วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จีดีพีไตรมาสสองโต 3.3% คลังพร้อมคลอดมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง

“อภิศักดิ์” คาดตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 โต 3.3% ย้ำพื้นฐาน เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง สามารถรับความผันผวนของเศรษฐกิจทั้งปัจจัยภายในและต่างประเทศ ย้ำครึ่งปีหลังจะเห็นผลจากการที่รัฐเข้าไปลงทุนในโครงการขนาดใหญ่มากขึ้น ขณะที่ไอเอ็มเอฟปรับลดจีดีพีเศรษฐกิจโลกลงเหลือ 3.1% จากเหตุผลความไม่แน่นอนของ “เบร็กซิท”

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาคาดว่าจะขยายตัวได้ 3.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสแรกที่ 3.2% แสดงให้เห็นว่า พื้นฐานของเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพ และมีความแข็งแกร่งสามารถรองรับความผันผวนของปัจจัยลบต่างๆ ของเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศได้ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาโดยเฉพาะปัญหาภัยแล้งที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงตามที่คาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้
“เศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่งเพราะโครงสร้างพื้นฐานดี แต่กระทรวงการคลังก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และยังคงเฝ้าติดตามปัญหาต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยต้องประคับประคองช่วงหัวเลี้ยวต่อหัวในครึ่งปีหลังนี้ ซึ่งล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตได้ประมาณ 4-5% ของจีดีพี หากมองตามศักยภาพและโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจไทย แต่ที่จีดีพีขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ เพราะช่วงที่ผ่านมา ไทยหยุดนิ่งเรื่องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและยังมีปัญหาการเมืองภายในประเทศ”

ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาลจะเริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นและจะทยอยเบิกจ่ายเงินได้มากขึ้น โดยเฉพาะโครงการการ ลงทุนขนาดใหญ่ของกระทรวงคมนาคมนั้น ในปีนี้ คาดว่าจะมีการลงนามในสัญญาได้ทั้งหมด 1.7 ล้านล้านบาท ส่วนเม็ดเงินที่จะไหลเข้าสู่ระบบในช่วงที่เหลือปีนี้ เช่น โครงการบริหารทรัพยากรน้ำ การ ปรับปรุงและซ่อมแซมถนน และโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่อนุมัติไปแล้วและกำลังอยู่ระหว่างการเบิกจ่ายเงินอีกประมาณ 100,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีงบลงทุนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจที่ได้รับการจัดสรรจากงบประมาณปี 59 จำนวน 540,000 ล้านบาทยังเหลืออีก 40% ที่น่าจะเบิกจ่ายได้จนถึงสิ้นปีงบ ประมาณในเดือน ก.ย.59

นายอภิศักดิ์กล่าวว่า การบริหารเศรษฐกิจประเทศไทยนับจากนี้ไป มีทั้งเรื่องการวางแผนระยะยาวและระยะกลาง เช่น การลดภาษีเพื่อสนับสนุน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมนวัตกรรมเช่น หุ่นยนต์และไบโอเทคโนโลยี เป็นต้น โดยเชิญชวนให้นักลงทุน ต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยด้วยการโรดโชว์ และการลงทุนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ขณะที่ การบริหารระยะสั้นนั้น ต้องจับตามองสถานการณ์เป็นรายวัน และหากมีปัจจัยเข้ามากระทบเศรษฐกิจไทยอย่างไม่คาดฝัน กระทรวงการคลังก็พร้อมที่จะออกมาตรการสนับสนุนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทันที

“ผมคงบอกไม่ได้ว่า กระทรวงการคลังจะมีมาตรการอะไรออกมาอีกหรือไม่ เพราะเรามอนิเตอร์เศรษฐกิจอยู่ตลอดเวลา หากมีความกังวลหรือไม่สบายใจเรื่องใดเราก็พร้อมที่จะใช้มาตรการทางด้านการเงินการคลังทันที ซึ่งล่าสุด การใช้เงินช่วย เหลือเกษตรกรที่ปลูกข้าวไร่ละ 1,000 บาท เพื่อลงทุนเพาะปลูกในฤดูกาลนี้ การประกันภัยพืชผลทางการเกษตร รวม ถึงการเพิ่มหักค่าลดหย่อนภาษี 15,000 บาท จากการซื้อสินค้าโอทอป เป็นต้น”

นายมอรี ออบส์เฟลด์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า ไอเอ็มเอฟได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกสำหรับช่วงปี 2559-2560 ซึ่งไอเอ็มเอฟคาดว่า จีดีพี ของโลกอาจเติบโต 3.1% ในปีนี้ และเติบโต 3.4% ในปี 2560 โดยได้ปรับลดลง 0.1% จากคาดการณ์เดิมที่ออกมาในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีเหตุผลหลักจากความไม่แน่นอนที่เกิดจากการที่ประเทศอังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป หรือเบร็กซิท.