอะไรก็ได้หรอกนะครับ ถ้าเลือกไม่ดีนี่จะดูแปลก ขัดกันไปหมด วิธีการเลือกก็เริ่มจากจัดสไตล์ให้ของในบ้านเสียก่อน เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่จะได้เข้ามาเป็นพระเอกของกลุ่ม ลองเดินเล่นตลาดของมือสอง หรือจะเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์เก่าก็เข้าที บางครั้งคุณอาจพบเฟอร์นิเจอร์เด็ดๆ ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วก็เป็นได้

2. เดินระบบสายไฟใหม่ สายไฟก็เหมือนเส้นเลือดใหญ่ในบ้าน ยิ่งในวันที่เราใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และแล็บท็อป ปลั๊กไฟห้องละสองสามจุดเช่นเดิมจึงไม่พอเสียแล้ว ควรจัดการใหม่ บ้านเก่าในไทยที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปมักใช้วิธีเดินสายไฟแบบตีกิ๊บ ซึ่งมีความสะดวก เดินเสร็จก็ทาสีทับได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ตอนสายไฟเสื่อมสภาพแล้วต้องเลาะสายไฟออกมา ทำให้ต้องทาสีใหม่อีก เพราะฉะนั้นหากจะเดินระบบใหม่ก็ควรจะใช้แบบท่อร้อยสายไฟไปเลย ดูแลรักษาได้ง่ายกว่า แถมยังเป็นลูกเล่นเท่ๆ ให้บ้านได้อีกด้วย

เหล่านี้คือส่วนหนึ่งในหลายๆ สิ่งที่เราสามารถทำให้บ้านของเราน่าอยู่ขึ้นได้ และก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เหมือนการต้องปรับปรุงบ้านสักหลัง สิ่งเหล่านี้แทรกตัวอยู่ในการดูแลบ้านขั้นพื้นฐาน และงานบ้านที่เราได้ทำกันมาโดยตลอด เพียงใส่ใจขึ้นอีกนิดและเติมความคิดสร้างสรรค์ลงไปอีกหน่อยเท่านั้นเอง

ที่มา - บ้านและสวน
www.baanlaesuan.com

21 ก.ค. 2559 11:42 ไทยรัฐ