วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รัฐประหารตุรกี (2)

นายเออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี เคยเป็นสมาชิกพรรคช่วยให้รอดแห่งชาติ พรรคสวัสดิการ และพรรคคุณธรรม พรรคที่นายเออร์โดกันสังกัด มักจะถูกศาลรัฐธรรมนูญปิดด้วยข้อหาขัดต่อหลักการแบ่งแยกศาสนาออกจากการเมืองอย่างเด็ดขาด ที่เราเรียกกันว่า Secularism เช่น พรรคสวัสดิการถูกปิดเมื่อ พ.ศ.2541 พรรคคุณธรรมถูกปิดเมื่อ พ.ศ.2544

เป็นนายกเทศมนตรีนครอิสตันบูลระหว่าง พ.ศ.2537-2541 จากนั้นก็ติดคุกข้อหาอ่านบทกวีสนับสนุนอิสลาม และถูกห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง 4 ปี

พ้นจากคุกมาก็ตั้งพรรคความยุติธรรมและการพัฒนา (AKP) สมัยนั้น แกยังไม่ดัง นายเออร์โดกันจึงไปหานายเฟตฮุลเลาะห์ กูเลน ผู้ที่มีคนรู้จักซึ่งสร้างโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไว้เยอะมากในนามของขบวนการฮิตเม็ต โดยนายเออร์โดกันสัญญากับนายกูเลนว่า แกจะสร้างความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้น จะสร้างเสรีภาพ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทหารร่างไว้ตอนที่ปฏิวัติเมื่อ พ.ศ.2523 ให้เป็นประชาธิปไตย จะแก้ไขปัญหากลุ่มการก่อการร้าย จะสร้างกฎหมายขึ้นมาหลายฉบับเพื่อเปิดทางไปสู่การเจรจาเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ฯลฯ

สัญญาว่าจะแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งตุรกีเจอปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจหนักๆสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อพฤศจิกายน 2543 และครั้งที่ 2 เมื่อกุมภาพันธ์ 2544 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจใน พ.ศ.2544 ติดลบถึงร้อยละ 9.4 ตุรกีต้องกู้เงินไอเอ็มเอฟมาใช้จ่ายถึง 4 ครั้ง เป็นเงิน 31,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กลายประเทศลูกหนี้รายใหญ่ที่สุดของไอเอ็มเอฟ

นายกูเลนฟังแล้วเห็นว่าดี จึงสนับสนุนการเลือกตั้งเมื่อพฤศจิกายน 2545 พรรค AKP จึงได้ที่นั่งมาเป็นอันดับหนึ่ง มากถึง 363 จากทั้งหมด 550 ที่นั่ง แต่นายเออร์โดกันก็เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ เพราะถูกห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง 4 ปี จึงให้รองหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรีแทน ต่อมามีเลือกตั้งซ่อม นายเออร์โดกันชนะและได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ห้วงของการเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก ความสัมพันธ์ระหว่างนายกูเลนและนายเออร์โดกันยังดี ประชาชนที่ชอบนายกูเลนก็หนุนนายเออร์โดกันด้วย การเลือกตั้งครั้งที่สอง พรรค AKP ก็ชนะอีก แม้ว่าจะช่วยเหลือจนชนะ แต่ขบวนการฮิตเม็ตก็ไม่เคยขอตำแหน่ง ไม่เคยส่งคนของขบวนการไปลงเลือกตั้ง มีแต่ช่วยกับช่วย

จนถึงการเลือกตั้งครั้งที่ 3 พวกฮิตเม็ตซึ่งเป็นขบวนการที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับการศึกษาและการช่วยเหลือพัฒนาเพื่อนมนุษย์พบว่า นายเออร์โดกันเปลี่ยนไปมาก เริ่มเอาคนที่ช่วยกันสร้างพรรคมาตั้งแต่ยุคแรกออกไปทีละคนสองคน แต่งตั้งคนใหม่มาแทน และสุดท้ายก็ให้อำนาจประธานาธิบดีมากกว่านายกรัฐมนตรี และมาเป็นประธานาธิบดีซะเอง

ฮิตเม็ตกับนายเออร์โดกันแตกหักกันเมื่อ 17 ธันวาคม 2556 ลูกของรัฐมนตรี 3 คนถูกจับได้เรื่องตั้งบริษัทและมีพฤติกรรมคอร์รัปชัน และเมื่อ 25 ธันวาคม ตำรวจนำคำพูดที่นายเออร์โดกันพูดกับลูกว่าให้รีบย้ายเงินสดจำนวนมากออกจากบ้านไปไว้ที่อื่น ตำรวจจึงจะเดินทางไปจับแกที่บ้าน นายเออร์โดกันรีบปลดผู้บัญชาการตำรวจและแต่งตั้งคนใหม่ จากนั้นก็สั่งให้ผู้บัญชาการคนใหม่ออกคำสั่งไม่ให้ตำรวจมาที่บ้าน

นายเออร์โดกันเรียกเหตุการณ์ 17–25 ธันวาคม ที่แกจะโดนจับว่า “รัฐประหาร” แกพูดว่า คนที่จะสั่งให้ตำรวจจับแกได้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น คือนายกูเลน แกรู้ว่าตำรวจและผู้พิพากษาส่วนใหญ่ในประเทศนี้ รักเคารพกูเลน และนี่กูเลนจะเล่นแกเรื่องคอร์รัปชัน

เหตุการณ์ 17-25 ธันวาคม 2556 ทำให้นายเออร์โดกันสั่งบล็อกโซเชียลมีเดีย บล็อกยูทูบ ปิดกิจการที่เป็นของฮิตเม็ต เช่น นสพ.ซามาน สถานีโทรทัศน์ที่ชื่อว่าซามานโยลู ธนาคารของฮิตเม็ตที่ชื่อว่าแบงก์อัสยา ฯลฯ

เออร์โดกันเริ่มหันมาโจมตีนายกูเลน เริ่มย้ายและปลดตำรวจที่เชื่อว่าเป็นคนของกูเลน ปลดผู้ว่าราชการและนายกเทศมนตรี ตอนนี้เองที่สื่อเริ่มเรียกแกว่า “เผด็จการ”

ที่ประชาชนออกมาจับทหารที่ทำรัฐประหาร ไม่ใช่เพราะคนตุรกีรักนายเออร์โดกันและต้องการจะปกป้องนะครับ แต่คนตุรกีรักประชาธิปไตย กลัวเผด็จการ แขยงแขงขนการปฏิวัติ เพราะรู้ว่าทหารออกมาปฏิวัติแต่ละครั้ง ทำให้พวกตัวเองอดอยากล้มตายหายนะ

วันนี้ นายเออร์โดกันเรียกร้องให้สหรัฐฯส่งนายกูเลน ซึ่งไปลี้ภัยอยู่ที่สหรัฐฯกลับมาลงโทษที่ตุรกี

ผมกำลังรอดูอยู่ครับ ว่าสหรัฐฯจะทำยังไง?

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

21 ก.ค. 2559 09:56 ไทยรัฐ