วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มองร่างแผน 12

โดย ซี.12

งานประชุมประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นอะไรที่น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่อยู่ในแวดวงวิชาการและการวางแผน

ยิ่งปีนี้กำลังจะเป็นจุดเริ่มต้นของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560-2564 ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 จึงเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายในสังคมได้มีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างแผน 12 ที่จัดทำเสร็จแล้ว

การประชุมนี้จัดขึ้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในวันพรุ่งนี้ 22 กรกฎาคม 2559 ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ด้วยการโชว์คำคมว่า แผนฯ 12 สร้างสรรค์นวัตกรรม นำไทยเติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สนองนโยบายรัฐบาลเป๊ะเลย

งานใหญ่ขนาดนี้ต้องมี นายกรัฐมนตรี มาเปิดการประชุมและโชว์เดี่ยวไมโครโฟนตามฟอร์มของภาษาทางการว่าปาฐกถาพิเศษ

จากนั้นในภาคเช้าที่มีเวลาเหลือเป็นการประชุมระดมความเห็นเรื่องการพัฒนาประเทศในช่วงแผน 12 นี้ โดยมี นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานสภาพัฒน์ เป็นประธาน และ นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสภาพัฒน์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

จริงๆแล้วการประชุมกลุ่มย่อยในภาคบ่ายนั่นแหละที่จะได้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง โดยแบ่งเป็น 7 กลุ่มมีกรอบการระดมความคิดโดยย่อดังนี้

กลุ่มที่ 1 การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย เพื่อให้คนไทยมีความพร้อม มีทักษะในการดำรงชีวิต สามารถปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในสังคมสูงวัย และมีความสามารถเชิงแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี ด้วยการพัฒนาคนทุกกลุ่มวัย ให้เป็นคนดี มีคุณธรรม มีวินัย มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะ พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ด้วยการนำใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นวิถีชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย สร้างโอกาสให้ทุกคนในสังคมไทยเข้าถึงบริการของรัฐทั้งในด้านการศึกษา สาธารณสุข สวัสดิการสังคม และด้านกระบวนการยุติธรรม ฯลฯ

กลุ่มที่ 2 การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน และความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนา ในห้วงเวลา 5 ปีต่อจากนี้ไป การพัฒนาให้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็งและแข่งขันได้เพื่อเป็นรากฐานในการเจริญเติบโตในระยะยาวโดยบรรลุเป้าหมาย การมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 13,000 ดอลลาร์ ต่อคนต่อปี ภายใน 20 ปี และมีการพัฒนาในมิติอื่นเข้าสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วตามที่กำหนดในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ฯลฯ

กลุ่มที่ 3 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ตลอดจนใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิจัย และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในมิติต่างๆ ทั้งด้านการสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ มีแนวทางพัฒนาที่สำคัญ อาทิ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ทั้งในระบบราง ขนส่งสาธารณะโครงการข่ายทางถนนและขนส่งทางอากาศและทางน้ำ เป็นต้น

กรอบความคิดของอีก 4 กลุ่มย่อยก็น่าสนใจจะได้สรุปมาให้ทราบในวันพรุ่งนี้.

“ซี.12”

20 ก.ค. 2559 10:17 ไทยรัฐ