วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เบี้ยคนชรา

เมื่อประเทศไทยก้าว เข้าสู่สังคมคนชรา ก็ต้องมีปัญหาคนแก่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

ปัญหาคนแก่ที่กำลังยักแย่ยักยันคือ รัฐบาลต้องการจัดระเบียบ “เบี้ยยังชีพคนชรา” เพื่อลดภาระรายจ่ายที่บานทะโร่ ขึ้นทุกปี

สรุปสั้นๆคือ รัฐบาลจะจ่ายเบี้ยยังชีพคนชราเฉพาะผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจนและมีความเดือดร้อนจริงๆ

ส่วนผู้สูงอายุที่ไม่ใช่เป็นผู้มีฐานะยากจนจะถูกตัดสิทธิ ไม่ได้รับเบี้ยยังชีพคนชราอีกต่อไป

“แม่ลูกจันทร์” จำได้ว่า เมื่อ 2 เดือน ก่อน นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง ออกมาเปิดประเด็นนำร่องว่า ขณะนี้มีผู้สูงอายุรับเบี้ยยังชีพคนชรากว่า 7 ล้านคน

ทำให้รัฐบาลต้องแบกภาระจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุถึงเจ็ดหมื่นล้านบาทต่อปี

และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นๆ อย่างรวดเร็ว

ด้วยเหตุนี้กระทรวงการคลังจะตรวจ สอบรายชื่อผู้รับเบี้ยยังชีพคนชราที่มีรายได้สูงกว่า 9,000 บาทต่อเดือน หรือ มีทรัพย์สินเกิน 3 ล้านบาท เพื่อไม่ให้รับเบี้ยยังชีพคนชราอีกต่อไป

ซึ่งจะประหยัดภาระรายจ่ายรัฐบาลได้ถึง 1 หมื่นล้านบาทต่อปี

ปรากฏว่ามีเครือข่ายภาคประชา-สังคมออกมาคัดค้านเรื่องนี้กันระเบิดเถิดเทิง

ทำให้กระทรวงการคลังต้องยอมถอยฉากชั่วคราว

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า ล่าสุด กระทรวงการคลังตัดสินใจเดินหน้าตามแผนเดิม

แต่คราวนี้...เปลี่ยนแผนใหม่ไปใช้ “แผนกุ้งฝอยตกปลากระพง”

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ประกาศเชิญชวนผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพคนชราให้รีบไปลงทะเบียนคนจน

อ้างเหตุผลว่า รัฐบาลจะเปลี่ยนการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุด้วยการโอนผ่านระบบอีเพย์เมนต์โดยตรง

ซึ่งจะทำให้ได้รับเบี้ยยังชีพได้สะดวกรวดเร็วกว่าการจ่ายผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแบบเดิม

โดยกระทรวงการคลังจะตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้สูงอายุที่รับเบี้ยยังชีพคนชราที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่มีไอ้โม่งสวมสิทธิรับเบี้ยสูงอายุแทนให้ถูกต้องกับความเป็นจริง

นอกจากนั้น กระทรวงการคลังจะตรวจสอบข้อมูลผู้สูงอายุที่รับเบี้ยยังชีพว่ามีฐานะยากจนจริงๆกี่ราย เพื่อที่จะพิจารณาช่วยเหลือเพิ่มเติม

ส่วนผู้สูงอายุที่ไม่มีฐานะยากจน ก็จะเป็นโอกาสที่จะสละสิทธิ์ไม่รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอีกต่อไป

“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่า จะมีเครือข่ายภาคประชาชนออกมาคัดค้านนโยบายนี้อย่างแน่นอน

เพราะเบี้ยยังชีพคนชรา ถือเป็นสิทธิของผู้สูงอายุทุกคนที่จะได้รับสวัสดิการจากรัฐบาลอย่างเสมอภาคกัน

อย่างไรก็ดี “แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วย กับรัฐมนตรีคลังที่จะแก้ไขกติกาการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเฉพาะคนชราผู้มีฐานะยากจน และต้องการความช่วยเหลือจริงๆ

และขอกระชุ่นรัฐบาลให้เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอีกเท่าตัว

เพราะเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุวันละ 20 บาท น้อยเกินไป

วันนี้เงิน 20 บาท ซื้อข้าวเหนียวได้ 1 ห่อ ซื้อหมูปิ้งได้ไม้เดียว

ส่วนผู้สูงอายุที่มีฐานะมั่นคง มีเงินเก็บสะสมมากพอดูแลตัวเองได้อย่างดี รวมทั้งมีผู้สูงอายุที่ยังมีงานทำ มีรายได้ประจำเพียงพอที่จะใช้จ่ายอย่างสะดวกสบาย

ท่านไม่มีความจำเป็นต้องขอรับเบี้ยยังชีพ 600 บาทจากรัฐบาล

สละสิทธิ์ของท่านเอาไปช่วยคนที่เดือดร้อนจริงๆ ดีกว่านะโยม.

"แม่ลูกจันทร์"